เป็นที่ชัดเจนว่าแพทองธาร ชินวัตร หลุดจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยโดยอ่านคำพิพากษาให้พ้นจากตำแหน่ง โดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติดังนี้คือ 6 ต่อ 3 โดย 6 เสียง ให้พ้นจากตำแหน่ง ส่วน 3 เสียง ให้อยู่ในตำแหน่งต่อไป
เมื่อแพทองธารหลุดพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หมายความว่าคณะรัฐมนตรีชุดล่าสุดก็ต้องพ้นจากตำแหน่งไปด้วย แต่ทว่ามิได้หลุดพ้นจากตำแหน่งโดยพลันเมื่อแพทองธารพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ยังคงรักษาการอยู่อีกระยะหนึ่ง แต่สุดท้ายคณะรัฐมนตรีชุดนี้ก็ต้องพ้นจากอำนาจ แล้วต้องเข้าสู่กระบวนการสรรหานายกรัฐมนตรี คนที่ 32 ต่อไป
แต่มีคำถามว่าใครจะได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 ระหว่างชัยเกษม นิติสิริ จากพรรคเพื่อไทย หรือ อนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย หรือจะเป็นประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะประยุทธ์ยังมืชื่อเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ประยุทธ์ยังคงมีตำแหน่งองคมนตรีในขณะนี้ ดังนั้น การจะเข้าไปเป็นตัวแข่งชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจึงไม่ใช่เรื่องสะดวกดายมากนักสำหรับประยุทธ์
อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่อยู่ที่การสรรหาบุคคลเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะต้องผ่านการลงคะแนนเลือกสรรโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ดังนั้น จึงต้องถามต่อไปว่าแล้ว สส.ที่ยังเหลืออยู่ในสภาจะโหวตให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 แต่คงไม่ต้องถามต่ออีกว่า หลังจาก แพทองธาร หลุดจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้วเขาจะกลับเข้าไปอยู่บนเวทีการเมืองได้หรือไม่ ตอบได้เลย และตอบได้ทันทีว่า ไม่มีนักการเมืองหน้าไหนยอมรับ แพทองธาร อีกต่อไปอย่างแน่นอน เพราะประจักษ์ชัดแล้วว่าแพทองธารมีความสามารถหรือไม่ แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าทักษิณ ชินวัตร เจ้าของพรรคเพื่อไทยต้องพยายามออกทั้งแรงกาย และแรงเงินหนุนส่ง พร้อมๆ กับลากผสมดันให้แพทองธารได้ชูคอบนเวทีการเมืองต่อไป เพราะคนอย่างทักษิณไม่มีวันยอมแพ้ง่ายๆ ต่อให้ตัวเองผิด แต่ก็ไม่มีวันยอมรับผิด ดังนั้น จึงไม่ต้องฝันว่าทักษิณจะยอมแพ้โดยง่าย แต่ไม่ว่าทักษิณจะพยายามสักเพียงใดก็ตาม ก็ไม่มีวันที่แพทองธารจะได้รับความนิยมจากนักการเมืองกลุ่มที่ยังมีสติปัญญาหลงเหลืออยู่บ้าง แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ต้องสงสัยว่ายังจะต้องมีนักการเมืองจำพวกเชลียร์เพราะไร้สติ ไร้ปัญญายังเฝ้ารอเลียมือเลียเท้านักธุรกิจการเมืองต่อไป เพราะว่าเลียแล้วอิ่มหมีพีมัน
มีผู้ตั้งคำถามว่า แพทองธารได้บทเรียนใดๆ บ้างหรือไม่กับเหตุการณ์ครั้งนี้ แล้วเธอจะได้คิดบ้างหรือไม่ว่าการที่ได้กินตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมานานประมาณ 1 ปี ทำให้ประเทศไทยดีขึ้นหรือเลวลง หรือว่าบ้านเมืองเลวลงก็ช่างมัน แต่ขอให้ตัวแพทองธารและพวกพ้องมีความมั่งคั่งอู้ฟู่มากกว่าเดิมหลายร้อยหลายพันเท่าเท่านั้นเป็นพอใจ แต่มีสิ่งที่แน่นอนยิ่งกว่าแน่ก็คือการมีแพทองธารเป็นนายกรัฐมนตรีทำให้กัมพูชากล้าโจมตี กล้ารุกราน กล้าทำสงครามกับไทยแล้วที่ชัดเจนก็คือฮุนเซน แห่งกัมพูชาจงใจเปิดคลิปลับการสนทนาระหว่างแพทองธารกับฮุนเซน ซึ่งคลิปเสียงยืนยันให้เห็นว่าแพทองธารเลวร้ายสุดขีดในเรื่องจริยธรรมของนักการเมือง ต่อให้ไม่มีคลิปเสียงจากฮุนเซนปรากฏต่อสังคม วิญญูชนก็ลงความเห็นตรงกันไปแล้วว่าแพทองธารมีพฤติกรรมขายชาติให้กัมพูชา
ย้ำว่า วิญญูชนในไทยลงความเห็นตรงกันว่า หลังจากได้ยินเสียงสนทนาจากคลิปที่ฮุนเซนจงใจเปิด ก็ส่งผลให้วิญญูชนไทยหมดความเชื่อถือแพทองธารทันที แล้วมองแพทองธารด้วยสายตาที่เลวร้ายมากกว่าเดิม นอกจากนั้นยังมีเสียงตะโกนก้องในสังคมด้วยว่า ต่อให้แพทองธารไม่ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้พ้นจากตำแหน่ง คนไทยที่มีสติปัญญาก็หมดศรัทธาแพทองธาร แล้วก็หมดศรัทธาพรรคเพื่อไทย และหมดศรัทธาในตัวทักษิณ ชินวัตร จอมบงการผู้เชิดหุ่นแพทองธาร
บัดนี้ แพทองธารพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการด้วยคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ต้องย้ำว่าตั้งแต่วันแรกที่แพทองธารรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี วิญญูชนไม่เคยเชื่อมั่นศรัทธาแพทองธารแม้แต่น้อย และยังวิพากษ์ว่า การที่สังคมไทยปล่อยให้แพทองธารเป็นนายกรัฐมนตรี คือการทำลายประเทศไทยอย่างสาหัส และยังเป็นปัจจัยสำคัญที่กัมพูชาจงใจโจมตีประเทศไทย และเป็นปมปัญหาที่ฮุนเซนจงใจนำเรื่องพรมแดนไทยไปฟ้องร้องศาลโลก เพื่อหวังให้ศาลโลกตัดสินให้พรมแดนไทยตกเป็นของกัมพูชา ทั้งหมดทั้งมวลนี้คือผลลัพธ์ของการที่ไทยมีนายกรัฐมนตรีเห็นทหารไทยเป็นศัตรู แล้วเห็นฮุนเซนเป็นมิตร
เฉลิมชัย ยอดมาลัย
เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี