Logo วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / กวนน้ำให้ใส
กวนน้ำให้ใส

กวนน้ำให้ใส

สารส้ม
วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.
สิ่งที่หวังผลได้ จากไทยช่วยไทย พลัส 60/40

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” 60/40 ได้รับการตอบรับดีมาก

มีผู้ลงทะเบียนกว่า 26 ล้านสิทธิ และร้านค้าเข้าร่วมกว่า 1 ล้านราย


ส่วนใหญ่เป็นร้านค้ารายย่อย ซึ่งจะได้กำลังซื้อของประชาชนในโครงการนี้เข้าไปช่วยเพิ่มยอดขาย โดยรัฐบาลช่วยจ่าย 60% เพื่อบรรเทาค่าครองชีพจากราคาพลังงานสูง

โครงการเปิดให้ประชาชนใช้จ่ายได้ในวันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นวันแรก

สิ่งที่คาดหวังได้จากโครงการนี้ คืออะไร ?

1. จำนวนผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ทั้งสิ้น 26.5 ล้านราย

แต่ลงทะเบียนสำเร็จทั้งสิ้น 26.04 ล้านราย

ในจำนวนนี้ เป็นผู้เคยเข้าร่วมคนละครึ่งพลัส 18.9 ล้านคน

เป็นผู้ลงทะเบียนใหม่ 7.1 ล้านคน

ส่วนผู้ที่ลงทะเบียนแล้วไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ ปรากฏว่า เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 481,604 คน (ซึ่งได้รับความช่วยเหลือเติมเงินค่าใช้จ่ายเพิ่มเป็นเดือนละ1,000 บาทโดยตรงอยู่แล้ว)

2. ประชาชนผู้ได้รับสิทธิโครงการฯ สามารถเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569 (เวลา 06.00 - 23.00 น.) ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”

โดยจะได้รับวงเงินสนับสนุนค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนด สำหรับการซื้อจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ในอัตราร้อยละ 60

แต่ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน

ทั้งนี้ กรณีมีวงเงินสิทธิเหลือในเดือนใด จะไม่ทบสิทธิไปในเดือนถัดไป

3. ประชาชนสามารถเตรียมเติมเงินเข้า G-Wallet (กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของภาครัฐ) ไว้ล่วงหน้าก่อนวันเริ่มใช้จ่าย เพื่อใช้สำหรับสแกนใช้จ่ายในโครงการฯ หรือทยอยเติมเงินได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ไม่จำเป็นต้องไปเติมเงินวันละ133 บาท หรือ 600 กว่าบาท อย่างที่ปั่นในโซเชียล

จะเติมเท่าไหร่ ก็ตามอัธยาศัย ตามแต่ว่าวันไหนจะใช้มากใช้น้อย

และเงินที่เราเติมเงินเข้า G-Wallet ไม่มีวันหายไปไหน วันนี้ไม่ใช้ พรุ่งนี้ก็มาใช้ หรือถ้าไม่ใช้ ก็โอนกลับได้

ส่วนเงินที่ภาครัฐช่วยจ่าย เขาจะช่วยเราจ่าย 60% ของมูลค่าสินค้าและบริการ โดยอั้นความช่วยเหลือของรัฐไว้ไม่เกินวันละ 200 บาท

เพราะฉะนั้น ถ้าเราซื้อของมูลค่า 50 บาท เราจ่ายเงินในส่วนของเรา(ที่เติมเงินเข้า G-Wallet) แค่ 20 บาท แต่รัฐช่วยจ่ายอีก 30 บาท

ถ้าเราซื้อของมูลค่า 100 บาท เราจ่ายเงินในส่วนของเรา(ที่เติมเงินเข้า G-Wallet) แค่ 40 บาท แต่รัฐช่วยจ่ายอีก 60 บาท

ถ้าเราซื้อของมูลค่า 150 บาท เราจ่ายเงินในส่วนของเรา(ที่เติมเงินเข้า G-Wallet) แค่ 60 บาท แต่รัฐช่วยจ่ายอีก 90 บาท

ถ้าเราซื้อของมูลค่า 200 บาท เราจ่ายเงินในส่วนของเรา(ที่เติมเงินเข้า G-Wallet) แค่ 80 บาท แต่รัฐช่วยจ่ายอีก 120 บาท

ถ้าเราซื้อของมูลค่า 250 บาท เราจ่ายเงินในส่วนของเรา(ที่เติมเงินเข้า G-Wallet) แค่ 100 บาท แต่รัฐช่วยจ่ายอีก 150 บาท

ถ้าเราซื้อของมูลค่า 300 บาท เราจ่ายเงินในส่วนของเรา(ที่เติมเงินเข้า G-Wallet) แค่ 120 บาท แต่รัฐช่วยจ่ายอีก 180 บาท

ถ้าเราซื้อของมูลค่า 333 บาท เราจ่ายเงินในส่วนของเรา(ที่เติมเงินเข้า G-Wallet) แค่ 133 บาท แต่รัฐช่วยจ่ายอีก 199 บาท

เมื่อรัฐอั้นความช่วยเหลือไว้ไม่เกินวันละ 200 บาท ดังนั้น ถ้าเราซื้อของมูลค่ามากกว่า 333 บาท ในวันนั้น ส่วนที่เกินจาก 333 บาทขึ้นไป เราก็ต้องจ่ายเองทั้งหมด (เพราะรัฐช่วยจ่ายเต็มเพดานในหนึ่งวันแล้ว) สามารถดูได้ตามตารางประกอบ

วันต่อมา ก็เริ่มต้นกันใหม่

เป็นอย่างนี้ จนกว่ารัฐจะช่วยจ่ายครบ 1,000 บาทในหนึ่งเดือน

4. ร้านค้าที่ลงทะเบียนในโครงการฯ ส่วนใหญ่เป็นร้านค้ารายเล็กรายน้อย

ข้อมูลล่าสุด ณ 31 พ.ค. 2569 ร้านค้าที่ลงทะเบียนสำเร็จแล้ว 721,644 ราย

เป็นร้านค้ารายเดิม 659,913 ราย

ร้านค้ารายใหม่ 61,731 ราย

นอกจากนี้ ยังมีร้านค้าที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการสมัคร/ยืนยันสิทธิ 329,454 ราย

รอให้ร้านค้าเข้ามากดยอมรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขโครงการฯ 325,844 ราย

ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ มีโอกาสได้รับกำลังซื้อจากประชาชนที่รัฐเพิ่มกำลังซื้อให้มหาศาล รวมกว่า 2 แสนล้านบาท (ยังไม่นับส่วนที่ประชาชนจะซื้อเกินกว่าส่วนที่รัฐช่วยจ่าย)

จึงขอเชิญชวนร้านค้าสมัครเข้าร่วมโครงการฯ ได้อย่างต่อเนื่อง

ผู้ประกอบการร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส สามารถยืนยันสิทธิเพื่อเข้าร่วมโครงการฯ ได้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569

สำหรับร้านค้าที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯได้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังเตรียมเปิดใช้งาน AI “นกกระซิบ” ผู้ช่วยอัจฉริยะบนแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” เพื่อเพิ่มทักษะการค้าขายยุคดิจิทัล (Upskill) ช่วยผู้ประกอบการรายย่อยวิเคราะห์ยอดขาย บริหารสต๊อกสินค้า และประเมินสุขภาพทางการเงิน เพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อในระบบ และต่อยอดธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กและรายย่อยสามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการวางแผนและตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

5. สิ่งที่คาดหวังได้จากไทยช่วยไทย พลัส เพิ่มยอดขายร้านที่เข้าโครงการ เงินสะพัด

ย้อนกลับไปดูโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ประสบความสำเร็จในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

เช่นเดียวกับ “คนละครึ่ง” สมัยรัฐบาลลุงตู่ ตั้งแต่เฟส 1 – 5

คนละครึ่งพลัส ช่วยเพิ่มยอดขาย กระตุ้นการใช้จ่าย และฟื้นฟูกำลังซื้อได้จริง

เงินสะพัด ยอดใช้จ่ายรวมในระบบมากถึง 84,185 ล้านบาท หลังสิ้นสุดโครงการสิ้นปี 2568

ภาพรวมร้านค้าที่เข้าโครงการคนละครึ่ง พลัส ยอดขายทั่วประเทศเติบโตเฉลี่ย 4.2 เท่า

ร้านอาหาร ยอดขายไตรมาส 4 โต +5% โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหารเล็กขยายตัวสูงถึง 5.9 เท่า

สำหรับการสั่งอาหารผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่

Grab ยอดขายร้านที่เข้าร่วมเพิ่มเฉลี่ย 3 เท่า (บางร้านโตสูงสุด 18 เท่า) ภายในสัปดาห์แรก

LINE MAN Wongnai ออเดอร์รวมกว่า 8 ล้านออเดอร์ ใน 3 สัปดาห์

ช่วยให้ร้านค้าได้ฐานลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น +22%

มียอดใช้จ่ายต่อบิลสูงขึ้น +15%

สำหรับโครงการ “คนละครึ่ง” ตั้งแต่สมัยรัฐบาลลุงตู่ ผลการศึกษาชี้ให้เห็นถึงความสำเร็จในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างชัดเจน

ผลการวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่า โครงการนี้ช่วยดันยอดขายให้ร้านค้ารายย่อย (SMEs) เพิ่มขึ้นถึง 174% เมื่อเทียบกับร้านค้าที่ไม่ได้เข้าร่วม

ประโยชน์และผลกระทบสำคัญของโครงการ สามารถสรุปได้ดังนี้

1. ประโยชน์ต่อผู้บริโภคและประชาชน

ลดภาระค่าใช้จ่าย ช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพในชีวิตประจำวันของประชาชนในการซื้ออาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าอุปโภค-บริโภค

เรียนรู้การใช้เทคโนโลยี ผลักดันให้ประชาชนกลุ่มฐานรากและผู้สูงอายุคุ้นเคยกับการใช้จ่ายผ่านระบบดิจิทัล (แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”)

2. ประโยชน์ต่อผู้ประกอบการรายย่อย และเศรษฐกิจฐานราก

กระตุ้นยอดขายร้านค้ารายย่อย งานวิจัยยืนยันว่าช่วยเพิ่มรายได้ให้ร้านค้ารายย่อย แผงลอย และหาบเร่ อย่างมีนัยสำคัญ

เงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ เม็ดเงินถูกนำไปใช้จ่ายหมุนเวียนในระดับชุมชน ทำให้เกิดการกระจายรายได้ไปสู่เกษตรกรและผู้ผลิตวัตถุดิบในท้องถิ่น

3. ประโยชน์เชิงนโยบายและข้อมูลภาครัฐ

โปร่งใส ตรวจสอบได้ การใช้จ่ายผ่านระบบดิจิทัลทำให้รัฐบาลมีฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ที่สามารถนำไปใช้วิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคและใช้ออกแบบนโยบายช่วยเหลือในอนาคตได้อย่างแม่นยำ

ลดความเสี่ยงในการรั่วไหล การจ่ายเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข (Co-payment) เป็นการกระตุ้นให้เกิดการบริโภคที่แท้จริง แตกต่างจากการแจกเงินสดเพียงอย่างเดียว

รศ.อธิภัทร มุทิตาเจริญ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า โครงการคนละครึ่งสามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยร้านค้า
ขนาดเล็กที่เข้าร่วมโครงการมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ กลไกสำคัญของความสำเร็จนี้คือ การขยายฐานลูกค้าใหม่ให้แก่ร้านค้า ซึ่งช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจ และกระจายรายได้สู่
ผู้ประกอบการรายย่อย

อย่างไรก็ตาม โครงการไม่ได้มีผลกระตุ้นการบริโภคโดยรวม จากการศึกษาพบว่า ทุก 1 บาทของงบประมาณที่รัฐลงทุนในโครงการ ส่งผลให้เกิดการบริโภคใหม่เพียง 0.4 บาทเท่านั้น

เนื่องมาจากผู้เข้าร่วมโครงการมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยลดการซื้ออาหารจากร้านค้าที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริโภคมากกว่าการเพิ่มปริมาณการบริโภคโดยรวม

“โครงการคนละครึ่งประสบความสำเร็จในการสนับสนุน SME และขยายฐานลูกค้าใหม่ให้กับร้านค้าเล็ก แต่หากพิจารณาในแง่ของการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการบริโภค โครงการนี้ยังมีข้อจำกัด เนื่องจากเกิดการโยกย้ายการบริโภคมากกว่าการสร้างการบริโภคใหม่” - รศ.อธิภัทร กล่าว

6.ด้วยเหตุนี้ โครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ก็คาดหวังผลได้ไม่ต่างจากคนละครึ่ง และคนละครึ่งพลัสที่ผ่านมา เพราะปัจจุบัน ประชาชนได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ทำให้บรรยากาศการใช้จ่ายลดลง กำลังซื้ออ่อนลง โครงการนี้ช่วยเพิ่มกำลังซื้อ โดยช่วยจ่าย จึงเป็นการประคองกำลังซื้อให้แก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย เพื่อไปใช้จ่ายในร้านค้ารายย่อยที่เข้าร่วมโครงการ จะได้มียอดขายเพิ่ม ช่วยประคองกิจการให้มีเงินหมุนเวียนต่อไปอย่างน้อย 4 เดือน

ในภาพรวม โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ใช้เงินจากภาครัฐ 1.7 แสนล้านบาท

ประกอบด้วย

(1) โครงการช่วยเฉพาะเจาะจงกลุ่มเป้าหมาย คือ กลุ่มผู้มีรายได้น้อยฯ (บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรลุงตู่ 13 ล้านคน) ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ ไม่ต้องแย่งกับใคร

สามารถย่อยได้ 2 ส่วน ที่เพิ่มเติมการรับมือวิกฤตค่าครองชีพ จึงนำเงินกู้มาใช้ ได้แก่ 1.จัดประชารัฐสวัสดิการต่อเนื่อง จนถึงสิ้นปีงบประมาณ 2569 วงเงินไม่เกิน 18,800 ล้านบาท และ 2. เพิ่มวงเงินสวัสดิการฯ โดยเพิ่มวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภค 700 บาทต่อคนต่อเดือน (รวมของเดิมเป็น 1,000 บาทต่อเดือน) ระยะเวลา 4 เดือน ก็คือถึงสิ้นปีงบประมาณ 2569 นั่นเอง วงเงินไม่เกิน 36,918 ล้านบาท

(2) โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ส่วนนี้ ช่วยคนที่ลงทะเบียนใหม่ 30 ล้านคน และช่วยเพิ่มยอดขายแก่กิจการรายเล็กรายน้อยกว่า 1 ล้านราย รัฐช่วยจ่ายวงเงินไม่เกิน 120,000 ล้านบาท

รวมใช้เงินจากภาครัฐ 1.7 แสนล้านบาท โดยจะใช้จากเงินกู้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทนั่นเอง

อยู่ภายใต้กรอบวงเงินกู้ 200,000 ล้านบาท ตามแผนงาน/โครงการที่ 1 เพื่อช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน ตามบัญชีท้ายพระราชกำหนดฯ ที่ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะให้บรรจุไว้ในแผนการบริหารหนี้สาธารณะแล้ว

การช่วยเหลือข้างต้นทั้งหมด ยิงเงินตรงเข้ากระเป๋าประชาชนกลุ่มเป้าหมาย ไม่มีช่องโหว่ให้นักการเมืองข้าราชการเข้าไปกินหัวคิว ส่วนต่าง

สารส้ม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
12:08 น. คดีพลิกสนั่น! เพจดังแฉยับ 'พ่อเดินเท้าหาลูก' ที่แท้เพิ่งพ้นคุก-ใช้เด็กบังหน้าขอทานหาเงินเสพยา
11:56 น. CSI LA เผยเจอ บังแจ็ค หลังลือหึ่งโดนอุ้มหาย พบโดน ตม.สหรัฐฯ คุมตัว
11:45 น. ร้านไทยในต่างแดนที่ไร้ลูกค้า สู่ไวรัลคิวล้น! คลิปเดียวพลิกชีวิตคุณแม่.. ซึ้งจุกอก
11:26 น. กกต. การันตีเลือกตั้งร้อยเอ็ดพร้อม! ชวนคนใช้สิทธิ คาดรู้ผล 4 ทุ่ม - ผวจ. ปลื้มลงคะแนนไว
11:24 น. เจาะหลักฐานฮั้ว สว.ภาค 2 ไอติมแฉขบวนการลึกกว่าแค่โพย เตรียมการจ้าง สมัคร-โหวต ทั่วประเทศ
ดูทั้งหมด
จากเพลงต้องห้ามสู่ตำนาน อ.ไชยันต์ เปิดมุมมองชาวจีนยุคใหม่ต่อ เติ้งลี่จวิน และเพลงเถียนมี่มี่
แฟนคลับแห่ยินดี สมปอง เตรียมเป็นคุณพ่อ หลังภรรยาตั้งครรภ์ลูกคนแรกแล้ว
ในหลวง พระราชทานนามพรรณไม้ใหม่ พิมลลักษณ์ เฉลิมพระเกียรติ พระราชินี
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 24-30 ก.ค.69
ลูกค้ารีวิวเค้ก 1 ดาวถูกร้านฟ้อง 5 ล้าน ล่าสุดศาลตัดสินแล้ว ทำโซเชียลแห่แชร์
ดูทั้งหมด
อิสราเอลจากอดีตถึงปัจจุบัน(ตอน11)
จิระพงษ์ เต็มเปี่ยม :โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สร้างความมั่นคงด้านน้ำ ยกฐานะพัฒนาอาชีพอย่างยั่งยืน
บุคคลแนวหน้า : สิบแปดสิงห์
พินิจ พิจารณ์ : การดูแลสุขภาพนอกเหนือจากอาหารและการออกกำลังกาย
เส้นใต้บรรทัด : เมื่อรัฐบาลประกาศพับ ‘แลนด์บริดจ์’
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

คดีพลิกสนั่น! เพจดังแฉยับ 'พ่อเดินเท้าหาลูก' ที่แท้เพิ่งพ้นคุก-ใช้เด็กบังหน้าขอทานหาเงินเสพยา

ร้านไทยในต่างแดนที่ไร้ลูกค้า สู่ไวรัลคิวล้น! คลิปเดียวพลิกชีวิตคุณแม่.. ซึ้งจุกอก

มติ กมธ.ที่ดินฯ ลุยไล่บี้เอาผิดคดีรุกป่าภูเก็ต ลั่นต้องรื้อจริง-เพิกถอนโฉนดมิชอบ ทวงคืนอุทยานสิรินาถ

กกต. การันตีเลือกตั้งร้อยเอ็ดพร้อม! ชวนคนใช้สิทธิ คาดรู้ผล 4 ทุ่ม - ผวจ. ปลื้มลงคะแนนไว

เจาะหลักฐานฮั้ว สว.ภาค 2 ไอติมแฉขบวนการลึกกว่าแค่โพย เตรียมการจ้าง สมัคร-โหวต ทั่วประเทศ

'ดร.เลอพงษ์' ชี้มุสลิมไทยส่วนใหญ่ ไม่เอาด้วย แบ่งแยกดินแดนใต้ ชี้อ้างถูกกดขี่ฟังไม่ขึ้น

  • Breaking News
  • คดีพลิกสนั่น! เพจดังแฉยับ \'พ่อเดินเท้าหาลูก\' ที่แท้เพิ่งพ้นคุก-ใช้เด็กบังหน้าขอทานหาเงินเสพยา คดีพลิกสนั่น! เพจดังแฉยับ 'พ่อเดินเท้าหาลูก' ที่แท้เพิ่งพ้นคุก-ใช้เด็กบังหน้าขอทานหาเงินเสพยา
  • CSI LA เผยเจอ บังแจ็ค หลังลือหึ่งโดนอุ้มหาย พบโดน ตม.สหรัฐฯ คุมตัว CSI LA เผยเจอ บังแจ็ค หลังลือหึ่งโดนอุ้มหาย พบโดน ตม.สหรัฐฯ คุมตัว
  • ร้านไทยในต่างแดนที่ไร้ลูกค้า สู่ไวรัลคิวล้น! คลิปเดียวพลิกชีวิตคุณแม่.. ซึ้งจุกอก ร้านไทยในต่างแดนที่ไร้ลูกค้า สู่ไวรัลคิวล้น! คลิปเดียวพลิกชีวิตคุณแม่.. ซึ้งจุกอก
  • กกต. การันตีเลือกตั้งร้อยเอ็ดพร้อม! ชวนคนใช้สิทธิ คาดรู้ผล 4 ทุ่ม - ผวจ. ปลื้มลงคะแนนไว กกต. การันตีเลือกตั้งร้อยเอ็ดพร้อม! ชวนคนใช้สิทธิ คาดรู้ผล 4 ทุ่ม - ผวจ. ปลื้มลงคะแนนไว
  • เจาะหลักฐานฮั้ว สว.ภาค 2 ไอติมแฉขบวนการลึกกว่าแค่โพย เตรียมการจ้าง สมัคร-โหวต ทั่วประเทศ เจาะหลักฐานฮั้ว สว.ภาค 2 ไอติมแฉขบวนการลึกกว่าแค่โพย เตรียมการจ้าง สมัคร-โหวต ทั่วประเทศ
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

บิดเบือนจนเรื่องที่มีประโยชน์  ดูเลวร้ายราวไม่เหลืออะไรดี

บิดเบือนจนเรื่องที่มีประโยชน์ ดูเลวร้ายราวไม่เหลืออะไรดี

24 ก.ค. 2569

อย่าแจกเงินหว่านซื้อเสียง  อย่าช่วยเหมาโหลยกเข่ง  ต้องช่วยคนที่จำเป็นจริงๆ อย่างมีเหตุมีผล

อย่าแจกเงินหว่านซื้อเสียง อย่าช่วยเหมาโหลยกเข่ง ต้องช่วยคนที่จำเป็นจริงๆ อย่างมีเหตุมีผล

23 ก.ค. 2569

อนาคตท่าเรือไทย สู่ World Class Port  และท่าเรือน้ำลึกอันดามัน

อนาคตท่าเรือไทย สู่ World Class Port และท่าเรือน้ำลึกอันดามัน

22 ก.ค. 2569

ช่วยคนที่ ‘อับจนไร้ที่พึ่งจริงๆ’  ส่วน ‘คนที่เดือดร้อน’ช่วยผ่านโครงการอื่น

ช่วยคนที่ ‘อับจนไร้ที่พึ่งจริงๆ’ ส่วน ‘คนที่เดือดร้อน’ช่วยผ่านโครงการอื่น

21 ก.ค. 2569

สะสางโควตาสลาก ต้นเหตุหวยแพงเกิน 80 บาท ขุมผลประโยชน์ 50,000 ล้านบาท

สะสางโควตาสลาก ต้นเหตุหวยแพงเกิน 80 บาท ขุมผลประโยชน์ 50,000 ล้านบาท

20 ก.ค. 2569

การปรับเปลี่ยนนโยบายไฟฟ้าแบบ ‘พูดแล้วทำ พลัส’  สัญญาณและแนวโน้มดี

การปรับเปลี่ยนนโยบายไฟฟ้าแบบ ‘พูดแล้วทำ พลัส’ สัญญาณและแนวโน้มดี

17 ก.ค. 2569

จากยุคลุงตู่ ถึงยุคลุงหนู+น้าเอก  ปรับเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

จากยุคลุงตู่ ถึงยุคลุงหนู+น้าเอก ปรับเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

16 ก.ค. 2569

ปมเขากระโดง  ตัวอย่างการปั่นจนกองเชียร์เสี่ยงคุก

ปมเขากระโดง ตัวอย่างการปั่นจนกองเชียร์เสี่ยงคุก

15 ก.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved