Logo วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / กวนน้ำให้ใส
กวนน้ำให้ใส

กวนน้ำให้ใส

สารส้ม
วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.
สิ่งที่หวังผลได้ จากไทยช่วยไทย พลัส 60/40

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” 60/40 ได้รับการตอบรับดีมาก

มีผู้ลงทะเบียนกว่า 26 ล้านสิทธิ และร้านค้าเข้าร่วมกว่า 1 ล้านราย


ส่วนใหญ่เป็นร้านค้ารายย่อย ซึ่งจะได้กำลังซื้อของประชาชนในโครงการนี้เข้าไปช่วยเพิ่มยอดขาย โดยรัฐบาลช่วยจ่าย 60% เพื่อบรรเทาค่าครองชีพจากราคาพลังงานสูง

โครงการเปิดให้ประชาชนใช้จ่ายได้ในวันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นวันแรก

สิ่งที่คาดหวังได้จากโครงการนี้ คืออะไร ?

1. จำนวนผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ทั้งสิ้น 26.5 ล้านราย

แต่ลงทะเบียนสำเร็จทั้งสิ้น 26.04 ล้านราย

ในจำนวนนี้ เป็นผู้เคยเข้าร่วมคนละครึ่งพลัส 18.9 ล้านคน

เป็นผู้ลงทะเบียนใหม่ 7.1 ล้านคน

ส่วนผู้ที่ลงทะเบียนแล้วไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ ปรากฏว่า เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 481,604 คน (ซึ่งได้รับความช่วยเหลือเติมเงินค่าใช้จ่ายเพิ่มเป็นเดือนละ1,000 บาทโดยตรงอยู่แล้ว)

2. ประชาชนผู้ได้รับสิทธิโครงการฯ สามารถเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569 (เวลา 06.00 - 23.00 น.) ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”

โดยจะได้รับวงเงินสนับสนุนค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนด สำหรับการซื้อจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ในอัตราร้อยละ 60

แต่ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน

ทั้งนี้ กรณีมีวงเงินสิทธิเหลือในเดือนใด จะไม่ทบสิทธิไปในเดือนถัดไป

3. ประชาชนสามารถเตรียมเติมเงินเข้า G-Wallet (กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของภาครัฐ) ไว้ล่วงหน้าก่อนวันเริ่มใช้จ่าย เพื่อใช้สำหรับสแกนใช้จ่ายในโครงการฯ หรือทยอยเติมเงินได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ไม่จำเป็นต้องไปเติมเงินวันละ133 บาท หรือ 600 กว่าบาท อย่างที่ปั่นในโซเชียล

จะเติมเท่าไหร่ ก็ตามอัธยาศัย ตามแต่ว่าวันไหนจะใช้มากใช้น้อย

และเงินที่เราเติมเงินเข้า G-Wallet ไม่มีวันหายไปไหน วันนี้ไม่ใช้ พรุ่งนี้ก็มาใช้ หรือถ้าไม่ใช้ ก็โอนกลับได้

ส่วนเงินที่ภาครัฐช่วยจ่าย เขาจะช่วยเราจ่าย 60% ของมูลค่าสินค้าและบริการ โดยอั้นความช่วยเหลือของรัฐไว้ไม่เกินวันละ 200 บาท

เพราะฉะนั้น ถ้าเราซื้อของมูลค่า 50 บาท เราจ่ายเงินในส่วนของเรา(ที่เติมเงินเข้า G-Wallet) แค่ 20 บาท แต่รัฐช่วยจ่ายอีก 30 บาท

ถ้าเราซื้อของมูลค่า 100 บาท เราจ่ายเงินในส่วนของเรา(ที่เติมเงินเข้า G-Wallet) แค่ 40 บาท แต่รัฐช่วยจ่ายอีก 60 บาท

ถ้าเราซื้อของมูลค่า 150 บาท เราจ่ายเงินในส่วนของเรา(ที่เติมเงินเข้า G-Wallet) แค่ 60 บาท แต่รัฐช่วยจ่ายอีก 90 บาท

ถ้าเราซื้อของมูลค่า 200 บาท เราจ่ายเงินในส่วนของเรา(ที่เติมเงินเข้า G-Wallet) แค่ 80 บาท แต่รัฐช่วยจ่ายอีก 120 บาท

ถ้าเราซื้อของมูลค่า 250 บาท เราจ่ายเงินในส่วนของเรา(ที่เติมเงินเข้า G-Wallet) แค่ 100 บาท แต่รัฐช่วยจ่ายอีก 150 บาท

ถ้าเราซื้อของมูลค่า 300 บาท เราจ่ายเงินในส่วนของเรา(ที่เติมเงินเข้า G-Wallet) แค่ 120 บาท แต่รัฐช่วยจ่ายอีก 180 บาท

ถ้าเราซื้อของมูลค่า 333 บาท เราจ่ายเงินในส่วนของเรา(ที่เติมเงินเข้า G-Wallet) แค่ 133 บาท แต่รัฐช่วยจ่ายอีก 199 บาท

เมื่อรัฐอั้นความช่วยเหลือไว้ไม่เกินวันละ 200 บาท ดังนั้น ถ้าเราซื้อของมูลค่ามากกว่า 333 บาท ในวันนั้น ส่วนที่เกินจาก 333 บาทขึ้นไป เราก็ต้องจ่ายเองทั้งหมด (เพราะรัฐช่วยจ่ายเต็มเพดานในหนึ่งวันแล้ว) สามารถดูได้ตามตารางประกอบ

วันต่อมา ก็เริ่มต้นกันใหม่

เป็นอย่างนี้ จนกว่ารัฐจะช่วยจ่ายครบ 1,000 บาทในหนึ่งเดือน

4. ร้านค้าที่ลงทะเบียนในโครงการฯ ส่วนใหญ่เป็นร้านค้ารายเล็กรายน้อย

ข้อมูลล่าสุด ณ 31 พ.ค. 2569 ร้านค้าที่ลงทะเบียนสำเร็จแล้ว 721,644 ราย

เป็นร้านค้ารายเดิม 659,913 ราย

ร้านค้ารายใหม่ 61,731 ราย

นอกจากนี้ ยังมีร้านค้าที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการสมัคร/ยืนยันสิทธิ 329,454 ราย

รอให้ร้านค้าเข้ามากดยอมรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขโครงการฯ 325,844 ราย

ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ มีโอกาสได้รับกำลังซื้อจากประชาชนที่รัฐเพิ่มกำลังซื้อให้มหาศาล รวมกว่า 2 แสนล้านบาท (ยังไม่นับส่วนที่ประชาชนจะซื้อเกินกว่าส่วนที่รัฐช่วยจ่าย)

จึงขอเชิญชวนร้านค้าสมัครเข้าร่วมโครงการฯ ได้อย่างต่อเนื่อง

ผู้ประกอบการร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส สามารถยืนยันสิทธิเพื่อเข้าร่วมโครงการฯ ได้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569

สำหรับร้านค้าที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯได้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังเตรียมเปิดใช้งาน AI “นกกระซิบ” ผู้ช่วยอัจฉริยะบนแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” เพื่อเพิ่มทักษะการค้าขายยุคดิจิทัล (Upskill) ช่วยผู้ประกอบการรายย่อยวิเคราะห์ยอดขาย บริหารสต๊อกสินค้า และประเมินสุขภาพทางการเงิน เพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อในระบบ และต่อยอดธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กและรายย่อยสามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการวางแผนและตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

5. สิ่งที่คาดหวังได้จากไทยช่วยไทย พลัส เพิ่มยอดขายร้านที่เข้าโครงการ เงินสะพัด

ย้อนกลับไปดูโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ประสบความสำเร็จในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

เช่นเดียวกับ “คนละครึ่ง” สมัยรัฐบาลลุงตู่ ตั้งแต่เฟส 1 – 5

คนละครึ่งพลัส ช่วยเพิ่มยอดขาย กระตุ้นการใช้จ่าย และฟื้นฟูกำลังซื้อได้จริง

เงินสะพัด ยอดใช้จ่ายรวมในระบบมากถึง 84,185 ล้านบาท หลังสิ้นสุดโครงการสิ้นปี 2568

ภาพรวมร้านค้าที่เข้าโครงการคนละครึ่ง พลัส ยอดขายทั่วประเทศเติบโตเฉลี่ย 4.2 เท่า

ร้านอาหาร ยอดขายไตรมาส 4 โต +5% โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหารเล็กขยายตัวสูงถึง 5.9 เท่า

สำหรับการสั่งอาหารผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่

Grab ยอดขายร้านที่เข้าร่วมเพิ่มเฉลี่ย 3 เท่า (บางร้านโตสูงสุด 18 เท่า) ภายในสัปดาห์แรก

LINE MAN Wongnai ออเดอร์รวมกว่า 8 ล้านออเดอร์ ใน 3 สัปดาห์

ช่วยให้ร้านค้าได้ฐานลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น +22%

มียอดใช้จ่ายต่อบิลสูงขึ้น +15%

สำหรับโครงการ “คนละครึ่ง” ตั้งแต่สมัยรัฐบาลลุงตู่ ผลการศึกษาชี้ให้เห็นถึงความสำเร็จในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างชัดเจน

ผลการวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่า โครงการนี้ช่วยดันยอดขายให้ร้านค้ารายย่อย (SMEs) เพิ่มขึ้นถึง 174% เมื่อเทียบกับร้านค้าที่ไม่ได้เข้าร่วม

ประโยชน์และผลกระทบสำคัญของโครงการ สามารถสรุปได้ดังนี้

1. ประโยชน์ต่อผู้บริโภคและประชาชน

ลดภาระค่าใช้จ่าย ช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพในชีวิตประจำวันของประชาชนในการซื้ออาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าอุปโภค-บริโภค

เรียนรู้การใช้เทคโนโลยี ผลักดันให้ประชาชนกลุ่มฐานรากและผู้สูงอายุคุ้นเคยกับการใช้จ่ายผ่านระบบดิจิทัล (แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”)

2. ประโยชน์ต่อผู้ประกอบการรายย่อย และเศรษฐกิจฐานราก

กระตุ้นยอดขายร้านค้ารายย่อย งานวิจัยยืนยันว่าช่วยเพิ่มรายได้ให้ร้านค้ารายย่อย แผงลอย และหาบเร่ อย่างมีนัยสำคัญ

เงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ เม็ดเงินถูกนำไปใช้จ่ายหมุนเวียนในระดับชุมชน ทำให้เกิดการกระจายรายได้ไปสู่เกษตรกรและผู้ผลิตวัตถุดิบในท้องถิ่น

3. ประโยชน์เชิงนโยบายและข้อมูลภาครัฐ

โปร่งใส ตรวจสอบได้ การใช้จ่ายผ่านระบบดิจิทัลทำให้รัฐบาลมีฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ที่สามารถนำไปใช้วิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคและใช้ออกแบบนโยบายช่วยเหลือในอนาคตได้อย่างแม่นยำ

ลดความเสี่ยงในการรั่วไหล การจ่ายเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข (Co-payment) เป็นการกระตุ้นให้เกิดการบริโภคที่แท้จริง แตกต่างจากการแจกเงินสดเพียงอย่างเดียว

รศ.อธิภัทร มุทิตาเจริญ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า โครงการคนละครึ่งสามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยร้านค้า
ขนาดเล็กที่เข้าร่วมโครงการมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ กลไกสำคัญของความสำเร็จนี้คือ การขยายฐานลูกค้าใหม่ให้แก่ร้านค้า ซึ่งช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจ และกระจายรายได้สู่
ผู้ประกอบการรายย่อย

อย่างไรก็ตาม โครงการไม่ได้มีผลกระตุ้นการบริโภคโดยรวม จากการศึกษาพบว่า ทุก 1 บาทของงบประมาณที่รัฐลงทุนในโครงการ ส่งผลให้เกิดการบริโภคใหม่เพียง 0.4 บาทเท่านั้น

เนื่องมาจากผู้เข้าร่วมโครงการมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยลดการซื้ออาหารจากร้านค้าที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริโภคมากกว่าการเพิ่มปริมาณการบริโภคโดยรวม

“โครงการคนละครึ่งประสบความสำเร็จในการสนับสนุน SME และขยายฐานลูกค้าใหม่ให้กับร้านค้าเล็ก แต่หากพิจารณาในแง่ของการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการบริโภค โครงการนี้ยังมีข้อจำกัด เนื่องจากเกิดการโยกย้ายการบริโภคมากกว่าการสร้างการบริโภคใหม่” - รศ.อธิภัทร กล่าว

6.ด้วยเหตุนี้ โครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ก็คาดหวังผลได้ไม่ต่างจากคนละครึ่ง และคนละครึ่งพลัสที่ผ่านมา เพราะปัจจุบัน ประชาชนได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ทำให้บรรยากาศการใช้จ่ายลดลง กำลังซื้ออ่อนลง โครงการนี้ช่วยเพิ่มกำลังซื้อ โดยช่วยจ่าย จึงเป็นการประคองกำลังซื้อให้แก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย เพื่อไปใช้จ่ายในร้านค้ารายย่อยที่เข้าร่วมโครงการ จะได้มียอดขายเพิ่ม ช่วยประคองกิจการให้มีเงินหมุนเวียนต่อไปอย่างน้อย 4 เดือน

ในภาพรวม โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ใช้เงินจากภาครัฐ 1.7 แสนล้านบาท

ประกอบด้วย

(1) โครงการช่วยเฉพาะเจาะจงกลุ่มเป้าหมาย คือ กลุ่มผู้มีรายได้น้อยฯ (บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรลุงตู่ 13 ล้านคน) ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ ไม่ต้องแย่งกับใคร

สามารถย่อยได้ 2 ส่วน ที่เพิ่มเติมการรับมือวิกฤตค่าครองชีพ จึงนำเงินกู้มาใช้ ได้แก่ 1.จัดประชารัฐสวัสดิการต่อเนื่อง จนถึงสิ้นปีงบประมาณ 2569 วงเงินไม่เกิน 18,800 ล้านบาท และ 2. เพิ่มวงเงินสวัสดิการฯ โดยเพิ่มวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภค 700 บาทต่อคนต่อเดือน (รวมของเดิมเป็น 1,000 บาทต่อเดือน) ระยะเวลา 4 เดือน ก็คือถึงสิ้นปีงบประมาณ 2569 นั่นเอง วงเงินไม่เกิน 36,918 ล้านบาท

(2) โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ส่วนนี้ ช่วยคนที่ลงทะเบียนใหม่ 30 ล้านคน และช่วยเพิ่มยอดขายแก่กิจการรายเล็กรายน้อยกว่า 1 ล้านราย รัฐช่วยจ่ายวงเงินไม่เกิน 120,000 ล้านบาท

รวมใช้เงินจากภาครัฐ 1.7 แสนล้านบาท โดยจะใช้จากเงินกู้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทนั่นเอง

อยู่ภายใต้กรอบวงเงินกู้ 200,000 ล้านบาท ตามแผนงาน/โครงการที่ 1 เพื่อช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน ตามบัญชีท้ายพระราชกำหนดฯ ที่ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะให้บรรจุไว้ในแผนการบริหารหนี้สาธารณะแล้ว

การช่วยเหลือข้างต้นทั้งหมด ยิงเงินตรงเข้ากระเป๋าประชาชนกลุ่มเป้าหมาย ไม่มีช่องโหว่ให้นักการเมืองข้าราชการเข้าไปกินหัวคิว ส่วนต่าง

สารส้ม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:00 น. ACSC กางสถิติ หลอกขายสินค้า ครองแชมป์โกงอันดับ 1
21:24 น. ศุภมาส สั่งล่าคนขับแอปดัง ทิ้งนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นกลางอโศกแล้วทำร้ายซ้ำ
21:23 น. ทบ.ย้ำความพร้อม! เสริมฐานที่มั่น-พัฒนาเส้นทางช่องสะงำ
21:10 น. ศุภชัย เตือน เสรีพิศุทธ์ บุกเขากระโดง ระวังเจอบิดเบือน-ก้าวล่วงศาล
20:54 น. แก้วตา เอาจริง! ฟ้อง 16 แอคเคานต์ โพสต์ใส่ร้าย-บิดเบือน
ดูทั้งหมด
กบ ปภัสรา งามสง่าทรงคุณค่าสวมใส่ ชุดไทยบรมพิมาน ออกงานขานรับ Soft Power ไทย
กรมอุตุฯ เผยเหตุผล ฤดูฝนแล้ว ทำไมยังร้อน อบอ้าวแบบนี้ผิดปกติหรือไม่?
จับตา เอลนีโญ ครั้งประวัติศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญ ชี้ ปี 2026 อาจเป็นจุดเริ่มต้นวิกฤต
หวัง อี้ ประกาศก้อง! จีนนำทัพกลุ่มมิตรประเทศเพื่อธรรมาภิบาลโลก บรรลุฉันทามติ 5 ประการ
กระแต เปย์ 10 ล้าน พาพนักงานเที่ยวญี่ปุ่น ฉลองยอดขายพันล้าน
ดูทั้งหมด
​เมืองแห่งการภาวนา..ประวัติศาสตร์ที่ถูกลืม
พระจันทร์สีน้ำเงิน
เป้าหมายที่สุดหิน
สิ่งที่หวังผลได้ จากไทยช่วยไทย พลัส 60/40
บุคคลแนวหน้า : 2 มิถุนายน 2569
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ศุภมาส สั่งล่าคนขับแอปดัง ทิ้งนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นกลางอโศกแล้วทำร้ายซ้ำ

ทบ.ย้ำความพร้อม! เสริมฐานที่มั่น-พัฒนาเส้นทางช่องสะงำ

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 มิถุนายน 2569

ศุภชัย เตือน เสรีพิศุทธ์ บุกเขากระโดง ระวังเจอบิดเบือน-ก้าวล่วงศาล

ปตท. ขอเชิญร่วมส่งผลงานประกวด ‘หญ้าแฝกองค์ภูมินทร์ คืนแผ่นดินยั่งยืน’

แก้วตา เอาจริง! ฟ้อง 16 แอคเคานต์ โพสต์ใส่ร้าย-บิดเบือน

  • Breaking News
  • ACSC กางสถิติ หลอกขายสินค้า ครองแชมป์โกงอันดับ 1 ACSC กางสถิติ หลอกขายสินค้า ครองแชมป์โกงอันดับ 1
  • ศุภมาส สั่งล่าคนขับแอปดัง ทิ้งนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นกลางอโศกแล้วทำร้ายซ้ำ ศุภมาส สั่งล่าคนขับแอปดัง ทิ้งนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นกลางอโศกแล้วทำร้ายซ้ำ
  • ทบ.ย้ำความพร้อม! เสริมฐานที่มั่น-พัฒนาเส้นทางช่องสะงำ ทบ.ย้ำความพร้อม! เสริมฐานที่มั่น-พัฒนาเส้นทางช่องสะงำ
  • ศุภชัย เตือน เสรีพิศุทธ์ บุกเขากระโดง ระวังเจอบิดเบือน-ก้าวล่วงศาล ศุภชัย เตือน เสรีพิศุทธ์ บุกเขากระโดง ระวังเจอบิดเบือน-ก้าวล่วงศาล
  • แก้วตา เอาจริง! ฟ้อง 16 แอคเคานต์ โพสต์ใส่ร้าย-บิดเบือน แก้วตา เอาจริง! ฟ้อง 16 แอคเคานต์ โพสต์ใส่ร้าย-บิดเบือน
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

สิ่งที่หวังผลได้  จากไทยช่วยไทย พลัส 60/40

สิ่งที่หวังผลได้ จากไทยช่วยไทย พลัส 60/40

2 มิ.ย. 2569

ใครเนรคุณ อกตัญญู จะพบความฉิบหาย

ใครเนรคุณ อกตัญญู จะพบความฉิบหาย

1 มิ.ย. 2569

อดีตผู้ว่าชัชชาติ  โม้เสร็จ แต่ทำไม่สำเร็จ 9 เรื่อง

อดีตผู้ว่าชัชชาติ โม้เสร็จ แต่ทำไม่สำเร็จ 9 เรื่อง

29 พ.ค. 2569

คดีนาฬิกาบิ๊กป้อมพ่นพิษ  ปปช.คุก 3 ปี ปกปิดเอกสาร

คดีนาฬิกาบิ๊กป้อมพ่นพิษ ปปช.คุก 3 ปี ปกปิดเอกสาร

28 พ.ค. 2569

การตรวจสอบทุจริต กับความเป็นธรรม

การตรวจสอบทุจริต กับความเป็นธรรม

27 พ.ค. 2569

รักษากำลังซื้อในประเทศ  และเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

รักษากำลังซื้อในประเทศ และเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

26 พ.ค. 2569

การเมืองส้มสามานย์  ไม่สนใจแก้ปัญหาประชาชน มุ่งหาเรื่องสถาบัน ?

การเมืองส้มสามานย์ ไม่สนใจแก้ปัญหาประชาชน มุ่งหาเรื่องสถาบัน ?

25 พ.ค. 2569

การทบทวนมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราฯ  รัฐจะมีรายได้เพิ่ม 18,850 ล้านบาท!!!

การทบทวนมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราฯ รัฐจะมีรายได้เพิ่ม 18,850 ล้านบาท!!!

22 พ.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved