วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569
กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์เป็นความขัดแย้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบันกับนโยบายกัญชาเสรีที่ “หมอหนู - อนุทินชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และพรรคภูมิใจไทยใช้เป็นกุศโลบายในการหาเสียงเลือกตั้งกระทั่งได้อานิสงส์เข้ามานั่งในสภาผู้แทนราษฎรได้กว่า 50 คน พรรคภูมิใจไทยฝ่าฟันสามารถปลดล็อกกัญชาออกจากกฎหมายยาเสพติดในประเทศได้ ท่ามกลางเสียงชื่นชมกับโครงการนำกัญชามาใช้ในทางการแพทย์ ทว่าเรื่องราวช่วงแรกกลับโรยด้วยกลีบกุหลาบไม่จนเกิดเสียงครหาว่า “ชิงสุกก่อนห่าม”
ที่สุดกล่องดวงใจ “พูดแล้วทำ” … “ร่างพระราชบัญญัติกัญชงกัญชา พ.ศ. …”ถูกเสนอเข้าสู่การพิจารณาของฝ่ายนิติบัญญัติ สภาผู้แทนราษฎรมีมติรับหลักการร่างกฎหมายฉบับนี้ พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการมาดำเนินการ และเมื่อคณะกรรมาธิการดำเนินการปรับปรุงแก้ไขร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวแล้วเสร็จก็มีการนำเข้าสู่การพิจารณาในวาระสองและวาระสามตามขั้นตอนการออกกฎหมาย โดยจากเดิมที่มี 45 มาตรา กรรมาธิการแก้ไขเพิ่มเติมเป็น 95 มาตรา
เมื่อนำกลับเข้าสู่สภาเพื่อพิจารณาในวาระสองและวาระสามพรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคพลังประชารัฐกลับเสนอญัตติให้พรรคภูมิใจไทยผู้เสนอกฎหมายถอนร่างกฎหมายที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการนี้ออกไปแก้ไขใหม่ในช่วงเวลาที่สภาผู้แทนราษฎรปิดเทอมใหญ่ หลังจากนั้นค่อยนำกลับเข้ามาพิจารณาใหม่เพื่อความละเอียดรอบคอบกับสังคมไทย ท่ามกลางเสียงก่นด่ากรีดร้องโหยหวนของบรรดา สส.พรรคภูมิใจไทยโดยถ้วนทั่วว่า “เป็นเกมการเมืองที่ไม่ยึดผลประโยชน์ของประชาชน”
แม้โครงการกัญชาเสรีจะเป็นนิมิตหมายที่ดีในทางการแพทย์ แต่พรรคภูมิใจไทยต้องตระหนักและยอมรับความเป็นจริงก่อนว่าการต่อหัวต่อหางเพิ่มอีก 50 มาตรา ทำให้เนื้อหาของร่างพ.ร.บ.กัญชาหลุดออกจากกรอบเดิมไปหลายทิศหลายทาง ที่สุดเนื้อหาของร่างกฎหมายนี้ มีลักษณะเป็นการส่งเสริม สนับสนุนให้ประชาชนปลูกกัญชาตามนโยบายรัฐบาล และเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเสพหรือใช้กัญชาโดยเสรีเพื่อนันทนาการมิใช่เพื่อการใช้กัญชาทางการแพทย์ เพื่อการบำบัดรักษาผู้ป่วยถ่ายเดียว
การเสนอกฎหมายที่มีหลักการและเนื้อหาหลายประการที่ขัดต่อกฎหมายยาเสพติดระหว่างประเทศ จะทำให้เกิดปัญหาในสังคมไทยหลายประการ ตั้งแต่ปัญหาในครอบครัว ชุมชน อาชญากรรม อุบัติเหตุ การใช้กัญชาในกลุ่มเด็ก เยาวชน ผลกระทบต่อระบบสาธารณสุข จะทำให้สังคมไทยขาดความมั่นคง ประชาชนส่วนใหญ่มิได้รับประโยชน์จากการปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติด ผู้รับประโยชน์จะเป็นกลุ่มนายทุนผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับกัญชา
ในขณะที่ประชาชนจะได้รับการมอมเมาให้ใช้หรือบริโภคกัญชาที่ไม่เหมาะสมอย่างไร้ผลประโยชน์
นอกจากนี้องค์กรทางวิชาการได้เผยแพร่ผลการสำรวจล่าสุดพบว่า “ผู้ป่วย” ที่เข้ามารับการบำบัดมากที่สุดคือ“ผู้ป่วย” ที่ใช้กัญชาและมีอาการทางจิตรุนแรง เพราะผู้ที่สูบกัญชากว่าจะแสดงอาการรุนแรงใช้ระยะเวลานานกว่ายาบ้าหรือไอซ์ จึงเข้าสู่กระบวนการบำบัดช้ากว่าที่ควรจะเป็น จะเป็นอาการหลอน หูแว่ว หลงผิด หวาดระแวง และทำร้ายผู้อื่น ข้อมูลปี 2563 มีผู้ป่วยจิตเวชจากกัญชาเพิ่มขึ้นร้อยละ 18และข้อมูลปี 2564 จนถึงปัจจุบันเพิ่มเป็นร้อยละ 28 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น กัญชาจึงเป็นสารเสพติดที่ต้องเฝ้าระวัง
ในอนาคตกัญชาจะก่อความรุนแรงในสังคม เนื่องจากว่ากัญชาสามารถสั่งซื้อได้ง่ายจากสื่อโซเชียล
พรรคภูมิใจไทยควรสังวรเสียใหม่ว่า การที่พรรคประชาธิปัตย์และพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นสองพรรคร่วมรัฐบาลออกมาเหยียบเบรกร่างกฎหมายที่พรรคเสนอจนต้องร้องแรกแหกกระเชอเยี่ยงนี้ น่าจะมีข้อระแวงเคลือบแคลงสงสัยในพฤติกรรมการต่อหัวต่อหางเพิ่มอีก 50 มาตราจากร่างกฎหมายที่สภารับหลักการ จนทำให้เนื้อหาของร่างพ.ร.บ.กัญชาหลุดออกจากกรอบเดิมไปหลายทิศหลายทาง
ทั้งยังสนับสนุนให้คนไทยปลูกกัญชาได้บ้านละ 15 ต้นเพิ่มจากที่พรรคภูมิใจไทยเคยหาเสียงไว้ว่าให้คนไทยปลูกกัญชาบ้านละ 6 ต้น กว่าเท่าตัวด้วย แทนข้ออ้างเกมการเมืองเพื่อเรียกคะแนนเสียง

เมืองกรุงยังจมฝุ่น กระทบหนัก9พื้นที่ คาดแนวโน้มพุ่งสูง
รบแรกพบ ‘บอม’ ลับฝีปาก ‘จีน’ สาดโคลนกลางทุ่ง ใน ‘เลดี้ทุ่งกระบือบาล’
‘พิพัฒน์’เคลียร์ชัด ปิดพระราม2เฉพาะจุดเสี่ยง
กกต.ออกหน้าแจง จับซื้อเสียงไม่ได้ เหตุระบบอุปถัมภ์ สู้คดีต้องเปิดหน้า
‘หนู’เย้ยพท.!แจกทุกวัน9ล้าน9คน 2หมื่นปีถึงจะครบ ต่างจากคนละครึ่งชัดเจน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี