วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / คิด เขียน คุย
คิด เขียน คุย

คิด เขียน คุย

รุ่งเรือง ปรีชากุล
วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 02.00 น.
ฟื้นอำนาจ'ทักษิณคิด-สส.เพื่อไทยทำ'ล้วงลูกกองทัพ

ดูทั้งหมด

  •  

อย่างที่เคยเขียนไปแล้วว่า นักการเมือง พรรคการเมือง และบรรดา สส. นั้น ไม่เคยมองตัวเอง ได้แต่โทษโน่นโทษนี้ คิดแต่ประโยชน์และอำนาจของตนเอง และทุกครั้งที่ถูกทหารทำรัฐประหารยึดอำนาจ สาเหตุก็มาจากความชั่วของนักการเมืองเป็นเงื่อนไขสำคัญ ที่ทำให้ทหารต้องเคลื่อนกำลังออกมายึดอำนาจ ดังนั้น จะเขียนกฎหมายอะไรออกมา ให้วิเศษแค่ไหน ก็แก้ไม่ได้

ขนาดว่าเนติบริกรอย่าง“วิษณุ เครืองาม” ยังให้สัมภาษณ์แสดงความเห็นกับสื่อเมื่อวันที่ 10 ธันวาคมเมื่อวานนี้ เมื่อถูกผู้สื่อข่าวถามว่า “จะมีกฎหมายอะไรที่จะป้องกันการทำรัฐประหารได้จริงหรือไม่" นายวิษณุซึ่งเป็นมือกฎหมายที่เรียกว่าเป็นผู้หยั่งรู้ดินฟ้ามหาสมุทรระดับน้องๆ “ขงเบ้ง”ในสามก๊กตอบว่า “ผมไม่เชื่อว่ามี”


เพราะใครก็รู้ว่า ถ้านักการเมือง พรรคการเมือง และ สส. โดยเฉพาะรัฐบาลไม่ประพฤติชั่วจากการทุจริตโกงกินบ้านเมืองกันอย่างชนิดที่ชาวบ้านก็ทนดูไม่ได้แล้ว  ใครก็ทำอะไรไม่ได้ เช่นโคลงในรัชกาลที่ 5 ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ “สุจริตคือเกราะบัง..ศาสตร์พ้อง ฯ”..และเมื่อทหารออกมายึดอำนาจแล้ว..ขนาดรัฐธรรมนูญยังฉีกทิ้งได้ แล้วสำมะหาอะไรกับแค่กฎหมายป้องกันการรัฐประหารที่เป็นแค่“ยันต์กันผี”จะฉีกทิ้งไม่ได้

และก็อย่างที่เขียนไปแล้วอีกเช่นกัน ว่า การแก้กฎหมายด้วยข้ออ้างโน่นนี่..ก็เพราะรัฐบาล“ทักษิณคิด-ลูกสาวทำ”ชุดนี้ ต้องการจะเข้าไปล้วงลูกแทรกแซงกองทัพเพื่อเอาคนของตนลงไป..เมื่อเวลาโกงกินกันแล้ว จะได้ไม่ต้องกลัวว่าทหารดีๆ ที่รักชาติรักแผ่นดินและไม่เอาด้วยกับนักการเมืองชั่ว..จะออกมาขัดขวาง

การกลับมาของ“ทักษิณ ชินวัตร”อีกครั้ง จากรัฐบาลพรรคไทยรักไทยในอดีต มาเป็นรัฐบาลเพื่อไทย ที่เป็นรัฐบาลทับซ้อนและนายกรัฐมนตรีทับซ้อน โดย“ทักษิณคิด” และ“แพทองธาร ชินวัตร” ที่มี“ภูมิธรรม เวชยชัย”เป็นพี่เลี้ยงทำ นั้น ก็ไม่ต่างจากอดีตคือต้องการกระชับอำนาจในกองทัพ..เป็นการถอดบทเรียนของตัวเองในอดีต ถ้าคิดจะอยู่ยาว และคิดจะผูกขาดประเทศไทยให้เหมือนบริษัทในกงสีของ“ตระกูลชินวัตร”..ก็จะต้องมีแม่ทัพนายกองที่เป็นบริษัทบริวาร และสามารถชี้นิ้วสั่งซ้ายหันขวาหัน..เหมือนกับบงการนักการเมืองที่เป็น“สุนัขในคอก”ได้

สมัย“ทักษิณ ชินวัตร”เป็นนายกรัฐมนตรี โดยเข้าไปล้วงลูกกองทัพแต่งตั้ง พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร ลูกพี่ลูกน้อง จากนายทหาร“เหล่าช่าง”และอยู่นอกไลน์“5 เสือ ทบ.”ข้ามห้วยจากกองบัญชาการทหารสูงสุด ในตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษ กองบัญชาการทหารสูงสุด มาเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบกในปี 2545 แบบ“เหาะลัดฟ้า”เพื่อขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกในปี 2546 นั้น..ลูกผู้พี่ของทักษิณผู้นี้ ก็ทำงานไม่เข้าตา“ทักษิณ”..จึงอยู่ในตำแหน่งผู้บัญชาการหารบกได้เพียงปีเดียว..ก่อนจะถูกย้ายไปเกษียณในตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดในปี 2548

ที่ว่าไม่เข้า“ทักษิณ ชินวัตร” เพราะหลังเกิดเหตุการณ์ปล้นปืนที่“ค่ายปิเหล็ง” ที่อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส เมื่อต้นปี 2547 มีทหารเสียชีวิต 4 นาย และปืนเอ็ม 16 รวมทั้งปืนพกขนาด 11 ม.ม.ถูกปล้นไป 413 กระบอก..ปราฏว่า พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร ไม่สามารถทำงานสนองให้แก่น้องชายที่ชื่อ“ทักษิณ”ซึ่งปากพล่อยสบประมาทตั้งแต่ต้นว่าเป็นฝีมือ“โจรกระจอก”ได้..ขนาดปิดอำเภอปิดหมู่บ้านประกาศใช้กฎอัยการศึก..ให้ทหารเข้าตรวจค้นจับกุมผู้ต้องสงสัยได้โดยไม่ต้องมีหมายศาลทั้งกลางวันและในยามวิกาลได้..ก็ยังคว้าน้ำเหลว

และจากเหตุการปล้นปืนที่“ค่ายปิเหล็ง”หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า “กองพันพัฒนาที่ 4” ค่ายนราธิวาสราชนครินทร์..ก็เป็นจุดเริ่มต้นของอีกหลายๆ เหตุการณ์ที่เป็นต้นเหตุของความรุนแรงในภาคใต้หรือ“ไฟใต้”ที่กลับมาลุกโชนขึ้นอีกครั้ง อาทิ กรณีตากใบ กรณีกรือเซะ-สะบ้าย้อย ฯลฯ จนกระทั่งถึงบัดนี้ ซึ่งทำให้รัฐต้องสูญเสียเงินเพื่อดับไฟใต้ไปแล้วไม่ต่ำกว่า 5 แสนล้านบาท ในรอบ 20 ปี..จากรัฐบาลพรรคไทยรักไทย มาถึงรัฐบาลเพื่อไทยในปัจจุบัน

จะยกมาให้ดูอีกหนึ่งตัวอย่าง เกี่ยวพันกับความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้สมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ที่มีอดีตนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี และสามารถเข้าไปแทรกแซงล้วงลูกกองทัพในการแต่งตั้งโยกย้ายแม่ทัพนายกองระดับนายพลได้ นั่นก็คือตำแหน่งแม่ทัพภาค 4

ปรากฏว่าสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร หลังเหตุปล้นปืนที่“ค่ายปิเหล็ง” ก็เกิดเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง..เพราะมีการเข้าค้นบ้าน มีการจับกุม มีการอุ้มผู้ต้องสงสัยแบบเหวี่ยงแหไปหมด โดยอาศัยอำนาจตามกฎอัยการศึก..จนทำให้คนไทยมุสลิมในพื้นที่เกิดความคับแค้น..เป็นผลให้มีการเปลี่ยนตัวแม่ทัพภาคสี่ถึง 5 คน

คนแรกไม่เกี่ยวกับเหตุการณ์ความไม่สงบในภาคใต้ แต่ในฐานะที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 10 ของ“ทักษิณ ชินวัตร”.. จึงได้รับการวางตัวเป็นแม่ทัพภาค 4 คือ พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ (1 เมษายน 2546 – 30 กันยายน 2546) ซึ่งนายทหารผู้นี้เป็น“ฝ่ายบุ๋น”เรียนเก่ง

โดยหลังจาก“ทักษิณ ชินวัตร”ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีในเดือนกุมภาพันธ์ 2544..ก็ได้แต่งตั้ง พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์..โดยย้ายข้ามฟากจากตำแหน่งรองเจ้ากรมข่าวทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุด ไปเป็นรองแม่ทัพภาค 4 ในปีเดียวกันนั้น..เพื่อจ่อคิวขึ้นเป็นแม่ทัพ 4 ต่อจาก พล.ท. วิชัย บัวรอด ที่กำลังจะเกษียณราชการ  และหลังจาก พล.อ.กิตติ ได้ขึ้นเป็น แม่ทัพภาค 4 ได้เพียง 6 เดือน ก็ถูกโยกออกจากตำแหน่งไปเป็นผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

ถัดมาคนที่สอง คือ พล.ท.พงษ์ศักดิ์ เอกบรรณสิงห์ (1 ตุลาคม 2546 – 31 มีนาคม 2547) ซึ่งต้องหมายเหตุไว้ ก็คือ..หลังเกิดเหตุปล้นปืนที่“ค่ายปิเหล็ง” รัฐบาลที่มี“ทักษิณ ชินวัตร”เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ขีดเส้นตายให้ พล.ท.พงษ์ศักดิ์คลี่คลายคดีปล้นปืนโดยเร็ว แต่ผ่านไปเกือบสามเดือนก็ยังไม่สามารถจับตัวคนร้ายได้..อีกทั้งยังเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องในจังหวัดชายแดนภาคใต้..พล.ท.พงษ์ศักดิ์ จึงถูกย้ายไปช่วยราชการสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22  มีนาคม 2547

จากนั้น พล.อ.พิศาล วัฒนะวงษ์คีรี (1 เมษายน 2547 – 31 มีนาคม 2548) ก็ได้รับแต่งตั้งจากรองแม่ทัพภาค 4 ขึ้นมาเป็นแม่ทัพ 4 แทน พล.ท.พงษ์ศักดิ์ เอกบรรณสิงห์ และก็เกิดเหตุการณ์กรณี“กรือเซะ-สะบ้าย้อย”ในวันที่ 26 เมษายน 2547 มีคนไทยมุสลิมเสียชีวิตรวมทั้งหมด 107 ศพ..ต่อมาอีก 6 เดือนก็เกิดเหตุการณ์กรณี“ตากใบ”ในวันที่ 25 ตุลาคม มีคนไทยมุสลิมเสียชีวิต 85 ศพ

กรณีเหตุการณ์ตากใบ ซึ่งเกิดขึ้นที่อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส นั้น เป็นเหตุให้ พล.อ.พิศาล วัฒนะวงษ์คีรี ต้องถูกย้ายไปประจำกองทัพบกในเดือนพฤศจิกายน 2547..ซึ่งเจ้าตัวอ้างว่าขอย้ายตัวเองเพื่อแสดงความรับผิดชอบ..หลังจากผลการสอบสวนของคณะกรรมการอิสระที่รัฐบาลตั้งขึ้นมาสรุปออกมาว่า พล.อ.พิศาลมีความผิด

พล.ท.ขวัญชาติ กล้าหาญ จากตำแหน่งรองแม่ทัพภาค 4 ได้รับการแต่งตั้งขึ้นมาเป็นแม่ทัพ 4 (1 เมษายน 2548 – 10 ธันวาคม 2548) ต่อจาก พล.อ.พิศาล วัฒนะวงษ์คีรี หลังจากรักษาการแทน พล.อ.พิศาล อยู่ระยะหนึ่ง..แต่อยู่ในตำแหน่งได้เพียง 8 เดือน..พล.ท.ขวัญชาติ ก็ถูกย้ายออกจากตำแหน่ง

เนื่องจากรัฐบาลเห็นว่า พล.ท.ขวัญชาติ กล้าหาญ ไม่สามารถทำให้สถานการณ์ในภาคใต้สงบลงได้ เกิดเหตุรุนแรงขึ้นหลายครั้ง ทั้งการลอบวางระเบิด, การถล่มสถานที่ราชการ และเหตุสังหารหมู่ กระทั่งเหตุการณ์สุดท้ายก่อนถูกย้าย..มีทหารนาวิกโยธิน 2 นาย เสียชีวิตจากเหตุการณ์รุนแรงที่บ้านตันหยงลิมอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส  

แม่ทัพภาค 4 คนสุดท้าย ในยุค“ทักษิณ ชินวัตร” ก็คือ พล.ท.องค์กร ทองประสม ได้รับการแต่งตั้งขึ้นมาเป็นแม่ทัพภาค 4 (11 ธันวาคม 2548 – 30 กันยายน  2549) แทน พล.ท.ขวัญชาติ กล้าหาญ

สรุปก็คือ การที่“ทักษิณคิด-สส.พรรคเพื่อไทยทำ” โดยจะแก้กฎหมายเพื่อเข้าไปล้วงลูกกองทัพในการแต่งตั้งโยกย้ายแม่ทัพนายกองระดับนายพลได้นั้น..จึงมีทุกฝ่ายใม่เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม..ที่เสนอโดย สส.พรรคเพื่อไทย โดยมีนายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ สส.ระบบบัญชี พรรคเพื่อไทย เป็นตัวหลักสำคัญ

อย่างน้อยคนหนึ่ง ก็คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในรัฐบาลชุดนี้..ซึ่งไม่เห็นด้วย โดยกล่าวว่า “ต่อให้ออกกฎหมายอะไรมา ถ้าเขาจะปฏิวัติ ประกาศแรก ก็คือ การฉีกรัฐธรรมนูญ ดังนั้นการเสนอแก้กฎหมาย ก็เป็นการแสดงสัญลักษณ์ แต่บังคับใช้อะไรไม่ได้..ทางที่ดีที่สุดคือทำตัวให้ดี อย่าให้ไปเข้าเงื่อนไข ต้องซื่อสัตย์สุจริต-อย่าขี้โกง”

“สุจริตคือเกราะบัง..ศาสตร์พ้อง ฯ” คือคาถาที่ดีที่สุดสำหรับป้องกันการถูกรัฐประหารยึดอำนาจครับ !

 

รุ่งเรือง ปรีชากุล

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
06:05 น. ชีพจรโลกธุรกิจ : 6 กุมภาพันธ์ 2569
06:00 น. ค้านทำประชามติ กลุ่มรวมพลังฯปลุกกาไม่เห็นชอบ อ้างพิทักษ์รธน.-ผลประโยชน์ชาติ
06:00 น. จับบุหรี่เถื่อน20ล้านมวน มูลค่าเสียหายนับพันล้าน
06:00 น. คนระโนดให้ไปอยู่ระโนด หมอฮากับมาตรฐานพรรคส้ม
06:00 น. กกต.สั่งจับตาซื้อเสียงโค้งสุดท้าย ‘อีสาน-ใต้’ดุเดือด กำชับ‘ผอ.กกต.จว.’ดูแลเข้ม
ดูทั้งหมด
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569
ชมสด! การออกผลสลากกินแบ่งรัฐบาล ประจำวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569
ยิปซี 12 นักษัตร : พยากรณ์ระหว่างวันที่ 1-7 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2569
น้าเดชสอนมวยเท้ง ยืนไพล่หลัง ไม่ร้องเพลงชาติ วุฒิภาวะผู้นำต้องมีมารยาท-กาลเทศะ
หมอข้าวโพด แนะ 4 สัญญาณเตือน เมื่อการเดินทางของน้องใกล้สิ้นสุด
ดูทั้งหมด
ไม่มีรอบสามระหว่างเลือกตั้ง 8 ก.พ.
‘บรรพบุรุษไทยไม่ฉลาด’
เลือกเชิงยุทธศาสตร์‘พรรคสีน้ำเงิน’
สารพัดโพล สารพัดผล และประชานิยม
หักอกอังเคิลฮุน?
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สายมูฟังทางนี้! หมอช้างเตือน 2 ราศีช่วงเดือนแห่งความรัก มีเรื่องต้องยั้งปาก อย่าเผลอพูดผิดชีวิตเปลี่ยน

พลังโซเชียลฮีลใจ แห่อุดหนุนคุณยายขนผัก หลังคลิปไวรัลทำคนดูน้ำตาซึม

กรมอุตุฯ พยากรณ์วันพรุ่งนี้ ไทยตอนบนอุณหภูมิพุ่ง กทม.ฝุ่นปานกลาง-หนาแน่น 

ส่องวิวัฒนาการดาราดัง ผลงานแรก VS ปัจจุบัน เปลี่ยนไปไกลมาก

เอาตัวรอดยังไง? เมื่อไทยเจออากาศ 3 ฤดูในวันเดียว พร้อมวิธีสู้ฝุ่น PM 2.5 ที่คนไทยต้องรู้

สวยตะลึง ปู่ไพวงษ์ เปิดอาณาจักรโบนันซ่า จัดพิธีบวงสรวงพระพิฆเนศปางราชาธิวาส

  • Breaking News
  • ชีพจรโลกธุรกิจ : 6 กุมภาพันธ์ 2569 ชีพจรโลกธุรกิจ : 6 กุมภาพันธ์ 2569
  • ค้านทำประชามติ  กลุ่มรวมพลังฯปลุกกาไม่เห็นชอบ  อ้างพิทักษ์รธน.-ผลประโยชน์ชาติ ค้านทำประชามติ กลุ่มรวมพลังฯปลุกกาไม่เห็นชอบ อ้างพิทักษ์รธน.-ผลประโยชน์ชาติ
  • จับบุหรี่เถื่อน20ล้านมวน  มูลค่าเสียหายนับพันล้าน จับบุหรี่เถื่อน20ล้านมวน มูลค่าเสียหายนับพันล้าน
  • คนระโนดให้ไปอยู่ระโนด  หมอฮากับมาตรฐานพรรคส้ม คนระโนดให้ไปอยู่ระโนด หมอฮากับมาตรฐานพรรคส้ม
  • กกต.สั่งจับตาซื้อเสียงโค้งสุดท้าย  ‘อีสาน-ใต้’ดุเดือด  กำชับ‘ผอ.กกต.จว.’ดูแลเข้ม กกต.สั่งจับตาซื้อเสียงโค้งสุดท้าย ‘อีสาน-ใต้’ดุเดือด กำชับ‘ผอ.กกต.จว.’ดูแลเข้ม
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

เลือกเชิงยุทธศาสตร์‘พรรคสีน้ำเงิน’

เลือกเชิงยุทธศาสตร์‘พรรคสีน้ำเงิน’

6 ก.พ. 2569

‘ไม่เห็นชอบ’ จัดทำ รธน.ฉบับใหม่

‘ไม่เห็นชอบ’ จัดทำ รธน.ฉบับใหม่

5 ก.พ. 2569

‘ไม่ใช่เรื่องของมึง’เสียงกร้าวจาก‘ธนาธร’

‘ไม่ใช่เรื่องของมึง’เสียงกร้าวจาก‘ธนาธร’

4 ก.พ. 2569

‘เมืองขึ้นอเมริกา’ถ้าพรรคส้มเป็นรัฐบาล?!

‘เมืองขึ้นอเมริกา’ถ้าพรรคส้มเป็นรัฐบาล?!

3 ก.พ. 2569

‘ไม่เชื่อ-ไม่จริง’พรรคส้มนำทุกโพล

‘ไม่เชื่อ-ไม่จริง’พรรคส้มนำทุกโพล

2 ก.พ. 2569

‘สุภัทร’หมอฮา-ATK

‘สุภัทร’หมอฮา-ATK

30 ม.ค. 2569

ใครถอนเงินสด‘450 ล้าน’ซื้อเสียง ?!

ใครถอนเงินสด‘450 ล้าน’ซื้อเสียง ?!

29 ม.ค. 2569

เจาะสนามเลือกตั้งอีสาน‘ภูมิใจไทย’เข้าวิน

เจาะสนามเลือกตั้งอีสาน‘ภูมิใจไทย’เข้าวิน

28 ม.ค. 2569

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved