วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569
ในระบอบประชาธิปไตยที่ภาษาอังกฤษใช้คำว่า “Democracy” นั้น ในทางวิชาการหมายถึง : ระบอบการปกครองแบบหนึ่ง ซึ่งบริหารอำนาจรัฐมาจากเสียงข้างมากของพลเมืองผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย โดยพลเมืองเหล่านั้นจะใช้อำนาจโดยตรงหรือผ่านผู้แทนฯที่ตนเองเลือกมาปฏิบัติหน้าที่แทนก็ได้ การเลือกตั้งจึงเป็นกลไกหนึ่งในระบอบนี้ เลือกผู้แทนฯ ซึ่งทำหน้าที่ออกกฎหมาย โดยพลเมืองอาจใช้อำนาจของตนด้วยตนเองหรือผ่านผู้แทนฯที่เลือกไปใช้อำนาจแทนก็ได้
ระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภานั้นแบ่งแยกอำนาจอธิปไตยออกเป็น 3 ส่วนคือ ฝ่ายบริหารซึ่งหมายถึงรัฐบาลที่มาจากการเลือกของฝ่ายนิติบัญญัติที่ทำหน้าที่ในการออกกฎหมายบังคับใช้ ฝ่ายตุลาการที่มีอำนาจและหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมาย
นอกจากการเลือกตั้งแล้วยังมีความคิดเป็นรากฐานด้วย ได้แก่ เสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุม การไม่แบ่งแยกและความเสมอภาค สิทธิพลเมือง ความยินยอม สิทธิในการมีชีวิตและสิทธิของฝ่ายเสียงข้างน้อย
นอกจากนี้ ประชาธิปไตยยังทำให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงผลประโยชน์ของตนและแบ่งอำนาจจากกลุ่มคนมาเป็นชุดกฎเกณฑ์แทน ประชาธิปไตยยังเป็นอุดมคติที่ว่าพลเมืองทุกคนในชาติร่วมกันพิจารณากฎหมาย, การปฏิบัติของรัฐ และกำหนดให้พลเมืองทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกันในการแสดงความยินยอมและเจตนา
ฝ่ายพลเมืองเจ้าของอำนาจอธิปไตยได้ทำหน้าที่ของตนเองโดยผ่านผู้แทนฯที่ผ่านการเลือกตั้ง ให้ผู้แทนราษฎรเหล่านี้ที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 บัญญัติไว้ 500 คน แบ่งเป็นผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตจำนวน 400 คน ระบบบัญชีรายชื่อ 100 คน โดยในแต่ละจังหวัดจะมีผู้แทนฯได้กี่คนนั้นให้ใช้จำนวนประชากรเป็นตัวตั้ง เฉลี่ยด้วยจำนวนผู้แทนราษฎรที่กำหนดไว้ เป็นเกณฑ์ราษฎรต่อผู้แทน 1 คน เข้ามาทำหน้าที่เลือกฝ่ายบริหาร ให้เข้ามาพิจารณาออกกฎหมาย รัฐสภาไทย โดยเฉพาะสภาผู้แทนราษฎรได้ทำหน้าที่ที่เจ้าของอำนาจอธิปไตยมอบหมายให้อย่างสมศักดิ์ศรีอย่างตั้งอกตั้งใจกระตือรือร้นหรือไม่
แน่นอนข่าวสภาล่มครั้งแล้วครั้งเล่าคือคำตอบที่ตอกย้ำ การทำหน้าที่ของเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อยก็ตามทีจะปฏิเสธความรับผิดชอบอย่างไร้สามัญสำนึกด้วยตรรกะห่วยๆที่ไม่สมควรทั้งสิ้น ผู้แทนราษฎรได้เคยพิจารณาตัวเองหรือไม่ทั้งประดาที่ป่วยเป็น “ไข้สันหลังยาว” ทั้งที่ “แอ๊กติ้งไปกับเรื่องไร้สาระ” ทั้งหลาย วิปรัฐบาลจะแสดงเหตุและผลของสภาล่มโดยอ้างเป็นเกมการเมืองของฝ่ายเสียงข้างน้อยหรือของนักการเมืองฝ่ายค้านก็คงไม่ถูกต้องนัก เพราะรัฐบาลผสมหมายถึง นักการเมืองจากหลายพรรครวบรวมเสียงสนับสนุนมากกว่ากึ่งหนึ่งจัดตั้งรัฐบาล จึงเรียกว่าเสียงข้างมาก เมื่อมีการนับองค์ประชุมจึงไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะทำให้เกิดข้อผิดพลาดในการพิจารณาข้อกฎหมายต่างๆ เพราะ “องค์ประชุม” ไม่ครบ!?! ไม่แปลกใจที่ “นายชวน หลีกภัย” ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภาจะแสดงปาฐกถาพิเศษเรื่อง “คอร์รัปชั่นกับการเมืองไทย”ตอนหนึ่งว่า “เลือกคนซื้อเสียงเข้ามาทำหน้าที่ก็เหมือนเอาโรคร้ายมาระบาดติดบ้านติดเมือง การจะปฏิบัติหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของชาติจึงไม่ใช่เรื่องง่าย”
ผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นผู้มีครบทั้งคุณวุฒิและวัยวุฒิตามบท บัญญัติของรัฐธรรมนูญจึงสมควรอย่างยิ่งที่ต้องมีวุฒิภาวะ สามัญสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคมต่อประเทศชาติบ้านเมืองมากกว่าประชาชนพลเมือง โดยเฉพาะต้องทำหน้าที่ผู้บัญญัติข้อกฎหมายต่างๆ ออกมาบังคับใช้กับประชาชนพลเมือง เจ้าของอำนาจอธิปไตย
หากโรคประจำถิ่นรัฐสภา “ไข้สันหลังยาว” ยังแพร่ ระบาดสืบทอดรุ่นต่อรุ่นเยี่ยงนี้ยังจะร้องเรียกหาความร่วมมือความศรัทธาจากประชาชนมาร่วมสร้างประชาธิปไตยเพื่อ!?!?!
สามัญสำนึก-วุฒิภาวะ หาซื้อ-หาเช่าไม่ได้ ต้องสำเหนียกและพึงใฝ่รู้จากบุพการีครูอาจารย์เท่านั้น

กรณ์ ชี้ รัฐบาลอย่าหน่อมแน้ม จี้เลิกขอบริจาคโรงกลั่น ใช้กฎหมายจัดการ กำไรส่วนเกิน
54 ปีที่รอคอย NASA เผยภาพโลกทั้งใบล่าสุด ลั่นชัตเตอร์โดยนักบินอวกาศ Artemis II
เอกนิติ เตรียมชงรื้อใหญ่โครงสร้างน้ำมัน เข้าครม.นัดแรก 6 เม.ย. สางต้นทุนแฝง-ค่าการกลั่น
รมว.กลาโหม ชี้ คดียิง ส.ส.ประชาชาติ เป็นอำนาจตำรวจ เชื่อโยงถึงใคร นายกฯไม่มีละเว้น
ศิริภา จวก รัฐหยุดเบี่ยงประเด็น จี้ถามน้ำมันหาย 57 ล้านลิตร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี