วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569
สำนักข่าวต่างประเทศอ้างสื่อทางการรัฐบาลพม่าว่า เรือนจำในเมืองย่างกุ้งได้ประหารชีวิตนักโทษการเมือง 4 คน
สื่อต่างประเทศอ้างหนังสือพิมพ์นิวไลท์ เมียนมา ซึ่งเป็นสื่อทางการรัฐบาลพม่ารายงานว่า “นายเพียว เซยา ตอร์ อดีตสส.พรรคเอ็นแอลดีของนางออง ซาน ซู จี และ นายโก จิมมี่ หรือ จอ มิน ยู กับนักโทษประหารอีกสองคน ได้รับการลงโทษตามที่อัยการฟ้องและศาลทหารตัดสินประหารชีวิต..”เรือนจำในเมืองย่างกุ้ง ได้สำเร็จโทษตามกระบวนการทางกฎหมายแล้ว”
สื่อทางการพม่าไม่ได้แจ้งว่าประหารชีวิตวันไหนด้วยวิธีใดแต่สื่อต่างประเทศอ้างข่าวทางการพม่าให้รายละเอียดว่า นักโทษทั้งสี่คนถูกประหารชีวิตตามกฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายในรายละเอียดของฐานความผิดที่สื่อสาธยายว่า
เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2564 นายเพียว เซยา ตอร์ นายหม่องจอ เยคี นายจอ มิน ยูนายเมียว อ่องโค เวตจี และ อ่องตู ราซอได้สมคบกันก่ออาชญากรรมร้ายแรงและเป็นผู้บงการให้สังหารประชาชนผู้บริสุทธิ์ อย่างโหดร้ายทารุณผิดมนุษย์มนา เป็นเหตุให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตหลายคน
ดังนั้นพฤติกรรมของนักโทษประหาร จึงเข้าข่ายผิดกฎหมายต่อต้านผู้ก่อการร้าย กระบวนการยุติธรรมจึงได้ตัดสินลงโทษประหารชีวิตดังที่กล่าวมา
หาก 4 นักโทษประหารถูกสำเร็จโทษจริงตามรายงานข่าว ก็ถือว่าเป็นการประหารชีวิตนักโทษก่อการร้ายครั้งแรกในรอบสี่สิบปี นักโทษประหารที่ถูกแขวนคอคนสุดท้าย เป็นนักโทษชายวัย 25 ปี ซึ่งถูกประหารชีวิตในสมัย นายพลเนวิน เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2525
ข่าวประหารชีวิตนักโทษ 4 คนโดยเฉพาะนายเพียว เซยา ตอร์ ซึ่งเป็นอดีตสส.พรรคเอ็นแอลดี และ โก จิมมี่นักเคลื่อนไหวทางการเมืองรุ่น 888 (วันที่ 8เดือน 8 ค.ศ.1988) ได้รับการประณามจากประเทศตะวันตกโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาและกลุ่มต่อต้านรัฐบาลทหารภายในประเทศ
โฆษกกลุ่มSSAของเจ้ายอดศึกผู้ไม่เปิดเผยนาม กล่าวกับ แนวหน้าว่า “เหตุการณ์ต้องบานปลาย เพราะฝ่ายต่อต้านรัฐบาลและกลุ่มชาติพันธุ์ที่สนับสนุนพีดีเอฟ (People Defense Forces=PDF) หรือกองกำลังพิทักษ์ประชาชนต้องแก้แค้น และเพิ่มความรุนแรงก่อการร้ายหนักขึ้น...
…“ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องประหารชีวิตนักโทษการเมือง ทั้งๆ ที่ ฮุน เซน เองเคยขอชีวิตพวกเขาไว้..” แหล่งข่าวกล่าว
ด้านนายพลเนอร์ดา ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของนายพลโบเมียะ อดีตผู้นำยิ่งใหญ่ของกะเหรี่ยง เคเอ็นยู บอกกับแนวหน้าว่า “พีดีเอฟและกองกำลังชาติพันธุ์ที่ต่อต้านรัฐบาลทหาร ต้องเอาคืนต่อจากนี้ไปพม่าไม่มีวันสงบ”
ส่วนนักข่าวชาวพม่าที่ติดตามข่าวภายในประเทศอย่างใกล้ชิดมาไม่น้อยกว่า 40 ปีกล่าวกับแนวหน้าว่า
“รัฐบาลทหารพม่าจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายต่อต้านผู้ก่อการร้าย เพราะการก่อการร้ายจากฝ่ายพีดีเอฟรุนแรงหนักข้อขึ้นทุกวัน...พีดีเอฟ ฆ่าคนเป็นผักเป็นปลาเพียงแต่สงสัยว่าผู้เคราะห์ร้ายเป็นสายให้ทหาร หรือสงสัยว่าสนับสนุนรัฐบาลก็ถูกลอบสังหารแล้ว..”แหล่งข่าวกล่าวและเสริมว่า“สื่อถือฝ่ายไม่เคยออกข่าวเวลา พีดีเอฟก่อการร้าย แล้วฆ่าคนตาย สื่อส่วนใหญ่ประโคมว่า ทหารพม่าฆ่าประชาชน ฆ่าผู้ต่อต้านการยึดอำนาจ”
สื่อตะวันตกและสื่อในเครือข่ายรายงานว่าตั้งแต่ 1 ก.พ. 2564 ทหารพม่าสังหารประชาชนผู้ต่อต้านการยึดอำนาจไปแล้วไม่น้อย 1,200 คน และผู้ต่อต้านรัฐบาลทหารถูกจับขังคุกกว่า 15,000 คน
“กัมพูชาในฐานะประธานอาเซียน”ออกแถลงการณ์ว่า
“เมียนมาประหารชีวิตนักการเมืองและนักกิจกรรมทางการเมือง เป็นการกระทำที่ควรประณาม..”นายฮุน เซน เคยขอชีวิตนักโทษประหารที่เป็นนักการเมืองเอาไว้
ส่วนประเทศตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐฯประณามรัฐบาลทหารพม่าอย่างรุนแรง ทั้งๆ ที่ยังไม่มีรายงานที่เป็นทางการว่าได้มีการประหารชีวิตแล้ว
นักวิเคราะห์การเมืองวิจารณ์ว่าที่สหรัฐเป็นเดือดเป็นแค้นอาจเป็นเพราะมีรายงานจากหลายกระแสบ่งชี้ว่าอเมริกาเป็นผู้บงการรวมทั้งสนับสนุนอาวุธและปัจจัยให้จัดตั้งรัฐบาลเงาพม่าที่ชื่อว่า รัฐบาลสามัคคีแห่งชาติ (National Unity Government = NUG) และกองกำลังพิทักษ์ประชาชนหรือพีดีเอฟ ขึ้นมาก่อกวนขัดขวางการทำงานของรัฐบาลทหารพม่า
สหรัฐอเมริกา เป็นประเทศเสรีประชาธิปไตยที่มีการประหารชีวิตนักโทษมากที่สุดในบรรดาประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยด้วยกันทั่วโลก จากสถิติของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐพบว่าปี 2563 นักโทษถูกประหารชีวิตโดยการฉีดยาในสหรัฐอเมริกา 13 คน ปี 2564 11 คน เป็นชาย 10 หญิง 1 คน ในปี 2565 เพียงครึ่งแรกของปีสหรัฐฉีดยาให้นักโทษตายไปแล้ว 7 คน
เป็นที่น่าสังเกตว่าสหรัฐ ประหารชีวิตนักโทษโดยการฉีดยาให้ตายแต่ไม่เคยมีประเทศไหนโวยวายประณามอเมริกา ที่อ้างเป็นเสรีประชาธิปไตยมีแต่สหรัฐที่เที่ยวประณามด่าว่าประเทศอื่นๆ โดยอ้างคำว่าสิทธิมนุษยชนบังหน้า
ดังนั้น พอมีข่าวว่าเรือนจำพม่า ประหารชีวิตนักโทษ 4 คน สหรัฐอเมริกากับประเทศตะวันตกพากันออกมาโวยวาย ราวกับว่ารัฐบาลทหารพม่า ประหารชีวิตผู้ก่อการร้ายที่เป็นฝ่ายของตน
คอลัมน์นี้ ไม่สนับสนุนให้ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ไม่ว่ากรณีใดๆ แต่ก็เข้าใจในการบังคับใช้กฎหมายของแต่ละประเทศว่าหากละเว้นการบังคับใช้กฎหมาย อาจเป็นอันตรายใหญ่หลวงต่อสังคมได้
ดังที่สุนทรภู่เขียนไว้ในเรื่องพระอภัยมณี ว่า“อันแม่ทัพจับได้แล้วไม่ฆ่า ไปข้างหน้าศึกจะใหญ่ขึ้นใจหาย...
สุทิน วรรณบวร

อภิสิทธิ์ปลุกคนใต้เป็นหัวหอก ขจัดโกง-ล้างทุนสีเทา กู้เศรษฐกิจไทย
ถนอม ลุยคันนายาว-บึงกุ่ม ชาวบ้านประสานเสียงเรียกร้องทำ คนละครึ่ง ฟื้นเศรษฐกิจด่วน!
แก้ตัวน้ำขุ่นๆ! กองทัพไทยซัดเขมรไร้ความโปร่งใส ปมกระสุนตกช่องบก
ถาวร ซัดขบวนการสีเทา รุกล้ำอำนาจรัฐ เชื่อมทุนการเมือง เตือนปชช.อย่าขายเสียงแลกเศษเงิน
ด่วน!! จับ เฉิน จื้อ เจ้าของอาณาจักรปรินซ์กรุ๊ป เตรียมส่งตัวจากกัมพูชากลับจีน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี