วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569
เมื่อต้นสัปดาห์ (19 กันยายน) หากนับย้อนหลังไป 16 ปี คือวันโค้นล้มระบอบทักษิณ ระบอบการเมืองการปกครองในยุคสมัยหนึ่งที่มี “ทักษิณ ชินวัตร” เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนผ่านนโยบายประชานิยมอย่างล้นหลาม ผ่าน “ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์จากการเลือกตั้ง” อันเป็นเผด็จการเสียงข้างมากในรัฐสภา ที่สร้างความแตกแยกร้าวฉานของชาติจวบจนถึงปัจจุบันด้วยนโยบาย “ประชานิยม”
นโยบายรัฐซึ่งส่งผลให้มีชนชั้นนำในประเทศไปจนถึงคนในระดับรากหญ้าจำนวนมากได้ประโยชน์จากนโยบาย ของรัฐบาลพรรคไทยรักไทย (พลังประชาชนและเพื่อไทยในปัจจุบัน) นำไปสู่ความนิยมจนเป็นฐานเสียงในการเลือกตั้ง ทำให้ได้รับชัยชนะที่มีการประดิษฐ์วาทกรรมว่า “แลนด์สไลด์”
อย่างไรก็ดีความนิยมต่อตัวทักษิณยังคงมีอยู่อย่างหนาแน่นมาจนทุกวันนี้ แต่ผู้ที่ได้ประโยชน์จากนโยบายประชานิยมของทักษิณ กลายมาเป็นผู้ที่นิยม, ศรัทธา, งมงายในตัว “ทักษิณ” มาจนถึงปัจจุบัน ปิดกั้นการรับรู้รับทราบเบื้องหลังที่มาของผลประโยชน์มหาศาลที่มีคำพิพากษาความผิดหลายคดี ลบคำปรามาส “รวยแล้วไม่โกง” จนหมดสิ้น ซึ่งส่วนใหญ่ก็ คือผู้รับผลประโยชน์ร่วมกันปล้นชาติผ่านนโยบายประชานิยม”
ไม่มียุคใดสมัยใดที่ประวัติศาสตร์ไทยต้องจารึกถึงความแตกแยกในสังคม แม้สังคมไทยจักไม่เคยมีการแบ่งแยกสีผิว เพราะคนไทยเป็นคนผิวเหลืองไม่มีผิวขาวไม่มีนิโกรใดๆทั้งสิ้น แต่“ทักษิณ”และพวกก็ปลุกเร้าแบ่งแยกประชาชนออกเป็นสีได้ในที่สุด จนเกิดความรุนแรงในสังคมมีการฆ่าฟันกันอย่างที่ไม่เคยมีประวัติศาสตร์การเมืองไทยยุคใดจะเลวร้ายเท่านี้มาก่อน
ครั้งหนึ่งทักษิณเคยสำรอกสำรากถึงคำว่า“ระบอบทักษิณ” ผ่านสื่อโซเชี่ยล “คลับเฮ้าส์ช่อง CARE คิดเคลื่อนไทย”ของเขาและส่ำสัตว์ที่เชียร์ตนเองภายใต้หัวข้อ “Thaksin Regime in The Multiverse of Poorness : ระบอบทักษิณในมัลติเวิร์สของความจน” โดยกล่าวถึงกองทัพตอนหนึ่งว่า “ไม่ได้เกลียดทหารแต่ทหารโลกแคบ เอามาบริหารประเทศไม่ได้...วันนี้โลกเปลี่ยนจากเดิมมาก การคิดอะไรเดิมๆ มีแต่เจ๊ง”นี่คือการยอมรับ ความมีอยู่ของ “ระบอบทักษิณ” ระบอบสามานย์ที่เขาสร้างขึ้น
แม้จะหมดความกล้าหาญหลบหนีคดีทุจริตประพฤติมิชอบออกไปเคลื่อนไหวทำร้ายด้อยค่าประเทศของตนเองด้วยความเป็นคนที่ไม่เคยยอมรับความพ่ายแพ้ ถึงแม้จะไม่มีวันชนะจวบจนลมหายใจสุดท้ายก็ตาม แต่ก็พยายามส่งคนในตระกูล “ชินวัตร” เข้าสู่วงการการเมืองในฐานะผู้นำรัฐบาล ทั้ง “สมชาย วงศ์สวัสดิ์(น้องเขย), ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (น้องสาว), รวมทั้งล่าสุดมีความพยายามที่จะให้บุตรสาวคนเล็กในวัย 35 กะรัต ในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยให้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งด้วยความไม่ยอมแพ้ เพื่อเดินทางกลับประเทศไทยโดยอาศัยกลไกทางกฎหมายด้วยพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมล้างมลทินความผิดที่ศาลพิพากษาตัดสินไปแล้ว
ความไม่รู้สำนึกเยี่ยงนี้ สังคมไทยยังจะสนับสนุนให้ “ครอบครัวชินวัตร” อาศัยพรรคเพื่อไทยใช้ศรัทธาทางการเมืองมาเป็นความชอบธรรมเพื่อการนี้อย่างนั้นหรือ
คนไม่เคยสำนึกผิดชอบชั่วดีสมควรหรือที่สังคมไทยจะสนับสนุนให้ได้โอกาสนิรโทษกรรมเยี่ยงนี้

ส่งดาวเทียม THEOS-2A สู่วงโคจร สะดุด เผยจรวดนำส่ง PSLV อินเดีย มีปัญหา ทำวิถีบินเบี่ยงเบน
'อดีตทหารพราน'วัย63ปีค่ายปักธงชัย ลั่นพร้อมรบเสมอหากเรียกพล
มหัศจรรย์ถ้ำพระยานคร! แห่ชมแสงแรกแห่งปี ส่องสว่างเหนือพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์
หนุ่ม คงกระพัน ลุ้นตัวเกร็ง ลูกชายรับรางวัลเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ เป็นตัวแทนสปีชขอบคุณนายกฯอนุทิน
คาด'ภท.'ซิวชนะ'ส้ม' 'สุวิชา'ชี้กระแส'น้ำเงิน'แรง จับตาลุ้นโค้งสุดท้าย

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี