วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
สังคมใดก็ตามที่คนจำนวนมากไร้สติ และไม่มีความเข้มแข็งทางปัญญา จะมีสภาพสังคมที่เต็มไปด้วยความสับสน โกลาหล และมีข่าวลือ ข่าวลวง ข่าวเท็จกระจายเต็มสังคม เนื่องจากคนไร้สติ สิ้นปัญญามักไม่นิยมเรื่องจริง แต่หมกมุ่นหลงใหลในเรื่องเท็จ เรื่องที่ตนเองไม่รู้จริง
ยิ่งคนในสังคมพากันหลงใหลและนิยมเสพเรื่องเท็จ ก็ยิ่งทำให้ คนที่ไม่ต้องการตกเป็นเหยื่อของเรื่องเท็จต้องเพิ่มระดับสติปัญญาให้ตนเองมากยิ่งขึ้น หรือพูดให้ตรงประเด็นคือ การจัดการกับคนพูดโกหก คนปล่อยเรื่องเท็จ ก็ต้องใช้ความจริงเป็นเครื่องมือกำจัดเรื่องเท็จและคนโกหก
ถามว่าเป็นหน้าที่ของใครในการกำจัดเรื่องเท็จ และป้องกันการแพร่กระจายข่าวเท็จในสังคม คำตอบคือ เริ่มที่ตัวเราทุกคน เราต้องไม่ส่งต่อเรื่องเท็จ มีการตั้งคำถามว่าทำอย่างไรจึงจะรู้ว่าเรื่องใดเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องเท็จ คำตอบคือต้องอ่านข้อความทั้งหมดให้ละเอียดถี่ถ้วน และต้องใช้วิจารณญาณในการวิเคราะห์กลั่นกรองเรื่องนั้นๆ
บางคนอาจจะบอกว่าเรื่องที่ส่งต่อๆ กันนั้นน่าเชื่อถือ เพราะส่งมาจากคนที่มีชื่อเสียง มีหน้ามีตา และมีสถานภาพในสังคม คำถามคือ คุณมั่นใจได้จริงๆ หรือว่าคนที่ถูกอ้างชื่อนั้นเป็นผู้ให้ข่าวด้วยตัวเองจริงๆ คุณอยู่ในเหตุการณ์นั้นๆ โดยตรงหรือ
การอ้างบุคคลสำคัญหรือคนดังว่าเป็นผู้ให้ข่าว โดยการนำภาพของคนผู้นั้นมาประกอบ ไม่ใช่เครื่องยืนยันว่าเขาคนนั้นเป็นผู้พูดหรือให้ข่าวโดยแท้จริง จนกว่าคุณจะได้รับการยืนยันจากเจ้าตัวว่าเขาคือผู้ให้ข่าวจริงๆ
เพราะฉะนั้น การที่คุณได้รับข่าวหรือเรื่องใดๆ ก็ตามจากสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) สารพัดชนิด โดยเฉพาะSocial Media ที่ไม่สามารถระบุตัวตนแท้จริงของผู้ส่งได้ ก็ขอให้ตั้งข้อระมัดระวังไว้เป็นอันดับแรกคือ เรื่องนั้นไม่น่าจะเป็นความจริง
ผู้จงใจปล่อยข่าวเท็จ และเรื่องลวงโลกหลายรายพยายามสร้างความน่าเชื่อถือโดยอ้างว่านำข่าวมาจากสำนักข่าวใด สำนักข่าวหนึ่ง โดยการนำตราสัญลักษณ์ของบริษัทมาเป็นเครื่องแอบอ้าง แต่เมื่อพิสูจน์กันให้จริงจังแล้ว ก็กลับพบว่าสำนักข่าวที่ถูกแอบอ้างนั้นไม่ได้นำเสนอข่าวเรื่องนั้น
เพราะฉะนั้น เมื่อคุณจะเสพข่าวใดๆ ก็ตาม ขอให้คุณเสพข่าวที่มาจากต้นตอของสำนักข่าวโดยตรง เพราะจะช่วยสร้างความมั่นใจให้คุณได้ระดับหนึ่งว่าข่าวนั้นๆ มาจากสำนักข่าวที่มีตัวตนจริงๆ แต่ถึงกระนั้นก็ตาม คุณก็ยังไม่สามารถไว้วางใจในการนำเสนอข่าวโดยสำนักข่าวใด สำนักข่าวหนึ่งได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะสำนักข่าวบางแห่งก็รับจ้างนำเสนอเรื่องโดยแลกกับเงินค่าจ้าง โดยไม่คำนึงถึงจริยธรรมของนักสื่อสารมวลชน
เมื่อเป็นแบบนี้ ก็เกิดคำถามตามมาอีกว่า ถ้าเช่นนั้นจะเชื่อใครได้บ้าง เพราะเชื่อข่าวจาก Social Media ก็ไม่น่าจะได้ แถมยังเจอสำนักข่าวมีตัวตนบางแห่งกลับรับจ้างเขียนข่าวโดยไม่คำนึงถึงจริยธรรมสื่อมวลชนอีก คำตอบคือ คุณต้องใช้สติและปัญญาของคุณในการกลั่นกรอง ย้ำว่าคุณต้องใช้สติปัญญาของคุณกลั่นกรอง คุณต้องไม่เสพข่าวโดยไร้สติสิ้นปัญญา ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนเชื่อข่าวใดๆ จนกว่าคนจะได้พินิจพิเคราะห์เรื่องราวนั้นๆ ด้วยตัวคุณเองให้กระจ่างชัดแต่ก็มีบางคนบอกว่าไม่มีความรู้ในเรื่องราวบางเรื่อง เช่น เรื่องการเงินการคลัง เรื่องความมั่นคง หรือเรื่องการต่างประเทศ
ก็ต้องย้ำเหมือนเดิมคือ การจะเสพข่าวใดๆ ต้องเลือกก่อนเป็นอันดับแรกว่าผู้ให้ข่าวนั้นๆ เป็นใคร มีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด รู้เรื่องนั้นๆ จริงจังลึกซึ้งเพียงใด แล้วที่สำคัญคือต้องเสพด้วยสติปัญญา ขอย้ำว่าไม่มีความจำเป็นต้องรีบร้อนเชื่อถือข่าวใดๆ ทั้งสิ้น เพราะข่าวคือการรายงานจากบุคคล ดังนั้นอาจจำเป็นต้องตั้งข้อสังเกตด้วยว่า บุคคลที่รายงานข่าวนั้นๆ มีความซื่อตรง เป็นกลาง และนำเสนอรอบด้านหรือไม่ แต่ถ้าหากเป็นสื่อมวลชนที่ยึดมั่นในหลักจริยธรรมนักสื่อสารมวลชนแล้ว เขาจะนำเสนอด้วยความรอบคอบอย่างที่สุด หากเรื่องใดประเด็นใดที่เขาไม่มั่นใจ ไม่แน่ใจ เขาจะไม่นำเสนอเป็นอันขาด เขาจะรอให้มีความชัดเจนมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ จึงจะนำเสนอ และเขาก็จะบอกด้วยว่าการนำเสนอข่าวของเขานั้นยังอยู่ในช่วงที่ข่าวยังมีพัฒนาการ ข่าวที่นำเสนอยังไม่จบสิ้นสมบูรณ์
ขอย้ำเพื่อเตือนสติผู้คนที่ชอบส่งต่อข่าว และเรื่องราวต่างๆ ให้แพร่กระจายไปเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่ตนเองยังไม่ได้อ่านเรื่องราวนั้นๆ ให้ถี่ถ้วนไม่เคยใช้สติปัญญาพินิจพิเคราะห์เรื่องราว และที่สำคัญคือไม่มีความรู้จริงในเรื่องนั้นๆ ขอความกรุณาว่าอย่าส่งต่อเรื่องที่ตนเองไม่รู้ ไม่มั่นใจ และไม่มีหลักฐานว่าคนที่นำเสนอเรื่องนั้นเป็นใคร มีตัวตนแท้จริงหรือไม่ เหตุที่ต้องขอร้องเช่นนี้ก็เพื่อป้องกันความโกลาหลในสังคม เพราะทุกวันนี้นอกจากเราจะหาความจริงจากแหล่งข่าวบางจำพวกได้น้อยมากแล้ว เรายังดันมีพวกที่นิ้วโตกว่าสมอง ช่วยกันกระจายข่าวเท็จ ข่าวลวงให้แพร่สะพัดไปในสังคมทุกๆ วินาที ขอย้ำว่า สังคมที่เต็มไปด้วยข่าวลือ คือสังคมของคนไร้สติ สิ้นปัญญา โดยแท้ ยิ่งคนไร้สติ ไร้ปัญญา ก็ยิ่งชอบแพร่กระจายข่าวลือ ข่าวเท็จ และคนไร้ปัญญาก็ชอบเสพเรื่องโกหก

แดงทั้งเมือง! เทวัญ นำ 3 ผู้สมัคร สส. อ้อนขอคะแนนชาวโคราช
สาธุ! อนุทิน ยิ้มรับโพล 180 ที่นั่ง พร้อมชูเงื่อนไข น้ำเงิน แกนนำรัฐบาล
'พีระพันธุ์' ขึ้นรถแห่ทั่วกรุง! ขอคนไทยเลือกตามหัวใจ
อนุทิน เมิน เต้น แซะทฤษฎีสมคบคิด ยันทำตามระบอบประชาธิปไตย
กัมพูชา ปัดพัลวัน ยืนยันอาชญากรฟิลิปปินส์ ไม่ได้หนีกบดานอยู่ในประเทศ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี