วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569
การแถลงข่าวของนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2568 ที่อาคารอนาคตใหม่ เป็นเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับยุทธการโรยเกลือที่ฟาดฟัน เจาะยางนายกฯแพทองธาร ชินวัตร โดยตรง โดยพรรคประชาชนจะเดินหน้าตรวจสอบข้อทุจริตและความผิดปกติหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมา
ทั้งโฟกัสไปที่ 3 ประเด็น คือ กรณีนายกรัฐมนตรีใช้ตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) 9 ฉบับโดยไม่มีการกำหนดการชำระเงิน ไม่มีดอกเบี้ย สร้างกระบวนการให้ดูเสมือนว่าเป็นการซื้อหุ้นจากบุคคลในครอบครัวและเครือญาติ ซึ่งถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็นเจตนาที่แท้จริงในการหลีกเลี่ยงชำระภาษีการรับให้
กรณีโฉนด 4 แปลง ที่เป็นที่ตั้งของโรงแรมแห่งหนึ่งในเขาใหญ่ ตามประกาศคณะปฏิวัติ 2515 จะประกาศให้มีการใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นนิคมสร้างตนเองลำตะคอง แต่ประกาศคณะปฏิวัติดังกล่าวไม่ได้มีเนื้อหาในการยกเลิกหรือแก้ไขมติคณะรัฐมนตรี 2514 แต่อย่างไร ดังนั้น พื้นที่บริเวณดังกล่าวจึงยังคงมีสถานะเป็นที่ดินที่คณะรัฐมนตรีสงวนไว้เพื่อการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ หรือพื้นที่ต้นน้ำลำธารซึ่งห้ามออกโฉนดโดยเด็ดขาด
กรณีข้อสงสัยว่า อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณชินวัตร ได้รับอภิสิทธิ์เหนือผู้ต้องขังรายอื่นหรือไม่ในฐานะนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นบุตรสาวจะต้องทราบถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอาการเจ็บป่วย รวมถึงการได้รับสิทธิหรืออภิสิทธิ์ใดอย่างชัดเจนตั้งแต่แรก และเมื่อสังคมได้มีการตั้งข้อสงสัยถึงความไม่สมเหตุสมผล นายกรัฐมนตรีแทนที่จะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและชี้แจงต่อสาธารณะ กลับบ่ายเบี่ยงซ่อนเร้นและอำพรางข้อเท็จจริง ในกรณีนี้พรรคประชาชนได้มอบหมายให้ รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ดำเนินการร้องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อให้มีการดำเนินการไต่สวนและชี้มูลความผิดต่อนายกรัฐมนตรีตามกฎหมายต่อไป
สำหรับข้อเรียกร้องที่ต้องการให้พรรคประชาชนใช้กลไกด้านจริยธรรมตามรัฐธรรมนูญในการจัดการนายกรัฐมนตรีไม่ว่าจะเป็นการเข้าชื่อเพื่อให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพื่อถอดถอนนายกรัฐมนตรี หรือแม้แต่ข้อเสนอให้พรรคประชาชนดำเนินการให้ ป.ป.ช. ไต่สวนกรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงเพื่อให้ศาลฎีกาวินิจฉัยนั้น
ทั้ง 2 กรณีพรรคประชาชน เห็นว่าในเรื่องของจริยธรรม บุคคลที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหากถูกสังคมและประชาชนตั้งคำถามอย่างต่อเนื่อง และไม่อาจชี้แจงข้อเท็จจริงได้จนสิ้นข้อสงสัย นายกรัฐมนตรีควรต้องมีความสำนึกในตนเองและแสดงความรับผิดชอบต่อสาธารณะด้วยการลาออกจากตำแหน่งโดยสมัครใจ ไม่จำเป็นต้องให้กลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่งซึ่งเป็นมรดกบาปของการทำรัฐประหาร ขาดความชอบธรรมทางประชาธิปไตย และไม่มีการยึดโยงกับเจตจำนงของประชาชน มาเป็นผู้ชี้นิ้วไล่ให้ออกจากตำแหน่ง
“เรายืนยันว่าการใช้ผ้าที่สกปรกถูบ้านไม่อาจทำให้บ้านสะอาดขึ้นมาได้ การใช้น้ำเน่าไล่น้ำเสียไม่อาจทำให้น้ำในคูคลองใสสะอาด พรรคประชาชนยืนยันอีกครั้งว่าเราจะไม่ใช้กลไกที่เราไม่ยอมรับในความชอบธรรมในการจัดการกับสิ่งที่ไม่ชอบธรรมเด็ดขาดเพราะหากทำเช่นนั้นบ้านเมืองก็จะติดอยู่กับวังวนของนิติสงครามที่คณะรัฐประหารได้วางหลุมพรางเอาไว้และประเทศชาติก็จะไม่สามารถกลับคืนสู่ความเป็นนิติรัฐได้อีกเลย”นายวิโรจน์ กล่าว
พรรคประชาชนขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี สำนึกในความดีความชั่วของตนและแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่ง ในขณะที่ยังสามารถรักษาเกียรติภูมิของตำแหน่งผู้นำประเทศเอาไว้ได้ โดยไม่ต้องรอให้กลุ่มบุคคลใดมาชี้หน้ากล่าวหาว่าไม่ซื่อสัตย์สุจริต ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง จนต้องถูกไล่ออกจากตำแหน่งเหมือนทรชนที่ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย
การเคลื่อนไหวของพรรคประชาชนหนนี้เหมือนจะดุเด็ดเผ็ดมันใจถึง โดยเฉพาะการเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก ซึ่งชาติหน้านายกฯคงไม่ลาออก และน่าเสียดายที่พรรคประชาชนไม่กล้าที่จะใช้กระบวนการถอนถอนนายกรัฐมนตรี อันเป็นดาบสุดท้ายที่สามารถยุติปัญหาได้ทันที

อภิสิทธิ์ปลุกคนใต้เป็นหัวหอก ขจัดโกง-ล้างทุนสีเทา กู้เศรษฐกิจไทย
ถนอม ลุยคันนายาว-บึงกุ่ม ชาวบ้านประสานเสียงเรียกร้องทำ คนละครึ่ง ฟื้นเศรษฐกิจด่วน!
แก้ตัวน้ำขุ่นๆ! กองทัพไทยซัดเขมรไร้ความโปร่งใส ปมกระสุนตกช่องบก
ถาวร ซัดขบวนการสีเทา รุกล้ำอำนาจรัฐ เชื่อมทุนการเมือง เตือนปชช.อย่าขายเสียงแลกเศษเงิน
ด่วน!! จับ เฉิน จื้อ เจ้าของอาณาจักรปรินซ์กรุ๊ป เตรียมส่งตัวจากกัมพูชากลับจีน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี