Logo วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / ทวนกระแสข่าว
ทวนกระแสข่าว

ทวนกระแสข่าว

สุทิน วรรณบวร
วันศุกร์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2567, 02.00 น.
ระวังความสัมพันธ์ซับซ้อน หลังทักษิณดินเนอร์กับว่าที่ปธน.อินโดนีเซีย

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

วันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา ปราโบโว ซูเบียนโตว่าที่ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย โพสต์ข้อความ “ขอบคุณ ดร.ทักษิณ ชินวัตร ที่ให้เกียรติเชิญทานอาหารค่ำอย่างอบอุ่น ที่บ้านพักของท่านในกรุงเทพฯ ถือเป็นเกียรติต่อมิตรภาพระหว่างครอบครัวของเรา และตั้งตารอต้อนรับท่านในการเยือนอินโดนีเซีย” ในโพสต์นั้นมีภาพประธานาธิบดีอินโดนีเซียกับทักษิณ ยืนขนาบข้าง นายกฯแพทองธาร ชินวัตร ในชุดขาวสำหรับใส่ในพิธีการต่างๆ ยืนตรงกลางได้สร้างความสับสนให้แก่นักวิชาการ ด้านความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ว่า เป็นเรื่องจริงไหม? การเยือนในฐานะเพื่อน หรือกึ่งทางการ?

หากเยือนฐานะเพื่อน ทำไมนายกรัฐมนตรีไทยสวมชุดขาวราชการต้อนรับในบ้าน หากเยือนกึ่งทางการทำไมเชิญ ว่าที่ประธานาธิบดีไปทานอาหารที่บ้านเป็นส่วนตัว ทั้งหมดนี้ คือ ความสับสนที่นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ เตือนว่า “ระวังความซับซ้อนสัมพันธ์ไทย-อินโดนีเซีย” รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร โพสต์ข้อความ เมื่อวันที่ 10 กันยายนว่า


..“มองกรณีที่ ว่าที่ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย เป็นแขกเยือนบ้านจันทร์ส่องหล้าถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยในบริบทการต่างประเทศของหลายประเทศ รวมทั้งประเทศไทย ที่ประธานาธิบดีมาเยี่ยมเยือนเป็นการส่วนตัว การเยี่ยมเยียนของบุคคลในตำแหน่ง ส่วนใหญ่จะเป็นทางการและมีกำหนดการที่ชัดเจน เพราะว่าหลายประเทศต้องการหลีกเลี่ยงความซับซ้อนในการดำเนินความสัมพันธ์ และหลีกเลี่ยงข้อครหาต่างๆ...แต่เรื่องนี้มีให้เห็นเป็นระยะๆ ถ้ามีความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ดี เป็นปกติมาก่อน มีการเยี่ยมเยียนกันไปมาหาสู่กันเป็นเวลาหลายสิบปี ตรงนั้นก็ถือว่าไม่ผิดปกติ แต่ในบางกรณี ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งใหม่ของบางผู้นำ แล้วก็มีความซับซ้อนในทางการเมือง ตรงนี้ก็ต้องระวัง เป็นเรื่องที่ทำให้เกิดความซับซ้อนได้

ส่วนในภาพที่ ว่าที่ประธานาธิบดีอินโดนีเซียเอาไปโพสต์และประเด็นที่นายกรัฐมนตรีใส่ชุดขาวด้วย ดูเหมือนแยกกันลำบากหรือเปล่า...จริงๆ แล้วความสัมพันธ์ไทยกับอินโดนีเซีย ก็ไม่ได้ถือว่าความสัมพันธ์ที่ดี ในรอบหลายปี ก็มีความห่างเหินอยู่พอสมควร อย่างบางกรณี เช่น การแก้ปัญหาในเมียนมา มีความซับซ้อน และเห็นต่างมาหลายปี จริงๆ แล้วการดำเนินความสัมพันธ์ของบุคคลที่ไม่ได้เป็นทางการ ในหลายกรณี ถ้าช่วยได้ก็ถือว่าเป็นผลดีเหมือนกัน ถ้าหากว่ามีการจัดระบบให้ชัดเจนว่า อยู่ในบริบทไหน ในบางประเทศจะตั้งกลุ่มบุคคลหรือบุคคลให้เป็นผู้แทนพิเศษประเทศในเรื่องเฉพาะนั้นๆ ทำให้เข้าระบบในการเป็นตัวแทนของประเทศ และก็ไม่ไปทับซ้อนกับเรื่องส่วนตัว เพราะฉะนั้น ในกรณีอย่างนี้ก็เป็นเรื่องที่ต้องแยกแยะแล้วก็จัดระบบให้ดี และ#ก็การแต่งชุดเข้าเฝ้าหรือชุดขาว กำลังมีการดำเนินการหลายอย่างที่เป็นทางการ และไม่เป็นทางการ รวมถึงเรื่องของคดีต่างๆ ทำให้เกิดความซับซ้อนขึ้นมา

ขณะนี้ยังไม่แน่ชัดว่านอกจาก ว่าที่ประธานาธิบดีอินโดนีเซียได้ให้ข้อมูลข่าวทางโซเชียลมีเดียว่า เป็นการเยี่ยมเยียนส่วนตัวของเพื่อน แต่ว่าประเด็นมากกว่านั้น ว่ามีอะไรคงต้องเป็นเรื่องต้องถกเถียงกันอีกนาน เมื่อเรื่องเหล่านี้ เป็นประเด็นขึ้นมาก็จะเกิดความซับซ้อน อย่างเช่นกรณีการแก้ปัญหาในเมียนมา และกรณีในเรื่องทะเลจีนใต้ หรือเรื่องกรณีที่จะมีการลงทุนว่ามีการดำเนินการทั้ง 2 ประเทศ ตรงนี้ยังไม่ชัดว่านอกจากการเยี่ยมเยียนส่วนตัวแล้วยังมีอะไรที่จะเกี่ยวข้องหรือเปล่า...เพราะก่อนนี้เรื่องบทบาทของทักษิณกับเรื่องการต่างประเทศไม่แผ่วเลย เรื่องเมียนมา มีเรื่องที่สมเด็จฮุนเซน ที่มีเรื่องของการเจรจาเรื่องพื้นที่ทับซ้อนหรือเปล่า ถูกบรรจุเป็นนโยบายของรัฐบาลด้วย

เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่หลายฝ่ายเป็นกังวลว่า จริงๆ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมีคนต้องรับผิดชอบโดยตรงอยู่แล้วก็คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นหลัก และอยู่ในระบบ และความทับซ้อนตรงนั้นก็จะมีน้อย จะเห็นว่าผู้นำหลายประเทศ ไม่นิยมดำเนินเป็นการส่วนตัวมากนัก ยกเว้นจะมีผู้แทนพิเศษดำเนินการที่เป็นทางการ หรือกึ่งทางการตรงนี้จะมีเรื่องอื่นๆ เข้าใจว่า ในบรรยากาศของการแข่งขันของมหาอำนาจในภูมิภาค และการเผชิญหน้ากัน และเรื่องการเลือกตั้งในสหรัฐฯจะมีผลต่อการค้าการลงทุนต่อประเทศในกลุ่มอาเซียน ก็คงมีการพูดคุยกันหลายเวที เรื่องเหล่านี้อาจจะมีทั้งผลดีและมีข้อสังเกตอื่น ทำให้เห็นความซับซ้อนกับประเทศมหาอำนาจกับประเทศในกลุ่มอาเซียนก็ได้ ทั้งหมดเหล่านี้อยู่ที่ความตั้งใจที่จะให้โปร่งใสและเข้าระบบ และความชัดเจนปัญหาก็จะลดลงไป..” ทั้งหมดนั้นเป็นความกังวล และเตือนให้ระวังความซับซ้อนในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับอินโดนีเซียของนักวิชาการด้านมั่นคงและความสัมพันธ์ต่างประเทศ

ผู้เขียน ในฐานะผู้สังเกตการณ์มองว่าความซับซ้อนของความสัมพันธ์ไทย-อินโดนีเซีย มีมานานหลายปีแล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งความต่างในประเด็นปัญหาวิกฤตการเมืองเมียนมา ประเทศไทยซึ่งมีชายแดนติดเมียนมาและมีประวัติศาสตร์ร่วมกันมานานหลายร้อยปี ไทยกับเมียนมา มีความสัมพันธ์ดีต่อกันตั้งแต่ระดับชาวบ้านถึงรัฐบาล และหน่วยงานมั่นคงไทยเข้าใจบริบทสังคมการเมืองและความมั่นคงในเมียนมาเหมือนกับที่เมียนมาเข้าใจบริบทสังคมการเมืองตลอดถึงความมั่นคงของไทย สองประเทศเพื่อนบ้านจึงถ้อยทีถ้อยอาศัยกันมาตลอดเวลานับร้อยปี และเมื่อเกิดวิกฤตในเมียนมาหลังจากพลเอกมิน อ่อง หล่าย นำทหารยึดอำนาจจากรัฐบาลพรรคเอ็นแอลดีของนางออง ซาน ซู จี เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 รัฐบาลไทยในเวลานั้น จึงดำเนินนโยบายด้วยความระวังไม่เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดและประคับประคองความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกฝ่าย

ส่วนอินโดนีเซีย ซึ่งถือว่าตัวพี่ใหญ่ในอาเซียนและมีคติกับกองทัพเมียนมา กรณีกดขี่ข่มเหงชาวโรฮีนจาซึ่งเป็นพี่น้องร่วมศาสนากับอินโดนีเซีย ดังนั้นเมื่อทหารยึดอาจจากรัฐบาลเลือกตั้ง อินโดนีเซียจึงกระโจนตามก้นอเมริกาในการคว่ำบาตร ต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมาและสนับสนุนรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG)ซึ่งเป็นรัฐบาลเงาฝ่ายออง ซาน ซู จี และกองทัพพิทักษ์ประชาชน (PDF) กองกำลังติดอาวุธต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมา นั้นคือที่มาของความซับซ้อนในความสัมพันธ์ไทย-อินโดนีเซียในกรณีวิกฤตการเมืองเมียนมา

ตลอดเวลาสามปีที่ผ่านมา อินโดนีเซียเป็นเจ้ากี้เจ้าการกีดกันไม่ให้ พลเอกมินอ่อง หล่าย เข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน และกีดกันไม่ให้รัฐบาลเมียนมาร่วมกิจกรรมใดๆ ของประชาคมอาเซียน แต่ในเวลาเดียวกันอินโดนีเซียกลับสนับสนุนและชักจูงโน้มน้าวให้อาเซียนและประชาคมนานาชาติรับรองรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) ฝ่ายนางออง ซาน ซู จี ให้เป็นรัฐบาลชอบธรรมของสหภาพเมียนมา

ในขณะที่ประเทศไทยและเพื่อนบ้านในสุวรรณภูมิ สปป.ลาว กัมพูชาและเมียนมา ใช้ความพยายามทำให้ทุกฝ่ายที่มีส่วนได้ส่วนเสียในเมียนมารวมทั้งรัฐบาลทหาร และกลุ่มต้านต่างๆ ตลอดถึงกลุ่มชาติพันธุ์ได้พูดจาหารือกันอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อแสวงแนวทางแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี ที่สำคัญในเวลานั้นประเทศไทยมีรัฐบาลและหน่วยงานมั่นคงที่เข้าใจปัญหาเมียนมาได้ใช้การทูตเงียบ (Quiet Diplomacy) ช่วยแก้ปัญหาวิกฤตการเมืองเมียนมาคืบหน้าอย่างมีนัย เนื่องจากว่าในอาเซียนด้วยกันไทยประเทศเดียวเท่านั้น ที่มีปฏิสัมพันธ์กับทุกฝ่าย นายดอน ปรมัตถ์วินัย อดีตรองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการต่างประเทศไทยเป็นคนเดียวที่ได้พบนางออง ซาน ซู จี และนำสารของเธอไปแจ้งต่อที่ประชุมอาเซียนในกรุงจาการ์ตา ว่าออง ซาน ซู จี สนับสนุนให้มีการเจรจาครอบคลุมทุกฝ่ายเพื่อหาข้อยุติความขัดแย้งด้วยสันติวิธี

จากนโยบายการทูตเงียบที่ก้าวหน้าอาเซียนมีฉันทามติให้ประเทศไทยเป็นผู้นำในการเจรจากับทุกฝ่ายชักชวนให้เข้ากระบวนการปรองดองแห่งชาติ แต่น่าเสียดาย ที่มีรายงานว่าในเดือนเมษายน ที่ผ่านมานายทักษิณได้พบกับผู้แทนรัฐบาลเงาหรือ NUG และผู้แทนกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ที่ต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมาโดยเสนอตัวเป็นคนกลางในการเจรจา และถูกรัฐบาลทหารเมียนมาตำหนิว่า“แทรกแซงกิจการภายอย่างไร้มารยาท” ตั้งแต่นั้นมาบทบาทของไทยในภารกิจคนกลางเจรจากับทุกฝ่ายก็หยุดชะงักไปและไม่มีใครพูดถึงไทยในบริบทแก้ไขวิกฤตเมียนมาในที่ประชุมอาเซียน

จึงสรุปว่าการทานอาหารค่ำระหว่างพ่อนายกรัฐมนตรีไทยกับว่าที่ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย อาจทำให้ความสัมพันธ์ของไทยกับประเทศอาเซียนตลอดถึงจีนมีความสับสนซับซ้อนมากกว่าหลายปีที่ผ่านมา

สุทิน วรรณบวร

 

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
20:24 น. ยูเครนไม่ไหวแล้ว ปธน.เซเลนสกี จี้พันธมิตรส่ง แพทริออต มาด่วน สับแหลกอย่าแช่ไว้ในคลังอาวุธ
20:22 น. ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน คุก 6 ปี ชดใช้ 10.5 ล้าน ‘เจ๊อ้อย-อดีตนายกเมืองสิงหนคร’ คดีรุกเขาน้อย
20:07 น. ‘สรรเพชร’ เผย ครม. ลุยเดินหน้า โครงการก่อสร้าง สะพานเชื่อมเกาะลันตา-สะพานข้ามทะเลสาบสงขลาฯ
19:59 น. นายกฯร่วมงานวันชาติสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ ย้ำความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทย–อียิปต์
19:58 น. ชาวญี่ปุ่นสงสัยโพสต์ถาม ทางเท้าไทย หลังปรับปรุง 1 เดือน ทำไมยังไม่เสร็จ
ดูทั้งหมด
รู้หรือไม่? รอยบุ๋มบนหลัง 'ลิซ่า' คืออะไร ทำไมถึงฮือฮาไปทั่วโลก!
ไขข้อสงสัย ทำไมมดไม่ขึ้นโรงงานน้ำตาล
ไขข้อข้องใจ! ภาพประวัติศาสตร์ ทำไม 'มาครง' สวมแว่นดำรับเสด็จ 'ในหลวง'
ปล่อยตัวพรุ่งนี้ 6 คน นักโทษคดีชุมนุมการเมือง-ม.112 เข้าเกณฑ์อภัยโทษ
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 4 - 10 ก.ค.69
ดูทั้งหมด
เควกเกอร์แห่งอเมริกา
‘เท้ง’บี้‘หนู’กระแสปั่นการเมือง
ด้อยพัฒนา
พลิกล็อก
รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ถึงคราวอวสาน ?
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน คุก 6 ปี ชดใช้ 10.5 ล้าน ‘เจ๊อ้อย-อดีตนายกเมืองสิงหนคร’ คดีรุกเขาน้อย

ยูเครนไม่ไหวแล้ว ปธน.เซเลนสกี จี้พันธมิตรส่ง แพทริออต มาด่วน สับแหลกอย่าแช่ไว้ในคลังอาวุธ

ชาวญี่ปุ่นสงสัยโพสต์ถาม ทางเท้าไทย หลังปรับปรุง 1 เดือน ทำไมยังไม่เสร็จ

เผยเส้นทาง 'ปิยะศิริ วัฒนวรางกูร' เริ่มจากข่าวกรอง ผ่านงานโชกโชน ก่อนนั่งเก้าอี้ปลัด ก.ยุติธรรม

อึ้งอีกเคส! นิสิตอิสลามไม่กินหมู-ปลาร้า-ปลาดิบ แต่ผลตรวจเป็นบวก ติดพยาธิใบไม้ตับ

เปิดคลิประทึก พายุฝนกระหน่ำนิวเจอร์ซีย์ หลังคาห้างถล่มน้ำทะลักซัดลูกค้าวิ่งหนีวุ่น

  • Breaking News
  • ยูเครนไม่ไหวแล้ว ปธน.เซเลนสกี จี้พันธมิตรส่ง แพทริออต มาด่วน สับแหลกอย่าแช่ไว้ในคลังอาวุธ ยูเครนไม่ไหวแล้ว ปธน.เซเลนสกี จี้พันธมิตรส่ง แพทริออต มาด่วน สับแหลกอย่าแช่ไว้ในคลังอาวุธ
  • ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน คุก 6 ปี ชดใช้ 10.5 ล้าน ‘เจ๊อ้อย-อดีตนายกเมืองสิงหนคร’ คดีรุกเขาน้อย ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน คุก 6 ปี ชดใช้ 10.5 ล้าน ‘เจ๊อ้อย-อดีตนายกเมืองสิงหนคร’ คดีรุกเขาน้อย
  • ‘สรรเพชร’ เผย ครม. ลุยเดินหน้า โครงการก่อสร้าง สะพานเชื่อมเกาะลันตา-สะพานข้ามทะเลสาบสงขลาฯ ‘สรรเพชร’ เผย ครม. ลุยเดินหน้า โครงการก่อสร้าง สะพานเชื่อมเกาะลันตา-สะพานข้ามทะเลสาบสงขลาฯ
  • นายกฯร่วมงานวันชาติสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ ย้ำความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทย–อียิปต์ นายกฯร่วมงานวันชาติสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ ย้ำความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทย–อียิปต์
  • ชาวญี่ปุ่นสงสัยโพสต์ถาม ทางเท้าไทย หลังปรับปรุง 1 เดือน ทำไมยังไม่เสร็จ ชาวญี่ปุ่นสงสัยโพสต์ถาม ทางเท้าไทย หลังปรับปรุง 1 เดือน ทำไมยังไม่เสร็จ
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

อิหร่านจัดพิธีฝังศพอดีตผู้นำสูงสุดอย่างยิ่งใหญ่ตรงกับวันชาติสหรัฐฯ

อิหร่านจัดพิธีฝังศพอดีตผู้นำสูงสุดอย่างยิ่งใหญ่ตรงกับวันชาติสหรัฐฯ

7 ก.ค. 2569

ระเบียบใหม่ตะวันออกกลางสร้างด้วยพลังมุสลิมหรือนิวเคลียร์

ระเบียบใหม่ตะวันออกกลางสร้างด้วยพลังมุสลิมหรือนิวเคลียร์

4 ก.ค. 2569

สงครามสหรัฐ-อิหร่านเหมือนหนังเจมส์บอนด์+หนังไซไฟในตอนเดียวกัน

สงครามสหรัฐ-อิหร่านเหมือนหนังเจมส์บอนด์+หนังไซไฟในตอนเดียวกัน

3 ก.ค. 2569

จีน Low Profile High Profit จากวิกฤตของทรัมป์

จีน Low Profile High Profit จากวิกฤตของทรัมป์

30 มิ.ย. 2569

ฤาเนทันยาฮูรับบทหนุมานเผาลงกา

ฤาเนทันยาฮูรับบทหนุมานเผาลงกา

27 มิ.ย. 2569

เขมรไม่กล้าทำสงครามกับไทยแต่ใช้สื่อไทยสร้างกระแสหาเสียง

เขมรไม่กล้าทำสงครามกับไทยแต่ใช้สื่อไทยสร้างกระแสหาเสียง

26 มิ.ย. 2569

ล้างบางภูเก็ต:เทกรวดในรองเท้าพรรคข้าราชการหรือพรรคการเมือง

ล้างบางภูเก็ต:เทกรวดในรองเท้าพรรคข้าราชการหรือพรรคการเมือง

23 มิ.ย. 2569

ปากีสถานทิ้งบอมบ์ใส่จักรวรรดิอเมริกา

ปากีสถานทิ้งบอมบ์ใส่จักรวรรดิอเมริกา

20 มิ.ย. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved