วันพุธ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569
ไม่รู้จะอธิบายกับภาพบรรยากาศที่เกิดขึ้นระหว่าง “นักโทษเด็ดขาดชาย/โจรฉ้อฉลทุจริตคอร์รัปชั่นเงินภาษีอากรประชาชน”ได้รับสิทธิ์ระหว่างการพักโทษจากกรมราชทัณฑ์เดินทางไปบ้านเกิดจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อพบแพทย์ทางเลือกรักษาอาการป่วยปางตายที่รักษาไม่หาย กลับไปกราบบรรพชน “อั้งยี่เส็ง แซ่คู นายอากรบ่อนเบี้ยจันทบุรี” และ ฯลฯ ที่สันกำแพง เชียงใหม่
ทริปพิเศษที่ทำลายความน่าเชื่อถือของ “กระบวนการยุติธรรม”อย่างสิ้นซากไร้ความปรานี
ทริปที่ติ่งสัมภเวสีได้โอกาสออกมาสำรอกสำรากหลอกลวงประชาชนอีกครั้ง ด้วยความว่า “ทักษิณ ชินวัตร”บุคคลสำคัญระดับโลก
ตรรกะวิบัติหรือไม่ หากวันนี้ผู้หลักผู้ใหญ่ในสังคมไทยจะเทิดทูนยกย่อง นักโทษเด็ดขาดชายคนหนึ่งให้เป็นผู้มากบารมีที่“อิลิท”ระดับ อัครมหาเสนาบดี, เสนาบดี พ่อเมือง ผู้บริหารระดับสูงของกรมกองรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่บอกสื่อมวลชนว่ามาดูแลรักษาความปลอดภัยให้ “นักโทษ”
“สุทิน คลังแสง”ยกให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกอวยว่าต่างชาติยกย่อง ... เยี่ยงนั้นจริงหรือ
ทั่วโลกยกให้ “อาชญากรคดีทุจริตคอร์รัปชั่น โกงบ้านกินเมือง ฉ้อฉลเงินภาษีอากรประชาชน” เป็นบุคคลสำคัญของโลก!!! จริงหรือ ไทยอยู่ใน“อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต (United Nations Convention against Corruption : UNCAC)”ด้วยมิใช่หรือ
ข้อเท็จจริงมีว่า“นักโทษชายทักษิณ ชินวัตร”ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาคดีทุจริตประพฤติมิชอบระหว่างดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คดีแรกคือคดีปล่อยเงินกู้ของบริษัทเอ็กซิมแบงก์ โทษจำคุก 3 ปี ให้นับโทษในคดีหวยบนดินที่เป็นคดีที่สองที่มีโทษจำคุก 2 ปีไปด้วย จึงเหลือการจำคุกในคดีที่หนึ่งและคดีที่สองเพียง 3 ปี จากนั้นคดีที่ 3 คือคดีแปลงสัญญาสัมปทานหุ้นชินคอร์ปที่มีโทษจำคุก 5 ปี ซึ่ง “ทักษิณ ชินวัตร” รับสารภาพว่าได้กระทำความผิดจริง
ยิ่งไปกว่านั้นเราจำได้ว่าเมื่อปี 2557 “เว็บไซต์ต่างประเทศชื่อ thetoptens.com” จัดอันดับผู้นำยอดแย่ศักราชใหม่ ซึ่งเผยแพร่รายชื่อผู้นำที่เลวที่สุดในโลก โดยคะแนนมาจากการโหวตของผู้ท่องโลกไซเบอร์ต่างๆ ผลปรากฏพบว่า จากเดิมที่มีการโหวตให้ “อดอล์ฟฮิตเลอร์” อดีตผู้นำพรรคนาซี และผู้นำเยอรมัน ให้เป็นบุคคลเลวที่สุดในโลก ผลการโหวตล่าสุด ปรากฏว่ามีการทำลายสถิติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
โดยในปีนั้น อันดับ 1 ได้แก่ “นักโทษชายทักษิณ ชินวัตร” นักโทษคดีอาญา หนีออกจากบ้านเกิดไปพำนักในต่างประเทศ และเดินทางกลับมารับโทษทัณฑ์ภาคพิสดารในประเทศไทนจนได้รับการ “พักโทษ”ในขณะนี้
อันดับ 2 ยังเป็นบุคคลยอดแย่จากไทยเช่นเคย หนีไม่พ้น “ปู จ๊าดง่าว -น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกรัฐมนตรี เจ้าของวาทกรรมเด็ด “เอาอยู่ในปี 2544” ซึ่งเป็นผู้สร้างความประวัติการณ์การเมืองไทยอีกครั้ง ส่วน “อดอล์ฟ ฮิตเลอร์” นั้น ร่วงลงมาอยู่เป็นอันดับที่ 3 ต่อด้วย “อัครมหาเสนา เดโช ฮุนเซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา-สหายรักทักษิณ” อันดับ 4 และ “คิม จอง อิล”อดีตผู้นำเกาหลีเหนือ อยู่อันดับ 5
ที่สำคัญในโลกโซเชียล ไม่ปรากฏว่ามีสื่อใดองค์กรใดยกย่องให้ “นักโทษชายทักษิณ ชินวัตร” เป็นบุคคลสำคัญของโลกด้านใดด้านหนึ่ง
การให้สัมภาษณ์สื่อของ “สุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม” ผู้อาวุโสทางการเมือง จึงเป็นการกล่าวเท็จต่อสังคม ทำให้เยาวชนคนรุ่นหลังได้ข้อมูลที่ผิดและอาจนำไปสู่ “ไอดอลที่สร้างหายนะ”จนทำให้ตรรกะ “บุคคลสำคัญของโลก” อยู่ในฐานะ “วิบัติ - วิปริต” ก็เป็นได้
ในการเมืองไทยกว่า 9 ทศวรรษเศษหลัง“ปฏิวัติสยาม 2475” ไม่เคยมี “โรบินฮู้ด”,“ตี๋ใหญ่” ในแวดวงการเมือง
มีแต่นักการเมืองฉ้อฉลเอาผลประโยชน์เข้าพกเข้าห่อ เอาเศษเนื้อข้างเขียงให้พรรคพวกเท่านั้น
ประเด็นเหล่านี้ เราไม่สามารถข้ามเลยเหมือนน้ำล้นสันเขื่อน น้ำล้นแก้ว คงไม่ได้แน่นอน
ข้อเท็จจริงเยี่ยงนี้ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านนี้เมืองนี้ เห็นประชาชนคนในสังคมเป็นที่ให้นกเอี้ยงเกาะ แล้ววันข้างหน้าจะอยู่กันอย่างไรกับตรรกะวิบัติที่ยกย่อง “นักโทษ” เป็น “บุคคลสำคัญของโลก”เยี่ยงนี้

สยบดราม่าการบินไทย เอกนิติ แจงชัดไม่เกี่ยวแผนฟื้นฟู
พระองค์หญิงอินทุรัตนา สิ้นพระชนม์ สิริพระชันษา 103 ปี เจ้านายพระองค์สุดท้ายในราชสกุล บริพัตร
กระบะเสียหลักชนจยย.ระเนระนาด เจ้าตัวรับก้มจุดบุหรี่ เหยียบเบรกพลาดโดนคันเร่ง
เปิดรายชื่อ 21 กรรมการ ตรวจสอบนโยบายหาเสียงพรรคการเมือง
ชูวิทย์ ฟาด สนิมส้ม เกิดจากเนื้อใน อุดมการณ์ทางลัด บีบเส้นทางสู่อำนาจจนเสียมิตร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี