วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
นั่งดูรัฐบาลทำงานมาเข้าปีที่สองแบบไม่มีอคติ จากรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน มาถึงรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ไม่มีอะไรจริงๆ มีแต่ถลุงเงิน แล้วก็ตัดตอนพูด โฆษณาชวนเชื่อผลงานของรัฐบาลพรรคไทยรักไทยในอดีตของอดีตนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร
นั่นก็ด้วยจุดประสงค์ เพื่อสร้างภาพฟอกขาวให้“นายใหญ่เจ้าของคอก”ดูดีมีราคา ไม่ใช่ผู้เคยต้องโทษคดีทุจริตประพฤติมิชอบขณะเป็นนายกรัฐมนตรี
เฉพาะนายเศรษฐา ทวีสิน คนเดียว ระหว่างเป็นนายกรัฐมนตรีเพียงแค่ 1 ปี ได้ผลาญเงินแผ่นดินในการเดินสายเวิลด์ทัวร์เป็นเซลส์แมนเบอร์หนึ่งของประเทศ จากการเหมาเช่าเครื่องบินรวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในแต่ละครั้งไปประชุมเวทีระดับโลก พร้อมกับข้ออ้างว่าจะเชิญชวนนักลงทุนต่างชาติให้ขนเงินเข้ามาลงทุนในประเทศไทย รวมทั้งหมด 17 ครั้ง ประเมินตัวเลขกันออกมาแล้วหมดเงินไปไม่ต่ำกว่า 1 พันล้านบาท
ภาพที่เห็นซึ่งสวนทางกับเงินที่หมดไป คือ “เศรษฐา ทวีสิน”ป็นเซลส์แมนมีผ้าขาวม้าผูกคอ ตัวสูงโย่ง สวมถุงเท้าสีแดง เดินสร้างภาพโชว์บนถนนเหมือนเดินอยู่บนแคทวอล์ก-เป็นนายแบบขายผ้าขาวม้าและผ้าไทย ในกรุงนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา, ในปารีส ฝรั่งเศส และในเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี เป็นต้น
ถึงวันนี้นายเศรษฐา ทวีสิน ตกเก้าอี้นายกรัฐมนตรีไปแล้ว ก็ยังไม่เห็นเม็ดเงินจากนักลงทุนต่างชาติเข้ามาในประเทศไทยสักเม็ดเดียว มีแต่ขนเงินบินข้ามหัวไทยไปลงทุนในมาเลเซีย และอินโดนีเซีย
และที่เห็นชัดเจนอีกเรื่องหนึ่งในสมัยรัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน ก็คือ เงินงบประมาณแผ่นดิน“5 พันล้านบาท” ตัวเลขกลมๆ จำนวน 5,164 ล้านบาท ที่อนุมัติให้“มาดามแพ”เมื่อครั้งที่ยังไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ นำไปถลุงเพื่อทำกิจกรรม“ดันซอฟต์พาวเวอร์ไทย” 11 ด้าน
จนบัดนี้ก็ไม่มีใครรู้ว่าผลสัมฤทธิ์คืออะไรจากกิจกรรมซอฟต์พาเวอร์ 11 ด้าน โดยที่เงินก้อนโตจำนวนนี้ถูก“มาดามแพ”ซึ่งเป็น“ลูกคุณหนูพ่อรวย”ละลายหายไปหมดสิ้นแล้ว คือ ด้านหนังสือ-69 ล้านบาท, ด้านภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ สารคดี แอนิเมชั่น-545 ล้านบาท, ด้านอาหาร-1 พันล้านบาท, ด้านออกแบบ-310 ล้านบาท, ด้านท่องเที่ยว-711 ล้านบาท, ด้านดนตรี-144 ล้านบาท, ด้านเกม-374 ล้านบาท, เฟสติวัล-1,009 ล้านบาท, ด้านศิลปะไทย-380 ล้านบาท, ด้านแฟชั่น-268 ล้านบาท และด้านกีฬา-500 ล้านบาท
พูดกันจริงๆ แล้ว เมื่อมาถึงรัฐบาลของ“มาดามแพ” ที่ตัวนายกรัฐมนตรีไร้สติปัญญา ด้อยประสบการณ์และขาดความรู้ความสามารถ แต่อดีตนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร ผู้เป็นบิดา เข็นขึ้นมาเป็นผู้นำของประเทศเพื่อให้เป็น“ตัวตายตัวแทน”นั้น ก็ไม่เห็นมีอะไรใหม่อีกเช่นกัน
มีก็แต่ราคาคุย ซึ่งไม่เป็นไปตามที่“มาดามแพ”ที่ใช้สมองกลแทนสมองตนเอง จนได้รับฉายาว่า“นายกรัฐมนตรีไอแพด” ได้แถลงต่อสมาชิกรัฐสภาเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2567 ว่า จะขับเคลื่อนนโยบายที่อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง เพื่อแก้ปัญหาของประเทศให้สำเร็จ ในการพัฒนาเศรษฐกิจ, สังคม และการเมืองที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
คำสวยหรูที่เป็นวรรคทองของ“มาดามแพ”จากการแถลงนโยบายต่อสมาชิกรัฐสภา มีอยู่ 3 ประการด้วยกัน คือ หนึ่ง “เพื่อสร้างโอกาส-ทำให้คนไทยมีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี”, สอง “เพื่อนำพาความภูมิใจกลับมาสู่คนไทย และประเทศไทย” และสาม “เพื่อสร้างความหวังและอนาคตที่ดีกว่าให้แก่ประเทศไทย จากวันนี้ไปถึงอนาคต”
จากวันที่“มาดามแพ”แถลงนโยบายด้วยวรรคทองสวยหรูดังกล่าว จะเห็นก็แต่ในประการที่สามที่ว่า “เพื่อสร้างความหวังและอนาคตที่ดีกว่าให้แก่ประเทศไทย จากวันนี้ไปถึงอนาคต” แต่ก็ต้องมีหมายเหตุเป็นคำถามอีกว่า อนาคตที่ดีกว่านั้นของประชาชน หรือว่าของใคร ?
โดยมีข้อสังเกตชวนให้ขบคิดว่า อนาคตที่ดีกว่าของประเทศไทยนั้น แท้ที่จริงแล้วไม่ใช่ของประชาชน แต่อาจจะเป็นของ“เจ้าของพรรคเพื่อไทยตัวจริง” คือ“ทักษิณ ชินวัตร”เสียมากกว่า เพราะใครก็รู้ว่าการเป็นเจ้าของพรรคการเมืองเพื่อ“เลี้ยงดูลูกพรรค” จำเป็นต้องใช้เงินมหาศาล เพื่อที่จะชี้นิ้วบงการให้ทุกอย่างเป็นไปตามเจตจำนงของตน
เวลานี้ที่เห็น สส.พรรคเพื่อไทยและรัฐบาลของ“มาดามแพ”ง่วนอยู่ 3 เรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับอำนาจและผลประโยชน์ทับซ้อน คือเรื่องการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อต้องการฉีก“รัฐธรรมนูญปราบโกงนักการเมืองชั่ว”ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันทิ้ง, เรื่องตั้งประธานบอดร์ดแบงก์ชาติ และเรื่อง“MOU 44”อันเกี่ยวเนื่องกับผลประโยชน์พลังงานขุมทรัพย์ใต้ทะเลที่เกาะกูด จังหวัดตราด มูลค่ากว่า“20 ล้านล้านบาท”
ทั้ง 3 เรื่องใหญ่ดังกล่าวนั้น จะพูดว่าเป็นเพราะทำด้วยความไม่สุจริตใจก็ไม่ผิดนัก จึงทำให้เวลานี้ต้องติดขัดไปหมด ยังมิอาจเดินหน้าต่อไปได้
เรื่องรัฐธรรมนูญก็ติดขัดเกี่ยวกับกฎหมายประชามติ, เรื่องประธานบอร์ดแบงก์ชาติก็ไม่กล้านำชื่อนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง เพื่อให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ และเรื่อง“MOU 44”ที่เกี่ยวกับเกาะกูดก็ยังชะลอเรื่องการตั้งคณะกรรมการ“JTC”เพื่อดูทิศทางลมจากเสียงต่อต้านที่ดังกระหึ่มอยู่ในเวลานี้
ที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตามแต่ ถ้าหากกระทำด้วยความสุจริตใจ ย่อมสำเร็จผลโดยราบรื่นทุกเรื่องทุกประการ ดังโคลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่ว่า-“สุจริตคือเกราะบัง ศาสตร์พ้อง” !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

เจ้าอาวาสเผย พระซุกสีกาคากุฏิ ขอมาอยู่ด้วย บอกเห็นในหมู่บ้านมีงานศพเยอะ-เงินดี
อารักชี ต่อสายตรงหารือ โอมาน ผนึกกำลังรับมือภัยคุกคาม หลังเจอ ทรัมป์ หมายหัวขู่บึ้ม
ราชกิจจาฯ เผยแพร่คำแนะนำประธานศาลฎีกา เกี่ยวกับการดำเนินคดีโดยไม่สุจริตในคดีอาญา
โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร จำนวน 1,684 ราย
ไปต่อไม่ไหว! 'บอล เชิญยิ้ม' โพสต์แยกทางภรรยา 'ยูริ' จบสัมพันธ์คู่ชีวิต

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี