วันอังคาร ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2569
เมื่อวันที่ 9 มกราคมเมื่อวานนี้ กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของไทยกำลัง“จมฝุ่น PM 2.5” รวมทั้งจังหวัดปริมณฑล ในสภาผู้แทนราษฎรก็มีการประชุม ก็อีหรอบเดิมนายกรัฐมนตรี“แพทองโพย”หนีตอบกระทู้สดโดยเดินทางไปจังหวัดภูเก็ต
หมายกำหนดทริปนี้ของ“แพทองธาร ชินวัตร”นายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดในโลก และเป็นนายกรัฐมนตรีที่ร่ำรวยติดระดับท็อปเทนในบรรดาผู้นำรัฐบาลของโลก ซึ่งร่ำรวยเพราะบิดา คือ อดีตนักโทษเด็ดดขาดชายทักษิณ ชินวัตร ให้โดยเสน่หาหรืออะไรก็แล้วแต่ในฐานะลูกสาวคนเล็กนั้น เธอเดินทางไปจังหวัดภูเก็ต เพื่อเป็นประธานการประชุมบูรณาการการแก้ปัญหาพื้นที่จังหวัดภูเก็ต สำหรับการรองรับการเติบโตของการท่องเที่ยว
ฟังดูเป็นเรื่องเป็นราวดี แต่ถามว่าในขณะที่ปัญหาต่างๆ เฉพาะหน้ากำลังสุมรุมอยู่นี้ ลำดับความสำคัญก่อนหลัง อะไรควรจะให้ความสำคัญมากกว่า และภาพที่เห็น นายกรัฐมนตรีแต่งชุดลำลองแบบไม่รู้จักกาลเทศะ ด้วยแบรนด์หรูราคาแพงจากต่างประเทศ แต่ไม่ลงตัว เสื้อไปทาง กางเกงไปทาง ดูหลวมโพรกรุ่มร่าม และสะพายกระเป๋าถือ“Christian Dior” ของใช้ฟุ่มเฟือยจากประเทศฝรั่งเศส ราคา 1.45 แสนบาท
เรื่องนี้ก็อย่างที่ทราบกันดีว่า “มาดามแพทองโพย”เธอมีชุดแต่งกายและกระเป๋าถือแบรนด์เนมเป็นจำนวนมาก จึงต้องหาโอกาสนำออกมาใช้และโชว์รวย
ดังนั้น การเป็นนายกรัฐมนตรีของ“มาดามแพทองโพย”..เธอคงคิดว่า ก็เหมือนอาชีพนางแบบที่เดินอยู่บนแคทวอล์ก และเป็นนางแบบไทยที่ผ่าน“มีด”มาแล้ว...ไม่ใช่สาวแอฟริกาอย่างที่“ทักษิณ ชินวัตร”ผู้เป็นบิดาของเธอด้อยค่าและเหยียดศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ว่า“ดำก็ดำ จมูกก็แหมบ หายใจก็ยาก”
อย่างกระเป๋าตามที่แจ้งรายการบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.นั้น “มาดามแพทองโพย”มีถึง 217 ใบ มูลค่า 76.6 ล้านบาท ส่วนชุดแต่งกายมี 167 ชุด มูลค่า 26.7 ล้านบาท และนับตั้งแต่เป็นนายกรัฐมนตรีมาถึงวันนี้ 145 วัน หลังจากได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2567..ตามภาพที่ปรากฏเป็นข่าว ชาวบ้านร้านถิ่นยังไม่เคยเห็นว่า “มาดามแพทองโพย”สวมชุดหรือถือกระเป๋าซ้ำแม้แต่วันเดียว รวมถึงการใส่นาฬิกาที่มีอยู่ 75 เรือน มูลค่า 162 ล้านบาท, แหวน 108 วง 31.7 ล้านบาท, กำไลข้อมือ 69 เส้น มูลค่า 28.5 ล้านบาท และต่างหู 205 คู่ มูลค่า 49.3 ล้านบาท
หมายกำหนดการของ“มาดามแพทองโพย”ที่ไปจังหวัดภูเก็ตครั้งนี้ หลังจากเป็นประธานการประชุมบูรณาการเรื่องการท่องเที่ยวเสร็จ..ก็ไปต่ออีกสองงาน คือ เป็นประธานพิธีเปิดงานแสดงเรือนานาชาติแห่งประเทศไทย และลักซ์ชูรี่ไลฟ์สไตล์ ที่ท่าเทียบเรือยอร์ช เฮเว่น มารีน่า ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง และงานสุดท้ายในช่วงบ่ายก่อนบินกลับกรุงเทพฯ ได้ไปตรวจติดตามการป้องกัน และแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ที่อ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ ตำบลศรีสุนทร อำเภอถลาง
สรุปก็คือ ที่“มาดามแพทองโพย”ไปงานราชการที่จังหวัดภูเก็ต อันหาใช่ปัญหาเร่งด่วนที่เป็นวาระแห่งชาติแต่อย่างใดไม่นั้น..คงคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้ คือ การหนีตอบกระทู้สดในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งนัดนี้เป็นนัดแรกของปี 2568 เพราะถ้าขืนทะเล่อทะล่าเข้าไปตอบ ก็คงจะชี้แจงได้แต่เพียงคำว่า“อ๋อค่ะ”..แล้วทำหน้าเลิ่กลั่ก เนื่องจากไร้สติปัญญาที่จะตอบสด..ต่างจากการทำ“ข้อสอบ”ที่ยังมีเอกสารรั่วล่วงหน้าให้ลอกได้
อันที่จริงเรื่องตอบกระทู้สดในสภาฯ ที่“มาดามแพทองโพย”หนีมาตลอดนั้น เมื่อเร็วๆ นี้นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เพิ่งจะให้สัมภาษณ์กรณีที่สมาชิกรัฐสภาเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเข้ามาตอบกระทู้ถาม หลังจากในปี 2567 ที่ผ่านมาเธอ“หนี”ตลอด..ว่าเรื่องนี้ได้รับปากกันแล้ว โดยคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือวิปรัฐบาลจะนำเสียงของสมาชิกรัฐสภาที่มีการตำหนิในเรื่องนี้ไปแจ้งต่อนายกรัฐมนตรี
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา วัย 80 ปี ในฐานะผู้อาวุโสทางการเมืองที่อยู่บนเส้นทางสายนี้มายาวนาน เคยเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรมาแล้วรวมครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2, เป็น สส.11 สมัย และเคยเป็นรองนายกรัฐมนตรี รวมทั้งรัฐมนตรีว่าการและรัฐมนตรีช่วยว่าการมาแล้วหลายกระทรวง กล่าวถึงเรื่องการตอบกระทู้ถามว่า
“โดยส่วนตัวมองว่า เรื่องนี้ต่างคนต่างทำหน้าที่ ฝ่ายค้านมีหน้าที่ตั้งกระทู้ต่างๆ ทั้งกระทู้ถามสด กระทู้ถามทั่วไป และญัตติ ให้รัฐบาลชี้แจง ทางรัฐบาลก็มีหน้าที่ต้องมาตอบกระทู้ ตอบญัตติของสมาชิก ไม่ใช่ว่ารัฐบาลจะไม่มา แล้วให้สภาฯ ทำอย่างเดียว เพราะต่างคนต่างมาจากการเลือกตั้งด้วยกัน ต้องทำงานเพื่อประชาชน หากรัฐบาลไม่มาชี้แจงจะเป็นความเสียหาย เพราะเป็นรัฐบาลของประชาชน จึงควรเดินทางมาสภาฯ โดยเฉพาะวันที่มีกระทู้ถาม คือวันพฤหัสบดี ส่วนวันพุธก็ควรต้องมา เพราะมีญัตติที่แจ้งไว้ล่วงหน้าแล้วว่ากระทรวงไหนต้องมาชี้แจง ส่วนกระทู้สดแม้ไม่ได้แจ้งล่วงหน้า แต่ก็ควรเป็นความพร้อมของรัฐบาล”
ลองฟังอีกหนึ่งย่อหน้าจากการให้สัมภาษณ์สื่อของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2568 เกี่ยวกับการตอบกระทู้ถามซึ่งเป็นหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาและรัฐบาล ตามมาตรา 150 ของรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ว่า
“ผมเองก็เคยเป็นรัฐบาล ส่วนตัวรู้สึกชอบและดีใจมาก หากฝ่ายค้านยื่นกระทู้ถามผม หรือกระทรวงที่ผมรับผิดชอบ จะได้ชี้แจง ตอบข้อสงสัยของฝ่ายค้าน ส่วนชี้แจงแล้วจะเป็นที่พอใจหรือไม่ ก็เป็นเรื่องธรรมดา ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินว่าจะให้คะแนนใคร จริงๆ แล้ว รัฐมนตรีไม่ต้องกลัวการตอบกระทู้หรือญัตติ เพราะเราตอบไปตามความสามารถที่จะชี้แจงได้”
“อ๋อ !” ท่านประธานที่เคารพ สำหรับนายกรัฐมนตรีเจ้าของฉายา“แพทองโพย”ผู้นี้..เธอไร้ความสามารถที่จะตอบกระทู้ นอกจากเก่งเฉพาะในเรื่องการแต่งตัวที่ไร้รสนิยม และใช้ของฟุ่มเฟือยราคาแพงแบรนด์หรูจากต่างประเทศเท่านั้นครับ !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

มิติใหม่การทูต อดีตทูตนริศโรจน์ ชม อนุทิน สไตล์รับแขกบ้านแขกเมืองยุคใหม่
เดอะหนุ่ย สส.สงขลา 3 สมัย ดีดตัวออกจากกลุ่มไลน์ สส. หลังไม่มีชื่อประธาน กมธ.ภูมิใจไทย
พิมรี่พายจัดให้! เตรียมไลฟ์ขายปุ๋ยคืนนี้ หลังดรามาทุเรียน 100 ทำชาวสวนโอด
ครม. เคาะ 8.4 พันล้าน ยกระดับไทยสู่ Medical Hub ด้วยเทคโนโลยีแพทย์ขั้นสูง
'พิมพ์ใจ‘นั่งประธาน ส.อ.ท. ชู'5I' ขับเคลื่อนอุตฯไทย

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี