วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569
กราบคารวะดวงวิญญาณของวีรชนทหารกล้าผู้สละชีพเพื่ออธิปไตยของชาติอย่างกล้าหาญ การสละชีพพวกท่านจะจารึกไว้ในดวงใจของคนไทยผู้รักชาติไปตลอดกาล
24.00 น.ของวันที่ 28 ดวงวิญญาณผู้สละชีพสงบไปพร้อมกันเสียงปืน เสียงระเบิดและเครื่องบินรบ F-16และ กริพเพน บินกลับถึงฐานทัพอย่างปลอดภัย หลังจากหยอดไข่ใส่กองกำลังพิทักษ์ฮุนเซน 4 กองร้อย ด้วยน้ำหนัก 2,000 ปอนด์ 2 ลูกและ 500 ปอนด์อีก 6 ลูก รวม 7,000 ปอนด์ น้ำหนักรวมกัน 3,175 กิโลกรัม ทำให้ปราสาทตาควายสว่างไสวราวกับกลางวันก็ไม่ปานและแขมร์เละทั้งกองร้อย
วิญญาณของผู้พลีชีพกลับสู่สวรรค์ท่ามกลางหมอกควันแห่งความคลางแคลงใจว่า ข้อตกลงหยุดยิงที่ทำตามเล่ห์กลกัมพูชาสมคบกับอเมริกา นำประเทศไทยไปสู่หายนะ และการพลีชีพของทหารและพลเรือนไทยสูญเปล่าหรือไม่? เมื่อรัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่ไร้สติปัญญากระทำการนอกกรอบการประชุมสภาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) และกระโดดข้ามหลักการเจรจาทวิภาคี
การประชุมสภาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติหรือ UNSC วันที่ 26 กรกฎาคม UNSC ซึ่งประชุมตามคำร้องของฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่ประชุมรับฟังข้อกล่าวหาบิดเบือนของกัมพูชา และฟังคำชี้แจงเอกอัครราชทูตไทยประจำสหประชาชาติ ทูตไทยฯ ตอบโต้ได้อย่างรัดกุมและนำเสนอหลักฐานว่าทางฝั่งเขมรเป็นผู้รุกรานเราก่อน ทั้งยังมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายอาชญากรรมสงคราม โจมตีพลเรือนโจมตีโรงพยาบาลจนมี ผู้บาดเจ็บล้มตายนับ 10 คนรวมถึงเด็กด้วย
ที่ประชุม UNSC รับฟังจากทั้งสองฝ่าย ก็ไม่ได้มีคำสั่งใดเป็นพิเศษ เพียงแต่บอกว่า ความขัดแย้งไทยและกัมพูชา “ไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ” ให้ทั้งสองประเทศไปเจรจาหาข้อยุติกันเอง
สรุปแผนการชั่วของเขมรที่ต้องการบิดเบือนข้อเท็จจริงและเอาหลังไปพิง UNSC กับศาลโลกนั้นล้มเหลวไม่เป็นท่า ส่วนไทย #ไทยเสนอว่าจะหยุดยิงเมื่อเขมรหยุดรุกรานไทยและยอมเจรจาแบบทวิภาคี
แต่ด้วยความเจ้าเล่ห์ของกัมพูชา ฮุน มาเนต โทรศัพท์ไปหาสหรัฐ ฝรั่งเศส และแคนาดาช่วยเจรจาให้ไทยหยุดยิงทันที ในขณะที่ฝ่ายกัมพูชาเพลี่ยงพล้ำในสนามรบ ในเวลาเดียวกันมีรายงานว่า สทร. ผู้นำตัวจริง รัฐบาลพรรคเพื่อไทยโทรศัพท์ไปหานายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียให้ช่วยไกล่เกลี่ยหยุดยิง
ความพยายามของฮุน มาเนต กับนายทักษิณ ก็สัมฤทธิผล เมื่อสหรัฐอเมริกาฉวยโอกาสความขัดแย้งไทย-กัมพูชา กระโดดเข้ามาเป็นเจ้ากี้เจ้าการสั่งให้หยุดยิงทันที มิฉะนั้นไม่ยอมเจรจาเรื่องขึ้นภาษี 36% กับประเทศไทย
ด้วยความด้อยสติปัญญาของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ที่งับคำขู่ของ ปธน.ทรัมป์ และความเจ้าเล่ห์ของกัมพูชา โดยไม่พิจารณาว่า การกระทำตามความต้องการของสหรัฐอเมริกา จะนำความหายนะมาสู่ประเทศชาติ
ความหายนะที่เกิดขึ้นทันที คือ ความสูญเสียของผู้พลีชีพที่ไม่ควรจะเป็น กัมพูชาซึ่งรู้ล่วงหน้าว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทยยอมรับข้อเสนอหยุดยิงทันทีในที่เจรจา กัมพูชาจึงส่งหน่วยรบพิเศษกองกำลังพิทักษ์ ฮุนเซน เข้าสู่ปราสาทตาควาย ปราสาทตาเมือนธมและสมรภูมิรบทุกจุดล่วงหน้า ทำให้กองทัพไทยต้องปฏิบัติการทางทหารหนักขึ้นหลายเท่า
การปะทะกันสองชั่วโมงสุดท้ายก่อนถึงเส้นตาย จึงสร้างความสูญเสียมากกว่าที่รบกับสี่วันหลายเท่า แน่นอนกัมพูชาที่สมรรถนะการรบด้อยกว่ากองทัพไทย เชื่อว่าต้องสูญเสียทหาร
ในสองชั่วโมงสุดท้ายนับพันนาย
ความหายนะในระยะยาวคือ ไทยได้ก้าวข้ามคำแนะนำ UNSC ที่ให้ตกลงกันเองสองฝ่าย นอกจากนั้นรัฐบาลพรรคเพื่อไทยยังกลืนน้ำลายที่พูดไว้ใน UNSC ว่า #จะหยุดยิงเมื่อเขมรหยุดรุกรานไทยและยอมรับการเจรจาแบบทวิภาคี#
และความหายนะใหญ่หลวงที่เกิดตามมาคือ สหรัฐอเมริกาจะนำประเทศไทยเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ดังที่รู้กันทั่วไปความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีนกับสหรัฐ ต่างก็พยายามดึงประเทศสมาชิกอาเซียนไว้เป็นฝ่ายตน เมื่อรัฐบาลพรรคเพื่อไทยยอมทำตามคำขู่ของสหรัฐและพร้อมนำอธิปไตยของชาติไปแลกกับภาษีการค้า จึงเป็นที่ประจักษ์ว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทยเลือกฝ่ายสหรัฐอเมริกาเต็มตัว
ปักกิ่งซึ่งเป็นคู่แข่งวอชิงตันในสงครามการค้าและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ปักกิ่งจะมองหรือปฏิบัติต่อประเทศไทยอย่างไร เมื่อจีนตระหนักว่า รัฐบาลเพื่อไทยยอมก้มหัวให้วอชิงตัน
จีนซึ่งพยายามตลอดเวลาแสวงหาแนวทางสร้างสรรค์ให้ประเทศเพื่อนบ้านเจรจาแสวงหาสันติภาพในกรอบทวิภาคี ซึ่งมีกลไกหลายระดับในการปฏิบัติกันมาหลายปี
บัดนี้ รัฐบาลพรรคเพื่อไทยก้าวข้ามมติที่ประชุม UNSC และหลักการทวิภาคีไปแล้ว ปักกิ่งจะปฏิบัติต่อประเทศไทยในเวทีโลกอย่างไร? ส่วนกัมพูชาถึงแม้ไปพึ่งอเมริกาก็เป็นเพียงเหตุการณ์เฉพาะหน้า ถึงอย่างไรกัมพูชาก็ยังต้องพึ่งท่อออกซิเจนจากจีนเพื่อต่อลมหายใจให้อยู่ได้ เมื่อให้อเมริกาช่วยแก้ปัญหาเฉพาะผ่านไป ไม่ช้ากัมพูชากลับมาอยู่ใต้อาณัติของจีนเหมือนเดิม
กัมพูชาซึ่งเหมือนกับพม่า ที่ประธานาธิบดีทรัมป์ พยายามดึงออกจากอกจีน วันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมาประธานาธิบดีทรัมป์ ประกาศยกเลิกลงโทษแซงก์ชั่น เครือข่ายและคนในครอบครัว พลเอกมิน อ่อง หล่าย สร้างความงุนงงไปทั่วโลก
ทรัมป์ ไม่ได้ให้เหตุผลว่าทำไมสหรัฐฯจึงยกเลิกแซงก์ชั่นคนในเครือข่ายพลเอกมินออง หล่าย ซึ่งตลอดเวลาสี่ปีสหรัฐต่อต้านรัฐบาลทหารพม่าอย่างแข็งขันคว่ำบาตรปิดกั้นพม่า ตั้งแต่พลเอกมิน อ่อง หล่าย ยึดอำนาจจากพรรคเอ็นแอลดีของนางออง ซาน ซู จี เท่านั้นยังไม่พอ มีรายงานว่าซีไอเอ จัดตั้งกลุ่มก่อการร้ายขึ้นมาทำลายรัฐบาลพลเอกมิน อ่อง หล่าย และสหรัฐโจมตีประเทศไทยว่า ยังคบค้ากับรัฐบาลทหารพม่า
จู่ๆ ปธน. ทรัมป์ ส่งจดหมายไปแจ้งพลเอกมิน อ่อง หล่าย ว่า สหรัฐขึ้นภาษีนำเข้าจากพม่า 42% พลเอกมิน อ่อง หล่าย เมื่อได้รับจดหมายก็ถือว่า ทรัมป์รับรองรัฐบาลทหารพม่ากลายๆ
พลเอกมิน อ่อง หล่าย ออกแถลงการณ์ยกย่องชื่นชมประธานาธิบดีทรัมป์ว่า “เป็นประธานาธิบดีที่แข็งแกร่งนำพาประเทศชาติสู่ความรุ่งโรจน์ด้วยจิตวิญญาณของความรักชาติอย่างแท้จริง” และอ้อนว่าภาษี 42% มากเกินไปลดเหลือ 15-20% ได้ไหม
ทรัมป์ไม่ได้ตอบว่า ลดภาษีศุลกากรตอบโต้ให้หรือไม่ เพียงแต่แจ้งว่าได้ยกเลิกลงโทษคว่ำบาตรคนในเครือข่ายรัฐบาลทหารพม่าแล้ว
ผู้มีสติปัญญาจึงเข้าใจได้ว่า ปธน.ทรัมป์ เหมือนกับรัฐบาลพรรคเพื่อไทย “คิดใหญ่ พูดคำใหญ่”แต่ปฏิบัติไม่ได้สักอย่าง การขู่ขึ้นภาษีของทรัมป์ จึงเหมือนแผนการแจกเงินดิจิทัลหนึ่งหมื่นบาทถ้วนหน้าของรัฐบาลเพื่อไทยที่ทำไม่ได้ แต่ใช้ช่องว่างทางกฎหมายแจกได้เฉพาะกลุ่มเปราะบาง
การขู่ขึ้นภาษีศุลกากรตอบโต้ของทรัมป์ เป้าหมายสำคัญ คือ ทำสงครามการค้ากับจีน เมื่อจีนตอบโต้ไม่ขายแร่หายากให้ ยกเลิกซื้อเครื่อง Boing ที่สั่งซื้อล่วงหน้า 375 ลำ ยกเลิกนำเข้าเนื้อหมูกว่าสองหมื่นตัน ฯลฯ ทำให้ทรัมป์ต้องชะลอการขึ้นภาษี 90 วัน และขยักว่าจะเก็บภาษีจริงวันที่ 1 สิงหาคม เมื่อจีนไม่ยี่หระขึ้นภาษีมาก็ขึ้นภาษีไป วันที่ 26 กรกฎาคม ทรัมป์ประกาศยืดเวลาเก็บภาษีศุลกากรสินค้าจากจีนออกไปอีก 90 วัน
กล่าวโดยสรุปคือ เจ็ดเดือนในรัฐบาลทรัมป์ ยังไม่กล้าเปิดฉากสงครามการค้าจริงกับจีน ทรัมป์ทำข้อตกลงได้เฉพาะกับมิตรประเทศที่เหนียวแน่นเช่น อังกฤษ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ซึ่งประเทศเหล่านี้สัญญาจะไปลงทุนมหาศาลเป็นแสนล้านดอลลาร์ในอเมริกา แต่คู่ค้าสำคัญ เช่น จีน และประเทศอียูยังต้องชะลอขึ้นภาษีไปอีกนาน
ดังนั้นที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยยอมแลกอธิปไตยของชาติกับการลดภาษีศุลกากร จึงเป็นตรรกะเหลวไหลรับไม่ได้ สิ่งแรกคือ ไทยยังไม่ได้รับการยืนยันว่าสหรัฐจะลดภาษีจาก 36% เหลือเท่าไหร่และสหรัฐต้องการอะไรแลกการลดภาษี แน่นอนสิ่งที่สหรัฐหมายมั่นปั้นมือมานานคือใช้ประเทศไทยที่เป็นฐานปิดกั้นจีน
บทเรียนมีให้เห็นคาตาว่า ประเทศที่ยอมให้สหรัฐใช้ดินแดนเป็นฐานปฏิบัติการต่อต้านชาติอื่น ต้องพบกับหายนะ เช่น ยูเครน ซีเรีย อิรัก ฯลฯ เป็นตัวอย่าง นายภูมิธรรมได้รับคำชื่นชมจากสหรัฐ ฝรั่งเศส มาเลเซียและกัมพูชา ที่ยอมหยุดยิงตามความต้องการ ปธน.ทรัมป์
อดีตทหารป่าคงไม่ตระหนักว่า คำชมของอเมริกาเหมือนน้ำกรดแช่เย็น เมื่อเผลอดื่มเข้าไปมันนำความหายนะมาสู่ประเทศชาติได้ เพราะทั้งประธานาธิบดีทรัมป์ สมเด็จฮุนเซน นายทักษิณ
ชินวัตร และนายอันวาร์ ล้วนเป็นคนเจ้าเล่ห์เพทุบาย ที่ถือประโยชน์แห่งตนเหนือกว่าผลประโยชน์ชาติ และความมั่นคงในภูมิภาค
จึงสรุปได้ว่าการตกลงหยุดยิงตามคำขู่ของสหรัฐอเมริกา จะนำความหายนะมาสู่ประเทศชาติ
สุทิน วรรณบวร

เปิดเกม 3 กระดาน! ยุทธศาสตร์ ศุภจี รับมือศึกกุ้งไทย-มาเลเซีย
รัฐบาลเผย ไทยช่วยไทย พลัส กระแสตอบรับดี ยอดใช้จ่ายทะลุ 14,099 ล้าน
ข่าวดีรับ Pride Month ยาฮอร์โมนข้ามเพศ สิทธิบัตรทอง พร้อมบริการเดือนนี้
ทรัมป์ สวนกระแสรักษ์โลก ทุ่ม2หมื่นล้าน อุ้มอุตสาหกรรมถ่านหิน
สหรัฐฯ เล็งยึดสินทรัพย์อิหร่าน เยียวยาพันธมิตรอ่าวเปอร์เซียที่โดนถล่ม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี