Logo วันพุธ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / ทวนกระแสข่าว
ทวนกระแสข่าว

ทวนกระแสข่าว

สุทิน วรรณบวร
วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.
ดีเอสไอสอบฮั้วเลือกสว.เป็นการตีไพ่โง่อีกใบของฝ่ายสีแดง

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

บทความชิ้นนี้เขียนในวันที่ พลตำรวจตรี ฉัตรวรรษแสงเพชร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เสนอให้วุฒิสภาพิจารณาปัญหาด้านกระบวนการยุติธรรมและการบังคับใช้กฎหมาย หวังนำข้อเสนอแนะส่งต่อรัฐบาล ปรับปรุงการทำงาน โดยเฉพาะประเด็นที่พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เคลื่อนไหวเรื่องที่จะพิจารณารับหรือไม่รับ คดีฮั้วเลือก สว. เป็นคดีพิเศษ ในวันที่6 มีนาคมนี้

โดยพลตำรวจตรี ฉัตรวรรษ ย้ำว่า การที่ดีเอสไอ พยายามที่จะให้คณะกรรมการคดีพิเศษ พิจารณารับเป็นคดีพิเศษ เพื่อให้มีอำนาจหน้าที่ ดำเนินการตามข้อกล่าวหา การฮั้วเลือก สว. อาจเป็นการกำลังก้าวก่าย เข้าข่ายล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งบุคคลธรรมดา หรือ อัยการ สามารถยื่นร้องต่อศาล เพื่อให้วินิจฉัย และออกคำสั่งยุติการกระทำดังกล่าวได้


ฟัง สว.อภิปรายตั้งแต่ต้นจนจบ สรุปตามความเข้าใจได้ว่า นี่คือเกมแย่งอำนาจ แต่งตั้งองค์กรอิสระ และผู้นำสูงสุดในองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เลือก คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

เลือกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตลอดถึงประธานศาลฎีกา ผู้ตรวจการแผ่นดิน และตำแหน่งสำคัญสูงสุดในหลายองค์กร ที่มีกระแสข่าวว่า สีแดงต้องการจะแชร์อำนาจในการเลือกตำแหน่งสำคัญเหล่านี้ในที่ประชุมวุฒิสภากับสีน้ำเงิน ด้วยความเชื่อที่ว่า พรรคภูมิใจไทยซึ่งมีสีน้ำเงินเป็นสัญลักษณ์ มีอิทธิพลบารมีเหนือ สว.ส่วนใหญ่ในสภาสูง

กูรูทางการเมืองหลายท่านวิเคราะห์ว่าสีแดงซึ่งเป็นเครื่องหมายการค้าพรรคเพื่อไทยที่เพลี่ยงพล้ำเกมการเมืองต่อสีน้ำเงิน มาหลายครั้งตั้งแต่เลือก สว. เมื่อปีกลาย ตามมาด้วยความพ่ายแพ้การเลือกตั้งนายกองค์การบริหารจังหวัด (อบจ.) 75 จังหวัดทั่วประเทศไทย สีแดง ได้นายก อบจ.เพียง 15 จังหวัด สีส้มที่เคยคิดว่าเป็นคู่แข่งสำคัญได้ อบจ. เพียง 1 เดียวที่จังหวัดลำพูน ที่เหลือคละกัน ระหว่าง สีน้ำเงินสีฟ้า (ปชป.)และพรรคพลังประชารัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางภาคใต้สีฟ้าส่วนใหญ่กลายเป็นน้ำเงิน

กล่าวโดยสรุป การเลือกตั้งทุกระดับระยะหลังนี้สีน้ำเงินเป็นต่อในทุกสนาม ส่วนเกมการเมืองในสภาถึงแม้ว่า แดงกับส้มจะร่วมมือกันมีปริมาณ สส.มากกว่าในสภา พยายามแก้รัฐธรรมนูญ 2560 เพื่อร่างใหม่ทั้งฉบับ ก็ไม่อาจผ่านด่านสีน้ำเงินไปได้ การเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมที่รวมผู้กระทำความผิด ม.112 เข้าไปด้วย ก็ถูกพรรคร่วมรัฐบาลนำโดยสีน้ำเงินขัดขวาง

นักกฎหมายฝ่ายสีแดง เสนอแก้กฎหมาย เพื่อให้ผู้ไร้มาตรฐานทางจริยธรรมทางการเมือง และไม่ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์เป็นรัฐมนตรี และรับตำแหน่งทางการเมืองได้ ก็ไม่ผ่านด่านสีน้ำเงิน กล่าวโดยสรุปคือ สีแดงซึ่งมีปริมาณคน และอำนาจบารมีเหนือสีน้ำเงินทุกด้าน แต่น่าประหลาดใจที่สีแดงตกเป็นไก่รองบ่อนทุกสนาม

หากวิเคราะห์จากความเป็นจริงทางการเมือง อาจเป็นเพราะว่า เจ้าของค่ายสีแดงรื้อเวทีการเมืองในประเทศไทยไปนานประกอบกับมีมือขวา ที่มีข้อครหาว่า อยู่ค่ายไหนหัวหน้าค่ายนั้นหายนะ มาเป็นมือขวาเคียงบ่าเคียงไหล่ ส่วนสีน้ำเงินหัวหน้าค่ายมีอาจารย์ใหญ่ คอยสอนชั้นเชิงให้ว่า หลบอาวุธคู่ต่อสู้อย่างไร เมื่อได้โอกาสสวนกลับจังหวะไหนทำให้คู่ต่อสู้ล้มหงายคาเวที

ตัวอย่างเช่น มือขวาหัวหน้าสีแดงขู่รื้อสนามกอล์ฟค่ายสีน้ำเงิน โดยลืมนึกไปว่า ค่ายสีน้ำเงินก็มีรถไถพร้อมรื้อสนามกอล์ฟสีแดงได้เหมือนกัน เกมการรื้อสนามกอล์ฟเลยต้องเจ๊ากันไป หัวหน้าค่ายสีแดงผู้ชำนาญในการเลี้ยงหมา ที่โวว่ามีคอกใหญ่เคยเลี้ยงหมาไว้ห้าสิบตัว แต่ไม่ฟังคำโบราณที่สอนว่า อย่าเลี้ยงลูกเสือลูกจระเข้ มันอาจทำร้ายเอาได้

คำสอนนี้ ลุงตู่เข้าใจดี เมื่อรู้ว่าเลี้ยงเสือไว้พอโตใหญ่ เป็นอันตรายก็เลยไล่มันออกไป แต่ลุงป้อมซึ่งถือว่าตัวข้าคือพยัคฆ์เลี้ยงเสือต่อไป จนมันกัดเอาเกือบตาย ต้องปล่อยให้เจ้าของคอกหมาพาไปเลี้ยงแทน อุปมาเหมือนการเมืองทุกวันนี้ ที่หัวหน้าค่ายสีแดงเลี้ยงเสือเอาไว้แล้วปล่อยให้มันกัดวัวชาวบ้านเพื่อได้เนื้อมาแบ่งกัน

และหากมองการเมืองจากความเป็นจริงจะพบว่า หัวหน้าค่ายสีแดงมีข้อครหา มีปัญหาทางกฎหมายรอบด้านจึงจำเป็นต้องมีตุลาการบางส่วนอยู่ข้างกายปล่อยสีน้ำเงินกินรวบเลือกตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญฝ่ายเดียวไม่ได้ จึงจำเป็นต้องสร้างสถานการณ์กดดันให้ สว.ชุดปัจจุบันสลายขั้วแปรพักตร์ ย้ายค่ายมาอยู่
ฝ่ายตนบ้าง เพื่อสร้างอำนาจต่อรองในการแต่งตั้ง กกต. กสทช.และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญสองท่าน ที่จะมีการเลือกสรรในเร็ววันนี้

ดังนั้น ปฏิบัติแบล็คเมล์ข่มขู่ สว. 138 คน จึงเกิดขึ้น โดยสั่งการให้ ดีเอสไอตั้งข้อหาอั้งยี่ ซ่องโจร สมคบกันฟอกเงินซึ่งเป็นข้อหาร้ายแรง ที่ใช้กับอาชญากรข้ามชาติ ซึ่งสมาชิกวุฒิสภาผู้ทรงเกียรติไม่อาจรับได้ การแบล็คเมล์ข่มขู่ สวตามคำแนะนำของเสือร้าย จึงเป็นเหมือนบูมเมอแรงที่ยิ่งขว้างไปแรงเท่าไหร่ มันย้อนมาทำร้ายตัวเองมากเท่านั้น

แม้แต่คนที่ไม่มีความรู้ทางกฎหมายแต่เมื่อได้ฟัง สว.อภิปรายย่อมเข้าใจได้ว่า ข้อหาอั้งยี่ ซ่องโจร มีแรงจูงใจทางการเมืองซึ่งฝ่ายบริหาร หรือ กระทรวงยุติธรรมไม่มีอำนาจสั่งการให้ดีเอสไอ รับเป็นคดีพิเศษดำเนินคดีสว.ตามกฎหมาย

สว.จะฮั้วกันหรือไม่ เป็นอำนาจของกกต.เป็นผู้ตรวจสอบ สอบสวนดำเนินคดี หากมีมูล กกต. ต้องส่งเรื่องให้กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อส่งต่อให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาทางการเมืองพิจารณาคดีต่อไป

ฟังจากคำอภิปรายของสว.ได้ความว่า คณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งเป็นที่ปรึกษากฎหมายให้รัฐบาลก็ยืนยันว่า ความผิด หรือข้อหาจากการเลือกตั้งเป็นอำนาจของ กกต.เป็นผู้สอบดำเนินคดี และ กกต.แจ้งไปแล้วว่าไม่มีกฎหมายกำหนดให้หน่วยงานอื่นทำแทนได้

ดังนั้น การตั้งข้อหาว่า สว.ฮั้วกัน มีความผิดเข้าข่ายอั้งยี่ ซ่องโจร สมคบกันฟอกเงิน ของฝ่ายสีแดงจึงเปรียบเหมือน วัวสันหลังหวะ ที่เปิดโอกาสให้ สว.ซึ่งอุปมาเหมือนแร้งกา กัดจิกวัวสันหลังหวะจนหนำใจวัวสันหลังหวะจึงมีแต่ตายกับตาย นี่คือความเสียหายจากการตีไพ่โง่ทางการเมือง

รัฐบาลผสม ที่มีความแตกแยกแตกต่างกันในนโยบายสำคัญหลายอย่าง ที่ต่างฝ่ายต่างถือมีดอยู่ข้างหลัง แต่เบื้องหน้าพยายามแสดงละครตบตาว่า ยังรักกันปานจะกลืนกิน คุยว่ารัฐบาลผสมชุดนี้อยู่ครบเทอมจนหมดวาระสภา

บทความชิ้นนี้เขียนขึ้นก่อน คณะกรรมการคดีพิเศษ พิจารณาลงมติให้ ดีเอสไอ รับเป็นคดีพิเศษ สว.ฮั้วเลือกตั้ง มีความผิดข้อหาอั้งยี่ซ่องโจรหรือไม่ แต่ขอทำนายล่วงหน้าว่าที่ประชุมล่มอีกคราเหมือนวันที่ 25 ก.พ. ที่ผ่านมา ทายผิดทายถูกก็ไม่เป็นไรเพราะการเมืองไทยมีให้เดาสุ่มกันไปอีกนาน

สุทิน วรรณบวร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:04 น. โฆษก ภท.​ ยันชัดๆ ฉลอง เรี่ยวแรง ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทยแล้ว
22:03 น. ยกระดับความปลอดภัยโรงเรียน! ชัชชาติ ย้ำยุทธศาสตร์ป้องกันเชิงรุก 5 มิติ เน้นเข้าถึงปัญหา มุ่งสร้างพื้นที่ปลอดภัย
21:39 น. กบน. มีมติปรับขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด ลิตรละ 85 สต.
21:33 น. สุรชัย ท้าลูกตรวจ DNA ซัดทำตระกูล สมบัติเจริญ เสียชื่อ หนุน ไดอาน่า ฟ้องทวงคืนศักดิ์ศรี
20:43 น. ชนระนาว 6 คันรวด บนทางพิเศษบางพลี-สุขสวัสดิ์ บาดเจ็บ 2 ราย จราจรติดขัดหนัก
ดูทั้งหมด
สะเทือนราชวงศ์บรูไน สุลต่านถอดพระอิสริยยศพระชายาเจ้าชายอับดุล มาลิก ชี้มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม
แม่เกตุ น้ำตาคลอ ยอมรับจบความสัมพันธ์ ลุงวิทย์ ขอเดินหน้ากลับมารักตัวเอง
ไม่ใช่แค่เพลงฮิต! เอ็ดดี้ เจาะลึก ทำไม 'เนเน่' ถึงเลือกเพลงยากระดับ Hysteria
ชื่นชม เนเน่ รอยัล เจ๋งจริง บนเวที America's Got Talent เอ็ดดี้ ชี้ฝีมือระดับมืออาชีพ สมฉายาร็อกสตาร์ตัวจริง
เช็กที่นี่!!! สถ.ประกาศชื่อผู้ผ่านสอบท้องถิ่นลอตปี 68 ใหม่แล้ว แบ่งเป็น 8 กลุ่ม/ภาค
ดูทั้งหมด
หมุนตามทุน : แนะ SME คว้าโอกาส 3 ปีทอง ก่อนเกมการค้าโลกเปลี่ยนกติกา
แวดวงการเงิน : 12 สิงหาคม 2569
หุ้นเด่น : 12 สิงหาคม 2569
ในวันที่โลกวิ่งเร็วขึ้น เราแน่ใจหรือว่าเราต้องวิ่งตาม?
‘กำแพง’ของพรรคส้มที่แท้คือ‘กะลา’
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

กบน. มีมติปรับขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด ลิตรละ 85 สต.

สุรชัย ท้าลูกตรวจ DNA ซัดทำตระกูล สมบัติเจริญ เสียชื่อ หนุน ไดอาน่า ฟ้องทวงคืนศักดิ์ศรี

ชนระนาว 6 คันรวด บนทางพิเศษบางพลี-สุขสวัสดิ์ บาดเจ็บ 2 ราย จราจรติดขัดหนัก

สวยได้แม่เต็มๆ ลูกสาวอดีตนางงาม กวาง ฟ้ารุ่ง ยิ่งโตยิ่งฉายแววออร่า

อรรถวิชช์ จี้เลิกเตาหลอม IF ผลิตเหล็กตึกสูง ชี้เสี่ยงไม่ได้มาตรฐาน-จนท.ตรวจไม่พอ

อนุทิน สั่ง รมต.-สส. ภูมิใจไทย ห้ามพกปืนออกนอกบ้าน ชี้ ผิดมาตรฐานจริยธรรม ขู่หมดอนาคตการเมือง

  • Breaking News
  • โฆษก ภท.​ ยันชัดๆ ฉลอง เรี่ยวแรง ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทยแล้ว โฆษก ภท.​ ยันชัดๆ ฉลอง เรี่ยวแรง ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทยแล้ว
  • ยกระดับความปลอดภัยโรงเรียน! ชัชชาติ ย้ำยุทธศาสตร์ป้องกันเชิงรุก 5 มิติ เน้นเข้าถึงปัญหา มุ่งสร้างพื้นที่ปลอดภัย ยกระดับความปลอดภัยโรงเรียน! ชัชชาติ ย้ำยุทธศาสตร์ป้องกันเชิงรุก 5 มิติ เน้นเข้าถึงปัญหา มุ่งสร้างพื้นที่ปลอดภัย
  • กบน. มีมติปรับขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด ลิตรละ 85 สต. กบน. มีมติปรับขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด ลิตรละ 85 สต.
  • สุรชัย ท้าลูกตรวจ DNA ซัดทำตระกูล สมบัติเจริญ เสียชื่อ หนุน ไดอาน่า ฟ้องทวงคืนศักดิ์ศรี สุรชัย ท้าลูกตรวจ DNA ซัดทำตระกูล สมบัติเจริญ เสียชื่อ หนุน ไดอาน่า ฟ้องทวงคืนศักดิ์ศรี
  • ชนระนาว 6 คันรวด บนทางพิเศษบางพลี-สุขสวัสดิ์ บาดเจ็บ 2 ราย จราจรติดขัดหนัก ชนระนาว 6 คันรวด บนทางพิเศษบางพลี-สุขสวัสดิ์ บาดเจ็บ 2 ราย จราจรติดขัดหนัก
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

นักเคลื่อนไหวที่ยกระดับเป็นสส.ก่อเรื่องหน้าสภา

นักเคลื่อนไหวที่ยกระดับเป็นสส.ก่อเรื่องหน้าสภา

11 ส.ค. 2569

ทุเรียนเวียดนามหนามคมกว่าทุเรียนไทย

ทุเรียนเวียดนามหนามคมกว่าทุเรียนไทย

8 ส.ค. 2569

มิน อ่อง หล่าย ขอเวลาสองปีสร้างชาติใหม่ให้พม่า

มิน อ่อง หล่าย ขอเวลาสองปีสร้างชาติใหม่ให้พม่า

7 ส.ค. 2569

ไทยกระชับความสัมพันธ์รัฐบาลมิน อ่อง หล่าย ทำไมนักการเมืองไทยโวยวาย

ไทยกระชับความสัมพันธ์รัฐบาลมิน อ่อง หล่าย ทำไมนักการเมืองไทยโวยวาย

4 ส.ค. 2569

สงครามหยวน-ดอลลาร์ นำความหายนะมาสู่โลก

สงครามหยวน-ดอลลาร์ นำความหายนะมาสู่โลก

1 ส.ค. 2569

ฤาอเมริกาใช้ดอลลาร์ค้านิวเคลียร์

ฤาอเมริกาใช้ดอลลาร์ค้านิวเคลียร์

31 ก.ค. 2569

ปรองดองแห่งชาติพม่าถึงทางตันฝ่ายต่อต้านต้องการให้ซู จี มีส่วนร่วมเจรจา

ปรองดองแห่งชาติพม่าถึงทางตันฝ่ายต่อต้านต้องการให้ซู จี มีส่วนร่วมเจรจา

28 ก.ค. 2569

สงครามรักษาหน้าทำท่าบานปลายกลายเป็นไฟบรรลัยกัลป์

สงครามรักษาหน้าทำท่าบานปลายกลายเป็นไฟบรรลัยกัลป์

25 ก.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved