Logo วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / คิด เขียน คุย
คิด เขียน คุย

คิด เขียน คุย

รุ่งเรือง ปรีชากุล
วันอังคาร ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 02.00 น.
‘น.ช.ทักษิณ’ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ใต้ฟ้าการเมืองไทยวันนี้ เวลาพูดเรื่องนายกรัฐมนตรีมีสองคนหรือสามคนนั้น ข้อเท็จจริงนายกรัฐมนตรีก็ยังมีคนเดียวเหมือนเดิมคือ นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งถูกนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร ดึงตัวมาเป็น “นายกฯหุ่นเชิด”

ที่พูดว่าถูกดึงตัวมาเป็นนายกฯหุ่นเชิดก็เพราะ นายเศรษฐา ทวีสิน ทั้งไม่มีฐานทางการเมืองและไม่ได้เป็นนักการเมืองที่เติบโตมาบนเส้นทางการเมืองเหมือนนักการเมืองทั่วไป จะเรียกว่า “ลอยมา” แบบถูกจับมาวางไว้บนกระดานแห่งอำนาจโดย “ทักษิณ ชินวัตร” ก็เห็นจะไม่ผิดนัก


ในความเป็นจริงที่มิอาจปฏิเสธได้ นั่นก็คือ เจ้าของพรรคและหัวหน้าพรรคตัวจริงของพรรคเพื่อไทยในทุกวันนี้ก็ยังเป็นนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร ที่สามารถควบคุมสั่งการได้ทุกอย่าง โดยมี “อุ๊งอิ๊ง-แพทองธารชินวัตร” เป็นผู้รับถ่ายทอดคำสั่งในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทยที่เป็นทายาทอันมีสายเลือดโดยตรง ไม่ใช่ “หุ่นเชิด”เหมือน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หรือใครต่อใครที่เคยเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยมาก่อนหน้านี้

ทำไม “ทักษิณ ชินวัตร” ถึงเลือก “เศรษฐา ทวีสิน”เป็นนายกรัฐมนตรี แทนที่จะเลือก “อุ๊งอิ๊ง” บุตรสาวสุดรักซึ่งเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีด้วยอีกคนหนึ่งของพรรคเพื่อไทย ก็เพราะเหตุผลประการเดียวเท่านั้น คือไม่ต้องการให้เสีย “งานใหญ่”

งานใหญ่ที่เป็นภารกิจสำคัญเหนืออื่นใดของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยมีเรื่องเดียวเท่านั้น คือ “ทักษิณ ชินวัตร” กลับบ้านโดยไม่ต้องติดคุกแม้จะมีโทษทัณฑ์จากคดีโกงชาติโกงแผ่นดินติดตัวอยู่ 3 คดีก็ตาม

และถ้าจะว่าไปแล้ว “เศรษฐา ทวีสิน” ก็เหมือนนายกฯขัดตาทัพ ซึ่งไม่ต่างจากโคนหรือม้าตัวหนึ่งบนกระดานหมากรุกที่มี “ทักษิณ ชินวัตร” เป็นผู้เล่น เพื่อตนเองจะได้กลับบ้านแบบเท่ๆ และมีอภิสิทธิ์เป็นนักโทษเทวดาเหนือนักโทษรายอื่นๆ โดยไม่ต้องติดคุก

ในทางกลับกัน ถ้าหากนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร ชิงสุกก่อนห่ามด้วยการให้ “แพทองธาร ชินวัตร” ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีตั้งแต่แรกไม่ใช่ “เศรษฐา ทวีสิน” เรื่องราวของทักษิณก็คงจะไม่ง่าย เป้าการโจมตีก็จะพุ่งตรงไปที่แพทองธาร และอาจจะถูกประชาชนลุกขึ้นมาประท้วงขับไล่จนบานปลายถึงขั้นรัฐบาลอยู่ไม่ได้ดีไม่ดีอาจจะส่งผลให้นายกรัฐมนตรีที่มีนามสกุล “ชินวัตร”ต้องระเห็จหนีออกจากประเทศไทยอีกคนหนึ่งก็เป็นไปได้สูง

6 เดือนของ “เศรษฐา ทวีสิน” บนเก้าอี้นายกรัฐมนตรีรัฐบาลพรรคเพื่อไทย จึงเป็น 6 เดือนของ “ทักษิณ ชินวัตร”ที่แม้จะเป็นนักโทษเด็ดขาดชายจากคดีทุจริตประพฤติมิชอบโดยถูกศาลพิพากษาจำคุก 8 ปี และได้รับโปรดเกล้าฯลดโทษเหลือ 1 ปี แต่ก็ไม่เคยเข้าไปอยู่ในคุกแม้แต่วันเดียว จนกระทั่งได้รับการพักโทษกลับไปอยู่ “บ้านจันทร์ส่องหล้า” ที่เป็น “เรือนจำเทียม” และวันนี้ก็ได้กลายเป็น “ศูนย์กลางอำนาจรัฐ” หลังจากถูกปิดร้างไปนานกว่า 17 ปี ที่ทักษิณหลบหนีไปอยู่ต่างแดน

เพราะฉะนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกและไม่ใช่เรื่องที่จะต้องสงสัยว่าเวลานี้ประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีสองคนหรือสามคน เนื่องจาก “เศรษฐา ทวีสิน” ก็เป็นแค่เพียง “นายกฯหุ่นเชิด” ส่วนนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร คือ “ผู้ชักใย” ซึ่งมีอำนาจเหนือนักการเมืองและรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยทุกคน ไม่เพียงแต่นายกรัฐมนตรีที่ชื่อเศรษฐาอดีตนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์คนเดียวเท่านั้น

นอกเหนือจากนั้น เวลา 6 เดือนบนเก้าอี้นายกรัฐมนตรีของ “เศรษฐา ทวีสิน” จนถึงวันนี้ก็ยังไม่เห็นมีผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เพราะงานหลักจริงๆ คือเรื่องของ “ทักษิณ ชินวัตร” และอีกเรื่องหนึ่งคือโครงการ “ดิจิทัล วอลเล็ต” และวันนี้เรื่องของทักษิณได้บรรลุเป้าหมายเรียบร้อยแล้ว ด้วยการที่ทักษิณได้รับการพักโทษโดยไม่ต้องติดคุกแม้แต่วันเดียว

ส่วนงานหนักของ “เศรษฐา ทวีสิน” เท่าที่เห็น จากที่ประกาศหลังได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทย เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566 ว่า “จะขอทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีที่ไม่รู้จักคำว่าเหน็ดเหนื่อย เป็นรัฐบาลที่จะทุ่มเททำงานหนัก” ก็คือ เห็นแต่ภาพนายกรัฐมนตรีนุ่งกางเกงขาลีบสวมถุงเท้าสีแดงเดินสายทัวร์ไปจังหวัดโน้นจังหวัดนี้เหมือนออกงานอีเว้นท์ และบินไปต่างประเทศด้วยข้ออ้างว่าเป็น “เซลส์แมน-เบอร์ 1ของประเทศไทย” เพื่อไปขายความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างประเทศเข้ามาลงทุนในประเทศไทย แต่สุดท้ายก็เห็นมีแต่น้ำลายที่ฟุ้งหายไปในอากาศ

การที่นายเศรษฐา ทวีสิน เข้าไปหานักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร ที่เรือนจำเทียม ณ “บ้านจันทร์ส่องหล้า”เลขที่ 440 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 69 เขตบางพลัด ย่านฝั่งธนบุรี เมื่อวันเสาร์ 24 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เหมือนเข้าไปกราบคารวะนักโทษคนหนึ่งที่อยู่ระหว่างพักโทษนั้น ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากผู้คนในสังคม ว่าเป็นเรื่องที่“ไม่เหมาะสม” และไม่ควรพึงกระทำเป็นอย่างยิ่ง

นั่นก็เพราะนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรีของคนไทยทั้งประเทศ โดยเฉพาะการไปเยี่ยมนักโทษที่อยู่ระหว่างได้รับการพักโทษคนหนึ่ง ถามว่าแล้วนักโทษอีก 929 คน จากจำนวน 930 คน ที่ได้รับการพักโทษในคราวนี้ ได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมหรือไม่

อีกทั้ง “เศรษฐา ทวีสิน” ก็มิใช่ญาติสนิทหรือเป็นคนในครอบครัว “ตระกูลชินวัตร” การเข้าไปพบนักโทษคนหนึ่งที่อยู่ระหว่างพักโทษโดยใช้เวลาเกือบสองชั่วโมง ถึงแม้จะอ้างว่าเป็นเรื่องส่วนตัวและไปในวันหยุด ก็ต้องไม่ลืมว่าตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” เป็นสถานภาพที่ติดตัวอยู่ และเป็นตำแหน่งสูงสุดของฝ่ายบริหารที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ “ทักษิณ ชินวัตร” เป็นคนเลือกให้มานั่งตำแหน่งนี้ในฐานะเจ้าของพรรคเพื่อไทยเท่านั้น

และต้องไม่ลืมว่า การไปเยี่ยมเยือนนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร ของ “เศรษฐา ทวีสิน” ที่เหมือนเข้าไปรับโอวาทและรับคำสั่งจากนักโทษเด็ดขาดชายผู้นี้ เศรษฐานั่งรถประจำตำแหน่งคันใหม่เลขทะเบียน “สร 30”ที่สำนักเลขาธิการนายกฯเพิ่งเช่ามาใช้งานในราคา 7.64 ล้านบาท และเป็นเงินจากภาษีอากรของประชาชน ไม่ใช่รถที่เช่ามาด้วยเงินส่วนตัวของนายเศรษฐา หรือเงินของบุตรสาวที่นายเศรษฐาโอนหุ้นบริษัทแสนสิริให้ก่อนจะเข้ารับตำแหน่งนายกฯ

สำคัญที่สุด “นักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร” มิใช่นายกรัฐมนตรีคนที่สองหรือที่สามของประเทศไทย แต่เป็น “ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ”มีอำนาจเหนือนายกรัฐมนตรีหุ่นเชิดที่ชื่อ “เศรษฐาทวีสิน” และสามารถชี้เป็นชี้ตายถึงการจะอยู่หรือจะไปของเศรษฐาบนเก้าอี้นายกรัฐมนตรีแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น!

รุ่งเรือง ปรีชากุล

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:00 น. ACSC กางสถิติ หลอกขายสินค้า ครองแชมป์โกงอันดับ 1
21:24 น. ศุภมาส สั่งล่าคนขับแอปดัง ทิ้งนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นกลางอโศกแล้วทำร้ายซ้ำ
21:23 น. ทบ.ย้ำความพร้อม! เสริมฐานที่มั่น-พัฒนาเส้นทางช่องสะงำ
21:10 น. ศุภชัย เตือน เสรีพิศุทธ์ บุกเขากระโดง ระวังเจอบิดเบือน-ก้าวล่วงศาล
20:54 น. แก้วตา เอาจริง! ฟ้อง 16 แอคเคานต์ โพสต์ใส่ร้าย-บิดเบือน
ดูทั้งหมด
กบ ปภัสรา งามสง่าทรงคุณค่าสวมใส่ ชุดไทยบรมพิมาน ออกงานขานรับ Soft Power ไทย
กรมอุตุฯ เผยเหตุผล ฤดูฝนแล้ว ทำไมยังร้อน อบอ้าวแบบนี้ผิดปกติหรือไม่?
จับตา เอลนีโญ ครั้งประวัติศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญ ชี้ ปี 2026 อาจเป็นจุดเริ่มต้นวิกฤต
หวัง อี้ ประกาศก้อง! จีนนำทัพกลุ่มมิตรประเทศเพื่อธรรมาภิบาลโลก บรรลุฉันทามติ 5 ประการ
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 มิถุนายน 2569
ดูทั้งหมด
​เมืองแห่งการภาวนา..ประวัติศาสตร์ที่ถูกลืม
พระจันทร์สีน้ำเงิน
เป้าหมายที่สุดหิน
สิ่งที่หวังผลได้ จากไทยช่วยไทย พลัส 60/40
บุคคลแนวหน้า : 2 มิถุนายน 2569
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ศุภมาส สั่งล่าคนขับแอปดัง ทิ้งนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นกลางอโศกแล้วทำร้ายซ้ำ

ทบ.ย้ำความพร้อม! เสริมฐานที่มั่น-พัฒนาเส้นทางช่องสะงำ

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 มิถุนายน 2569

ศุภชัย เตือน เสรีพิศุทธ์ บุกเขากระโดง ระวังเจอบิดเบือน-ก้าวล่วงศาล

ปตท. ขอเชิญร่วมส่งผลงานประกวด ‘หญ้าแฝกองค์ภูมินทร์ คืนแผ่นดินยั่งยืน’

แก้วตา เอาจริง! ฟ้อง 16 แอคเคานต์ โพสต์ใส่ร้าย-บิดเบือน

  • Breaking News
  • ACSC กางสถิติ หลอกขายสินค้า ครองแชมป์โกงอันดับ 1 ACSC กางสถิติ หลอกขายสินค้า ครองแชมป์โกงอันดับ 1
  • ศุภมาส สั่งล่าคนขับแอปดัง ทิ้งนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นกลางอโศกแล้วทำร้ายซ้ำ ศุภมาส สั่งล่าคนขับแอปดัง ทิ้งนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นกลางอโศกแล้วทำร้ายซ้ำ
  • ทบ.ย้ำความพร้อม! เสริมฐานที่มั่น-พัฒนาเส้นทางช่องสะงำ ทบ.ย้ำความพร้อม! เสริมฐานที่มั่น-พัฒนาเส้นทางช่องสะงำ
  • ศุภชัย เตือน เสรีพิศุทธ์ บุกเขากระโดง ระวังเจอบิดเบือน-ก้าวล่วงศาล ศุภชัย เตือน เสรีพิศุทธ์ บุกเขากระโดง ระวังเจอบิดเบือน-ก้าวล่วงศาล
  • แก้วตา เอาจริง! ฟ้อง 16 แอคเคานต์ โพสต์ใส่ร้าย-บิดเบือน แก้วตา เอาจริง! ฟ้อง 16 แอคเคานต์ โพสต์ใส่ร้าย-บิดเบือน
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

‘บัญญัติ 7 ประการ’ของประธานศาลฎีกา

‘บัญญัติ 7 ประการ’ของประธานศาลฎีกา

2 มิ.ย. 2569

‘สส.ห้าร้อย’เหม็นเน่าทั้งสภาฯ

‘สส.ห้าร้อย’เหม็นเน่าทั้งสภาฯ

1 มิ.ย. 2569

‘ธนาธร’รอดวันนี้แต่คดียังไม่จบ

‘ธนาธร’รอดวันนี้แต่คดียังไม่จบ

29 พ.ค. 2569

‘ฝ่ายซ้าย(เทียม)’ไร้เดียงสา

‘ฝ่ายซ้าย(เทียม)’ไร้เดียงสา

28 พ.ค. 2569

เด็กที่เอาแต่ใจ

เด็กที่เอาแต่ใจ

27 พ.ค. 2569

‘ไทยช่วยไทยพลัส’โดนใจชาวบ้าน

‘ไทยช่วยไทยพลัส’โดนใจชาวบ้าน

26 พ.ค. 2569

‘ปิยบุตร’คิดบังอาจ‘เล่นใหญ่’

‘ปิยบุตร’คิดบังอาจ‘เล่นใหญ่’

25 พ.ค. 2569

‘พรรคส้ม’กับ‘สถาบัน’หันหน้ากันคนละทาง

‘พรรคส้ม’กับ‘สถาบัน’หันหน้ากันคนละทาง

22 พ.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved