วันเสาร์ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2569
“บุคคลแนวหน้า ในหนังสือพิมพ์แนวหน้า แนวหน้าออนไลน์/www.naewna.com สื่ออุดมการณ์มั่นคง ตรงไป ตรงมา” ฉบับนี้ “ไม้หน้าสามย่อโลกทัศน์ที่กว้างให้แคบ ขยายโลกทัศน์ที่แคบให้กว้าง ทำความจริงที่ซ่อนเร้นให้ปรากฏ ให้สังคมไทยรู้เท่าทันเล่ห์ทันเหลี่ยมนักธนกิจการเมือง ทุนสามานย์นักการเมืองเสียชาติเกิด นักเลือกตั้งชังชาติ ส่ำสัตว์สัมภเวสีติ่งแดงด้อมส้มอย่างเท่าเทียม” เริ่มต้นด้วย #Saveขบวนเสด็จฯ, # ต่อต้านคัดค้านนำผู้ต้องหาคดีผิดมาตรา 112 ร่วมในร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม, # เรารักสถาบัน...
■■ จากคำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญต่อพฤติการณ์แก้ไข/ยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 บัดนี้น่าจะประจักษ์ชัดแจ้งว่า ประเด็นนี้มีการดำเนินการเป็นขบวนการเป้าหมายคือแยกสถาบันพระมหากษัตริย์ออกจากสถาบันชาติ เคลื่อนไหวมุ่งล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข, ล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งผู้ร่วมขบวนการเริ่มทยอยเปิดหน้าออกมาเรื่อยๆ ... ข้อเสนอล่าสุดร่างแก้ไขมาตรา 112 ของพรรคก้าวไกลได้พิมพ์เขียวมาจากแนวคิด “ปิยบุตร แสงกนกกุล” อดีตผู้นำจิตวิญญาณพรรคอนาคตใหม่ก่อนที่จะแปลงร่างเป็น “พรรคก้าวไกล” ซึ่งสอดคล้องกับ “แนวทางปฏิรูปซ่อนเร้น อันเป็นบันไดนำไปสู่การล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์” อย่างชัดเจน...
■■ “ไม้หน้าสาม” เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการปราบปรามเสี้ยนหนามแผ่นดินแก๊งก๊วนขบวนการนี้ให้สิ้นซากโดยพลันก่อนที่ “สิ่งมีชีวิตไร้สามัญสำนึก” จะใช้ “สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นเหตุให้สังคมไทยแตกแยกอีกครั้ง หลังจากเคยดำเนินการสำเร็จเมื่อ เกือบ 5 ทศวรรษที่ผ่านมา จนเกิดวาทกรรมฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป” เราเชื่อความสามารถของตำรวจไทย เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง, หน่วยข่าวกรอง, ศรภ.จักสามารถคลี่คลายกระชากลากตัวเชื้อชั่วที่ฝังรากอยู่ในสังคมไทยออกมาทำลายได้จนสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ธำรงอยู่อย่างเข้มแข็งปลอดภัย...
■■ เป็นอันว่า “หน้าด้านกว่าชนะเลิศ” ที่สุด “หนูน้อยถุงเท้าแดง/เศรษฐา ทวีสิน” ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้นำรัฐบาลก็ผดุง “ความเหลื่อมล้ำของสังคมไทย” สุดความสามารถอย่างที่ต้องปรบมือให้แก่ “สี่ขาผู้ซื่อสัตย์” ให้ปังปูริเย สุด สุด ตั้งแต่เหยียบแผ่นดินมาตุภูมิ “โจรโกงบ้านฉ้อฉลเงินภาษีประชาชน/นักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร” เดินถ่มน้ำลายรดฟ้ารับสารภาพการกระทำความผิดฉ้อราษฎร์บังหลวง พร้อมยอมรับโทษทัณฑ์ตามคำพิพากษา 8 ปี แต่ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ จึงโปรดเกล้าฯพระราชทานอภัยลดโทษจาก 8 ปี เหลือ 1 ปี แต่บัดนั้นจนบัดนี้ มีกระแสข่าวที่เชื่อถือได้ระบุว่า “โจรโกงบ้านฉ้อฉลเงินภาษีประชาชน/นักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร” มีชื่อเป็น 1 ใน 930 รายชื่อที่ได้รับการเสนอชื่อพักโทษตามมาตรา 52 ของกฎหมายราชทัณฑ์ และได้กลับไปอยู่ที่บ้านจันทร์ส่องหล้าวันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567 โดยไม่ต้องติดกำไลอีเอ็มอีกต่างหาก ... “เศรษฐา” เชลียร์แบบไม่ต้องคิดมาก “เป็นบุคคลที่ทำประโยชน์ให้ชาติยาวนาน-เป็นนายกฯที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย เชื่อจะให้คำแนะนำดีๆ ให้ลูกสาว-อุ๊งอิ๊ง/แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทยเป็นแนวทางบริหารประเทศได้อย่างดี ไม่รู้ท่านผู้ทรงเกียรติใช้ติ่งส่วนไหนในร่างกายคิดให้โจรทุจริตต่อประเทศชาติบ้านเมือง ฉ้อฉลเงินภาษีประชาชนมาหาผลประโยชน์เป็น “ฮีโร่-วีรบุรุษผู้สร้างคุณูปการเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง”แนะให้ “มองเรื่องอดีตเป็นอดีต ออกมาเป็นประชาชนคนธรรมดา” ทำเยี่ยงนั้นได้จริงหรือ...
■■ คงต้องถาม “หนูน้อยถุงเท้าแดง-เศรษฐา ทวีสิน” และทีมรัฐบาลเป็ดง่อย ทุกๆ ท่าน หลักการต่อไปนี้ “เราไม่สามารถทำให้คนรวยเหมือนกันหมดแต่เราต้องทำให้ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน” ยังคงใช้กับ“สังคมไทย” ได้อยู่ต่อไปใช่หรือไม่ ... ท่านทั้งหลายคงสะใจสบายใจที่ได้ย่ำยีประชาชนที่ท่านทั้งหลายสำรอกสำรากพร่ำเพ้อความสำคัญอยู่ทุกวี่วัน เป็นชัยชนะความสะใจตอกย้ำความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในสังคมไทยไม่เฉพาะความรวยจน แต่เหลื่อมล้ำกระทั่งศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และหลักการของกฏหมายอีกต่างหาก “วัฒนธรรมคนศีลเสมอกัน”...
■■ น่าตกใจไม่ใช่น้อยกับคำสรรเสริญเอออวย “โจรอุบาทว์-ทักษิณ ชินวัตร” นักโทษที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์กติกาด้วยคำว่า “หน้าด้าน” กว่า จนเป็นผู้ป่วยที่ไม่เคยมีใครทราบว่าป่วยหนักด้วยโรคอะไร อาการหนักหนาสาหัสแค่ไหน เยี่ยงนี้ยังจะสำรอกว่าสร้างคุณูปการให้ประเทศชาติบ้านเมือง เป็นที่นิยมของหมู่ประชาชนจำนวนมาก แต่คนเราบูชาเขาเหล่านั้นกลับไม่ล่วงรู้เลยว่าคนที่เขารักบูชาปางตายหรือไม่...
■■ พักโทษก็จะกลับบ้าน “จันทร์ส่องหล้า” โดยที่หมอไม่ต้องเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิดแล้วอย่างนั้นหรือ เวงกำของสังคมไทยโดยแท้ที่ผู้หลักผู้ใหญ่ที่ดูแลบริหารประเทศนี้สร้างความเหลื่อมล้ำในภาคประชาชน บอกอย่างหน้าไม่มียางอายที่สุดว่า โจรอุบาทว์ รายนี้ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามขั้นตอนแล้ว อดีตก็คืออดีต อยากทราบจริงหากมีพนักงานในบริษัทแสนสิริทุจริตคอร์รัปชั่นเงินบริษัทจนเกิดความเสียหายคนกระทำผิดคิดชั่วแบบนั้นจะได้รับการปฏิบัติเยี่ยงไรจากอดีตประธาน “แสนสิริ” และจะประกาศให้หมู่พนักงานรับทราบว่าอดีตคืออดีตงั้นหรือ...
■■ “ไม้หน้าสาม” อ่านจดหมายจากนายประกันที่ชื่อ “พิธาคิโอ/พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวน้าพรรคก้าวไกล, อดีตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล” ผู้สำรอกสำรากใน “ห้องประชุม พระสุริยันสัมปายะสภาสถาน” ให้คนทั้งแผ่นดินที่ติดตามการทำหน้าที่ของท่านผู้ทรงเกียรติผู้แทนปวงชนชาวไทยได้ยินพร้อมกันอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า “ทุกครั้งที่ผมไปหาคุณตะวันและคุณแบม ผมมองตาตะวันแล้วเห็นพิพิมลูกสาวของผมอยู่ในนั้น” ... ช่างเป็นวาทกรรมสุดประเสริฐที่กลั่นออกมาจากใจถึงใจได้อย่างลึกซึ้งคุ้มค่าทว่าเมื่อ “ตะวัน จัญไร คิดบัดซบ” ก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์บีบแตรยาวใส่และขับรถด้วยความเร็ว จี้ขบวนเสด็จฯ 905 “สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี” เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา เสียงสำรอกปัดป้ายเป็นพัลวันในความรับผิดชอบก็อื้ออึงราวกับว่า “พิธาคิโอ” ขากสเลดเป็นเลือดถ่มถุยขึ้นฟ้ารดหน้าตัวเองเยี่ยงนั้น สมราคาคำพังเพย-ภาษิตจีนที่เหมาะแก่ช่วงเวลา “ตรุษจีน” เป็นยิ่งนักที่ว่า “งาช้างไม่งอกออกจากปากสุนัข” หรือจะบอกว่า “ไม่มีความจริงความซื่อสัตย์ เรื่องดีๆ จากปากคนเลวคนชั่ว” ... ก็ว่าได้และเนื้อหาจดหมายที่ “คอลัมนิสต์อาวุโส เปลว สีเงิน” นำมาเผยแพร่แล้วไม่ต้องตีความให้มากเวลาว่านี่คือกระบวนการอย่างคำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ชัดเจน ตรงประเด็นที่สุด จากนี้ก็อยู่ที่ รัฐบาลเป็ดง่อย, ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์,เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองและประชาชนผู้จงรักภักดีต่อสถาบันจะร่วมกันขุดคุ้ยโค่นทำลายขบวนการล้มล้างการปกครอง ล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์นี้อย่างไร...
■■ แทบไม่อยากเชื่อว่า กรณี “เจ้าหน้าที่ตำรวจผดุงความยุติธรรมจับนักข่าวเว็บประชาไทและช่างภาพอิสระ” ไปดำเนินคดีในข้อหาสนับสนุนการทำให้โบราณสถานเสียหาย จากการทำข่าวการฉีดสเปรย์สัญลักษณ์ต่อต้านมาตรา 112 ใส่กำแพงพระบรมมหาราชวัง (วัดพระแก้ว) เมื่อ 28 มี.ค. 2566” จะกลายเป็นดราม่าที่มีขบวนการล้มล้างการปกครอง และล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ออกมาดิ้นเร่าๆ ราวโดนน้ำร้อนสาดใส่ ถึงขนาดประดิษฐ์วาทกรรมหรู “สื่อมวลชนไม่ใช่อาชญากร...สื่อมวลชนไม่มีเสรีภาพ” มีอาจารย์จากสถาบันอุดมศึกษา “รั้วจามจุรี/จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” จูงนิสิตคณะนิเทศศาสตร์ชั้นปีไหนไม่ทราบ ไม่ได้อยู่ในสายตาต้องใส่ใจจำนวนหนึ่งออกมาชูป้ายข้อความต่อต้านคัดค้านการจับกุมสื่อปีศาจและช่างภาพอิสระแล้วก็โอดครวญไปตามออเดอร์ว่าคุกคามสื่อ ลิดรอนเสรีภาพสื่อสารมวลชน ...เอาจริง ถามตรงในวงการสื่อมวลชน ไม่มีสื่อปีศาจชั่วไม่รู้กาลเทศะไม่มีสามัญสำนึกวุฒิภาวะ ปะปนกันเชียวหรือ สื่อมวลชนก็ปุถุชนคนธรรมดา สังคมไทยจึงมีโอกาสเห็นสื่อหยิบสุราที่ก่อประโยชน์ส่วนตน โพสต์ภาพลงแฟนเพจพร้อมข้อความแล้วหน้าตายตีหน้าซื่อว่าไม่ผิดกฎหมายแค่อยากเรียกร้องเปิดโอกาสให้ทุนรายย่อยมีพื้นที่ก่อสงครามการค้ากับกลุ่มทุนผูกขาด อาจจะพบเจอสื่อมวลชนที่ล่วงละเมิดทางเพศ แล้วองค์กรสื่อโอบอุ้มจนราวกับว่าผู้เสียหายเป็นผู้เริ่มอย่างนั้น...■■
ไม้หน้าสาม

เฟซบุ๊ก‘อนุทิน’เจอมือดีถล่มปลิวหายช่วงค่ำ ก่อนโผล่กลับมา แต่โพสต์ชายแดน-ปีใหม่หายเกลี้ยง
สลด!ชายหายตัว 3 วัน พบเป็นศพลอยน้ำใต้สะพานท่ารถ บขส.เชียงคำ
สายเอเชีย (ขาเข้า กทม.) ผ่าน จ.อ่างทอง แน่นทุกช่องทาง แนะเลี่ยงเข้าอ่างทองสายใน ตั้งแต่สิงห์บุรี
สลด! นทท.รัสเซียหมดสติเสียชีวิต ขณะปีนขึ้นเจดีย์สำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง กลางเมืองพังงา
ลุยช่วย‘เอก สายไหมต้องรอด’ ‘เอกนัฏ’เผยรอบนี้‘คนกรุง’สนใจ‘ภูมิใจไทย’เป็นพิเศษ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี