วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569
ทำไม สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน จึงไม่แวะเยือนประเทศไทยทั้งๆ ที่สีเดินทางไปเยือนมาเลเซีย เวียดนาม และกัมพูชาในขณะนี้ แต่มีเรื่องที่ต้องถามให้หนักกว่านั้นคือ ในโอกาสความสัมพันธ์ไทย-จีนครบรอบ 50 ปี ในปี 2568 แล้วเหตุใดสีจึงไม่มาเยือนไทย ทั้งๆ ที่ไทยประกาศให้โอกาสครบรอบ 50 ปี เป็นโอกาสสุดพิเศษของความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย-จีน
คำตอบที่ชัดเจนที่สุดในเชิงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศคือ เหตุผลที่สีไม่แวะเยือนไทย ก็เพราะเขาไม่เห็นความสำคัญของไทย เขาไม่เห็นไทยอยู่ในสายตา และที่สำคัญคือสีอาจจะคิดว่าเสียเวลาแวะมาไทย เพราะเข้ามาแล้วก็ต้องไปคุยกับแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทยที่แสนจะอ่อนด้อย ไร้ประสบการณ์ ไร้ความสามารถ ซึ่งประเด็นนี้สีต้องประเมินแล้วว่า เสียเวลาเสียสมอง เสียเกียรติที่จะแวะไทย แล้วต้องไปพบปะเจรจากับแพทองธาร
ถามว่า แล้วทำไมสีจึงไปเจรจากับฮุน มาเนตแห่งกัมพูชา ทั้งๆ ที่ฮุน มาเนต ก็เป็นผู้นำประเทศที่อายุน้อย แต่ไม่น้อยเหมือนแพทองธาร นั่นแสดงว่าสีต้องรู้แล้วว่าการเลือกไปคุยกับฮุน มาเนต ได้ประโยชน์มากกว่าเสียเวลาไปคุยกับแพทองธาร หากแพทองธารมีความสามารถโดดเด่น มีสติปัญญาลึกซึ้ง ไฉนเลยสีจะมองข้ามไทย
เราทุกคนที่ติดตามสถานการณ์หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีศุลกากรแบบบ้าเลือดกับเกือบทุกประเทศบนโลกใบนี้ ก็ทำให้ประจักษ์แล้วว่าทรัมป์ต้องการทำสงครามการค้ากับประเทศคู่ค้า ทั้งนี้ไทยก็ถูกสหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีศุลกากรสินค้าไทยที่ส่งไปขายในสหรัฐฯ 36 เปอร์เซ็นต์ โดยสหรัฐฯพูดแบบปรานีไทยแล้วว่า นี่ลดให้แล้วนะ หากไม่ลดให้จะต้องเสียภาษีศุลกากรสูงถึง 72 เปอร์เซ็นต์ ดูแล้วกลายเป็นเสมือนว่าไทยได้รับความเมตตาจากสหรัฐฯ มากแล้ว
เมื่อไทยถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีศุลกากร 36 เปอร์เซ็นต์แล้ว ก็หมายความว่าไทยจำเป็นต้องส่งตัวแทนไปเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อขอให้ลดภาษีศุลกากรให้ แต่จะเจรจาแล้วลดลงเหลือกี่เปอร์เซ็นต์ ก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ความสามารถในการเจรจาต่อรองของไทย การที่ไทยจะมีข้อเสนอที่สหรัฐฯ ต้องการไปเจรจา
เราต้องไม่ลืมว่าไทยได้ดุลการค้าจากการส่งออกสินค้าไทยไปสหรัฐฯ มีมูลค่าประมาณ1.5 ล้านล้านบาท หรือเกือบร้อยละ 20 ของมูลค่าการส่งสินค้าออกทั้งหมดจากไทยไปจำหน่ายในต่างประเทศทั่วโลก สิ่งนี้ทำให้ทรัมป์มองว่าไทยได้เปรียบสหรัฐฯ และมองว่าสหรัฐฯ เสียประโยชน์ทางการค้าให้ไทยมาโดยตลอด โดยทรัมป์เล่นเกมสร้างอำนาจให้ตัวเอง แล้วรอให้ประเทศคู่เจรจาไปต่อรองแบบหนึ่งต่อหนึ่ง จากนั้นทรัมป์ก็จะใช้อำนาจบีบบังคับประเทศคู่เจรจาตามอำเภอใจของตนเอง
แต่น่าสมเพชประเทศไทยที่ดันมีนายกรัฐมนตรี ไร้ปัญญา และมีคณะรัฐมนตรีที่ไม่มีความสามารถ ทำให้สถานการณ์การค้าขายระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ประสบสภาวะวิกฤต แถมยังมาเจอ
เรื่องสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ไม่แวะเยือนไทย ทั้งๆ สีเดินทางไปเยือนประเทศที่อยู่ติดกับไทย เรื่องนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่า สีไม่เห็นหัวไทย แล้วทรัมป์ก็ไม่แคร์ไทย เพราะไทยมีนายกรัฐมนตรีที่ไร้สติสิ้นปัญญา ไร้ความสามารถบริหารประเทศ

ปชน. ชี้ หนังสือแบบเรียน สกร. 'ตกยุค-ห่วย-แพง' จี้เร่งแก้ไข เตือนระวังเสียเก้าอี้
ตัวแม่มาแล้ว! บี น้ำทิพย์ เสิร์ฟเดรสแดงสุดจี๊ด เช็กอินเกาะซานโตรินี
ปอ อรรณพ ชวนชม ดวลเพลงดัง สนุกเต็มอรรถรส ล็อกวันรอ เวลาใหม่
อรรถกร รับเสียดาย ราเชน ข้องใจ!โยกนอกฤดูกาล-รวดเร็ว เป็นสิ่งไม่เคยเกิดขึ้น
หน่วยงานเศรษฐกิจ ปิดปากหลังหารือ นายกฯ บนตึกไทยฯ โยนถาม เอกนิติ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี