วันอังคาร ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569
“ทักษิณ ชินวัตร” ปัจจุบันต้องเรียกคำนำหน้าว่า นักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร หรือ“น.ช.” เพราะถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้สั่งบังคับโทษเมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา ให้กลับเข้าไปติดคุกอีกครั้งเป็นเวลา 1ปีนั้น อย่าไปหลงเชื่อตามข้าทาสบริวารของ“ทักษิณ”ว่า ชายผู้นี้เป็น“วีรบุรุษ” แต่เป็น“อาชญากร”
ทั้งนี้ เพราะโดยข้อเท็จจริง “ทักษิณ ชินวัตร”เป็นจำเลยที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุกในคดีทุจริตประพฤติมิชอบโกงชาติโกงแผ่นดิน ขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ระหว่างปี 2544-2549 รวมทั้งหมด 3 คดีเป็นเวลา 8 ปี
และเมื่อ“ทักษิณ ชินวัตร”กลับจากหลบหนีโทษไปอยู่ต่างแดนนานกว่า 15 ปี ตั้งแต่หลอกศาลฯขออนุญาตออกนอกประเทศเมื่อเดือนกรกฎาคม 2551-22 สิงหาคม2566 ซึ่งเมื่อกลับมาแล้วก็ยังได้รับพระมหากรุณาพระราชทานอภัยลดโทษเหลือ 1ปี แต่ก็ยัง“โกงการติดคุก” จากการโกหกว่า“ป่วยวิกฤต”โดยการเอื้อประโยชน์จากข้าราชการกรมราชทัณฑ์รวมทั้งแพทย์และพยาบาลโรงพยาบาลตำรวจ ไปนอนพักรักษาตัวที่“ชั้น14”โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อเลี่ยงการติดคุกในเรือนจำ
แต่ด้วยความพยายามของนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้มีการไต่สวนว่า “การบังคับโทษ”นักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร เป็นไปตามหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดของศาลฯหรือไม่ จนกระทั่งศาลฯรับเรื่องไว้ไต่สวนเอง
โดยเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2568 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้รับไม้ต่อจากนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ภายหลังที่ศาลฯยกคำร้องของนายชาญชัยถึง 3ครั้ง ก่อนจะรับคดีไว้ไต่สวนเอง ด้วยพิจารณาเห็นว่า คดีทุจริตทั้ง 3 คดีที่“ทักษิณ ชินวัตร”ถูกศาลฯพิพากษาสั่งจำคุกและสั่งบังคับโทษไปแล้วนั้น นายชาญชัยไม่ใช่คู่ความ และไม่ใช่ผู้เสียหาย จึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลฯ
ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ใช้เวลา เกือบ 3 เดือนในการไต่สวน ก่อนจะมีคำสั่งบังคับเมื่อวันที่ 9กันยายนดังกล่าว โดยเริ่มจากนายอรพงษ์ศิริกานต์นนท์ ประธานเเผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา ได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งองค์คณะผู้พิพากษา ซึ่งเป็นผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และผู้พิพากษาศาลฎีกา 5คน ขึ้นมาพิจารณาไต่สวนคำร้อง ประกอบด้วย นายฉัตรชัย ไทรโชต, นายอดุลย์อุดมผล, นายไตรรัตน์ แก้วศรีนวล, นางสุพิชญ์ กรอบคำ และนายพัฒนไชยยอดพยุง ทั้งนี้ ได้มีการสอบพยานทั้งหมด 31 ปาก รวมทั้งหมด 7 นัด ตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน-30 กรกฎาคม 2568
ในที่สุด ผลการพิจารณาไต่สวนของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อวันที่ 9กันยายนที่ผ่านมา ก็ได้มีคำวินิจฉัยออกมาเป็นเสียงเอกฉันท์ว่า ช่วงเวลาบังคับโทษจำคุก“ทักษิณ ชินวัตร” ขณะรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ ระหว่างวันที่ 23 สิงหาคม2566-17 กุมภาพันธ์ 2567 ก่อนจะได้รับการพักโทษและออกจากโรงพยาบาลตำรวจในเช้ามืดวันที่ 18กุมภาพันธ์2567 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงสั่งให้“ทักษิณ”กลับไปรับโทษทัณฑ์นับหนึ่งใหม่ในเรือนจำเป็นเวลา 1 ปี ตามที่ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาอภัยลดโทษจาก 8 ปี เหลือ1 ปี
ดังนั้น”ทักษิณ ชินวัตร”จึงไม่ใช่“วีรบุรุษ” แต่เป็นนักโทษคดีทุจริตโกงชาติโกงแผ่นดิน และ“โกงซ้ำซาก”โดยสันดาน จากที่หนีไปแล้วเมื่อมีโอกาสได้กลับเข้ามา ถึงขนาดได้“บุญคุ้มหัว”โดยได้รับพระมหากรุณาอภัยลดโทษ ก็ยังโกงการติดคุกซ้ำเข้าไปอีก
อีกทั้งการติดคุกของ“ทักษิณ ชินวัตร”ในฐานะนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ ก็มิอาจนำไปเปรียบเทียบกับจอมพลป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีคนที่ 3 ของประเทศไทย ที่ติดคุกเป็นเวลา 5เดือนจากการตกเป็นจำเลยในข้อหาอาชญากรสงคราม สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อปี 2488 และเมื่อคดีถึงที่สุด ศาลฎีกาได้พิพากษายกฟ้อง จอมพล ป.ซึ่งเมื่อเทียบกันแล้ว จอมพลป.เป็นแค่จำเลย ถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ส่วน“ทักษิณ”เป็นนักโทษเด็ดขาด ที่ถือว่าเป็น“คนชั่ว”เพราะประพฤติชั่วจากคดีทุจริต
อย่างไรก็ตาม การยอมกลับมาฟังคำสั่งของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง..ของนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร ในวันที่ 9กันยายนที่ผ่านมา หลังจากเดินทางด้วยเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวไปดูไบ เมื่อค่ำวันที่ 4กันยายนที่ผ่านมานั้น “ทักษิณ”คงได้ใช้เวลาตรึกตรองแล้วว่า หากคิดจะหนีก็ต้องหนียาวทั้งชีวิต ไม่มีโอกาสได้กลับมาอีกแล้ว หรือไม่ถ้าศาล“ยกคดี” ก็ถือว่าโชคดีสองชั้น เพราะ“โกงแล้วโกงอีก”ก็ยังรอด
“ทักษิณ ชินวัตร”จึงกลับมาแบบ“สุนัขจนตรอก” หาใช่“วีรบุรุษ”ที่เดินเข้าคุกอย่างสง่างาม ตามที่บุคคลใน“ครอบครัวชินวัตร”ตลอดจนนักการเมืองในคอกเพื่อไทยยกย่องสรรเสริญ หรือเป็น“วีรบุรุษประชาธิปไตย” ตามที่นายภูมิธรรม เวชยชัย“ลูกน้องใกล้ชิด” ผู้คอยสนองงานให้“ทักษิณ”ยกยอปอปั้นเจ้านายแต่อย่างใดไม่
หากแต่“ทักษิณ ชินวัตร”ต้องเดินคอตกเข้าคุก ก็เพราะศาลฯจับได้ว่า“โกหก” และสามารถกล่าวได้ว่า“ทักษิณ”เป็น“อาชญากร” เนื่องจากได้กระทำผิดกฎหมาย และถูกลงโทษเป็นนักโทษเด็ดขาดในคดีทุจริตประพฤติมิชอบ ซึ่งก็ไม่ต่างจากอาชญากรในคดีลักทรัพย์ ที่ก่อความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 334
สำคัญที่สุด ดีไม่ดีนับจากนี้ไป “น.ช.ทักษิณ ชินวัตร”อาจจะโดนคดีอาญาเพิ่ม ฐานสนับสนุนและรู้เห็นเป็นใจให้ข้าราชการ 12คนจากกรมราชทัณ์และแพทย์โรงพยาบาลตำรวจ กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ที่ได้ร่วมกันทุจริต่อหน้าที่เอื้อให้“ทักษิณ”โกงการติดคุก ซึ่งป.ป.ช.กำลังพิจารณาไต่สวนคดีนี้อยู่
จาก‘วีรบุรุษ’จึงน่าจะเป็น‘ทุรบุรุษ’มากกว่า สำหรับนักโทษเด็ดขาดชายคดีทุจริตโกงชาติโกงแผ่นดินที่ชื่อ“ทักษิณ ชินวัตร” !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

ชนระนาว 6 คันรวด บนทางพิเศษบางพลี-สุขสวัสดิ์ บาดเจ็บ 2 ราย จราจรติดขัดหนัก
สวยได้แม่เต็มๆ ลูกสาวอดีตนางงาม กวาง ฟ้ารุ่ง ยิ่งโตยิ่งฉายแววออร่า
โสภณ วางพวงมาลา-ไว้อาลัย ต่อการอสัญกรรม ไซสมพอน พมวิหาน ประธานสภาแห่งชาติลาว
อรรถวิชช์ จี้เลิกเตาหลอม IF ผลิตเหล็กตึกสูง ชี้เสี่ยงไม่ได้มาตรฐาน-จนท.ตรวจไม่พอ
สรรเพชญ ชี้ ครม.สัญจร สงขลา ต้องได้มากกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เปิดโต๊ะรัฐบาลสร้างโอกาสใหม่ หาดใหญ่-ชายแดนใต้

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี