วันเสาร์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2569
วันนี้มีเรื่องให้พูดถึง 2 เรื่องคือเรื่องรถไฟความเร็วสูงที่จะเชื่อมต่อกับประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ และประเทศต่างๆในอาเซียนกับเรื่องที่“มาดามแพทองโพย”จะเดินทางไปจีนแผ่นดินใหญ่เพื่อพบกับประธานาธิบดี“สี จิ้นผิง” มีข้อหารือเรื่องการปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เป็นภัยคุกคามความมั่นคงและความเป็นปกติสุขของคนไทยอยู่ในเวลานี้
เรื่องรถไฟความเร็วสูงนั้น ฟังจากการแถลงของนายจิรายุ ห่วงทรัพย์โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 มกราคมวานนี้ประชาชนที่ไม่ได้ติดตามเรื่องนี้ อาจจะเข้าใจผิดไปได้ว่าเป็นผลงานของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย เพราะนายจิรายุ ไม่ได้บอกที่มาที่ไปว่าโครงการนี้ดำเนินการในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาที่พรรคเพื่อไทยมักจะกรอกหูคนไทยอยู่ตลอดเวลา ว่า 8-9 ปีของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีอะไรเลย มีแต่ทำให้ประเทศย่ำแย่ลงและพัฒนาก้าวตามไม่ทันประเทศเพื่อนบ้าน
จะเรียกว่าโฆษกรัฐบาลจากพรรคเพื่อไทย“ตีกิน”เรื่องนี้ก็ได้เพราะโดยสปิริตของนักประชาธิปไตย นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ควรจะให้เครดิตรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่กลับตีขลุมแบบมั่วนิ่มว่ากระทรวงคมนาคมที่มีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นเจ้ากระทรวงได้รายงานความคืบหน้าให้คณะรัฐมนตรีทราบ
นั่นก็คือความคืบหน้า“โครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลจีนในการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงในภูมิภาคอาเซียนและจีน” จาก“กรุงเทพฯ-หนองคาย” ซึ่งนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ แถลงว่า การก่อสร้างระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา มีความคืบหน้าในสัญญาการก่อสร้างงานโยธาโดยรวมร้อยละ 35.75 โดยก่อสร้างแล้วเสร็จ 2 สัญญา คือช่วงกลางดง-ปางอโศก และช่วงสีคิ้ว-กุดจิก ทั้งนี้ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 10 สัญญา และอยู่ระหว่างการจัดซื้อจัดจ้าง 2 สัญญาส่วนระยะที่ 2 ช่วง“นครราชสีมา-หนองคาย” โฆษกรัฐบาลพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่าคาดว่าจะเปิดบริการได้ในปี 2573
สรุป แล้วโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงที่ว่านี้เป็นผลงาน“ชิ้นโบแดง”ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาอีกเรื่องหนึ่งที่ได้ทำไว้แต่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยเพิ่งจะหยิบขึ้นมาแถลงให้ประชาชนคนไทยทราบโดยเหยียบเอาไว้เกือบ 2 ปีตั้งแต่เข้ามาเป็นรัฐบาล ซึ่งก็คงคาดเดาได้ไม่ยากเพราะไม่อยากให้ชาวบ้านรู้ว่าเป็นผลงานของ พล.อ.ประยุทธ์ที่พรรคเพื่อไทยโจมตีมาโดยตลอดว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์“ไม่มีผลงานอะไร”จนทำให้คนไทยจำนวนหนึ่งพลอยหลงเชื่อตามไปด้วย
และจากนี้ไปก็จะเห็นผลงานสมัยที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำไว้ปรากฏออกมาเป็นระยะๆ โดยมีรัฐมนตรีของรัฐบาลเพื่อไทยไปตัดริบบิ้นเปิดใช้งานอย่างเมื่อวันที่ 29 มกราคมวานนี้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจก็เพิ่งจะไปเป็นประธานพิธีเปิด“สะพานทศมราชัน”หรือสะพานพระราม 10ซึ่งเป็นสะพานขึงข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา คู่ขนานสะพานพระราม 9อันเป็นผลงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ โดยเริ่มก่อสร้างในปี 2563ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 6.63 พันล้านบาท (6,636,192,131.80 บาท)
ถึงบรรทัดนี้ก็ย่อมจะพูดได้ว่า เข้าปีที่ 2 ที่พรรคเพื่อไทยเข้ามาเป็นรัฐบาลปากบอกว่าเศรษฐกิจวิกฤต แต่ไม่เคยเห็นว่าจะแแก้ปัญหาที่ตรงเป้าตรงจุดมีแต่การถลุงเงินแผ่นดินอย่างเดียวนั่นก็เพื่อสนองนโยบายประชานิยมของพรรคเป็นประการสำคัญ ด้วยการ“ลด-แลก-แจก-แถม” ภายใต้ข้ออ้างเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
โครงการ“ดิจิทัลวอลเล็ต”ที่รัฐบาลพรรรคเพื่อไทยกำลังล้างผลาญอยู่ในเวลานี้เกือบ 2 แสนล้านบาทนั้นคือตัวบ่งชี้ได้ชัดเจน ซึ่งทุกฝ่ายที่คัดค้านต่างเห็นว่าเป็นการดำเนินโครงการที่ได้ไม่คุ้มเสียและจะเป็นการสร้างภาระทางการคลังให้แก่ประเทศจากหนี้สาธารณะที่สูงขึ้นโดยที่รัฐบาลควรจะนำเงินไปลงทุนในภาครัฐเพิ่มเติมจากที่ได้มีการดำเนินการไว้แล้วในระยะต่อไป เช่น โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานย่อมจะดีกว่าการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำด้วยการแจกเงิน
อีกเรื่องหนึ่ง ที่“มาดามแพทองโพย”จะบินไปจีนแผ่นดินใหญ่ระหว่างวันที่ 5-9 กุมภาพันธ์สัปดาห์หน้า เพื่อพบกับประธานาธิบดี“สี จิ้นผิง”โดยจะมีการพูดคุยเกี่ยวกับปัญหา“แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ซึ่ง“มาดามแพทองโพย”บอกว่า“จีนเองก็คงอยากได้ความร่วมมือจากเราด้วยเช่นกัน”นั้น
ในสายตาชาวบ้านเห็นว่า ถ้าจะแก้กันจริงๆ ต้องเริ่มที่เราก่อนเป็นลำดับแรกและต้องเอาให้จริง-ให้เด็ดขาด เช่นว่าทุกช่องทางธรรมชาติที่เข้าออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านซึ่งเป็นที่ตั้งของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จะต้อง“ซีล”หรือปิดให้อยู่รวมทั้งต้องจัดการขั้นเด็ดขาดกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เอื้อประโยชน์หรือมีผลประโยชน์กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และนอกจากนั้นสัญญาณอินเตอร์เน็ตก็ต้องตัดเพื่อปิดกั้นการใช้งานให้ได้โดยสิ้นเชิง
ประการที่สำคัญ เรื่อง“ฟรีวีซ่าไทย-จีน”ที่เปิดมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2567 สมัยรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน นั้นควรจะต้องมีการทบทวนใหม่หรือไม่เพราะเรื่องนี้ก็เป็น“ช่องทาง”ที่ทำให้บรรดา“จีนเทา”หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านเข้าออกได้ง่ายมาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพฤติกรรมของข้าราชการไทย เช่นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มักจะอ่อนปวกเปียกดังคำโบราณที่ว่า “เหล็กแข็งกระด้าง-เอาเงินง้างอ่อนตามความประสงค์”
ฉะนั้น ทั้งเรื่องฟรีวีซ่า และเรื่องพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองยิ่งช่วยทำให้บรรดาอาชญากรทั้งหลายสบายแฮเลย !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

ทัวร์ลง ททท น่าน ดราม่าระอุเพจหลังเปิดตัวรับแก๊งรถหรู ชาวบ้านสุดทน เศรษฐีตีนผี
ผบ.ทหารสูงสุด เช็กความพร้อมชายแดนบูรพา เสริมบังเกอร์-หลุมหลบภัย รับมือทุกวิกฤต
ยิปซีพยากรณ์ ดวงรายวัน ประจำวันเสาร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ.2569
ดร สามารถ ฟาดแรง รถไฟฟ้าเชียงใหม่ จะให้คนเมืองรออีกกี่สิบปี
คนร้ายบุกชิงทองห้างดังย่านสุขุมวิท กวาดทอง 149 บ. เงินสดกว่า 1.7 แสน หลบหนีลอยนวล

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี