วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569
กรณีศึกษาที่ใช้กฎหมายเป็นแกนกลาง
สเปนและชิลี:
เป็นตัวอย่างสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนผ่านจากระบอบเผด็จการทหารไปสู่ประชาธิปไตย สามารถอาศัยการปฏิรูปและบังคับใช้รัฐธรรมนูญใหม่เป็นกลไกหลัก
ญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่สอง: ญี่ปุ่นได้นำประชาธิปไตยแบบพหุนิยมมาใช้หลังการเปลี่ยนแปลงทางรัฐธรรมนูญที่เข้มแข็ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปที่นำไปสู่การจัดตั้งสถาบันประชาธิปไตยที่แข็งแกร่งขึ้น
เกาหลีใต้ (การปฏิรูปศาลรัฐธรรมนูญ) :เกาหลีใต้ได้นำระบบศาลรัฐธรรมนูญมาใช้ในปี 1987เพื่อตอบสนองความต้องการที่แข็งแกร่งของประชาชนในการรับรองหลักนิติรัฐและสิทธิขั้นพื้นฐาน
ศาลรัฐธรรมนูญในระบบนี้ (ซึ่งนำต้นแบบมาจากเยอรมนี) มีบทบาทสำคัญในการคุ้มครองรัฐธรรมนูญและสิทธิของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม การก่อตั้งสถาบันตุลาการที่มีอำนาจเฉพาะในการตีความและบังคับใช้รัฐธรรมนูญจึงเป็นกลไกสำคัญในประเทศที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตย
บทเรียนเหล่านี้เน้นย้ำว่า : การปฏิรูปในสังคมไทยจะต้องเริ่มต้นด้วยการร่างหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่กำหนดกติกาการใช้อำนาจอธิปไตยอย่างชัดเจน และเน้นการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
บทที่ 2 : แนวทางและนโยบาย: ยุทธศาสตร์หลักในการปฏิรูปกฎหมาย
ยุทธศาสตร์ในการสร้างประชาธิปไตยที่ยั่งยืนในสังคมไทยต้องไม่จำกัดอยู่เพียงแค่การเลือกตั้งหรือการต่อสู้ทางการเมืองเท่านั้น แต่ต้องใช้หลักนิติรัฐและกระบวนการยุติธรรมเป็นกลไกนำที่สามารถสร้างความชอบธรรมและเสถียรภาพในระยะยาวได้
2.1 ยุทธศาสตร์หลัก : การใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมนำทางการเมือง
การเปลี่ยนแปลงต้องดำเนินไปอย่างมีแนวทางและยุทธศาสตร์ โดยมีกฎหมาย เศรษฐกิจ และกระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือหลักในการนำทาง การเปลี่ยนจุดเน้นจาก “ผู้มีอำนาจ”เป็น “กฎกติกา”แนวทางการปฏิรูปต้องเปลี่ยนจากการช่วงชิงอำนาจระหว่างกลุ่มผู้นำไปสู่การสร้างฉันทามติเกี่ยวกับกติกาพื้นฐาน. การเคลื่อนไหวโดยสันติวิธีที่ได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องและกว้างขวางจากภาคประชาชนมีประวัติที่ดีกว่าในการวางรากฐานสำหรับการเปลี่ยนแปลงประชาธิปไตย เพราะสร้างพลเมืองที่มีส่วนร่วมอย่างลึกซึ้งและองค์กรพลเรือนที่มีความมั่นคง.
ดังนั้น, การปฏิรูปกฎหมายจึงต้องอาศัยกระแสความต้องการของมวลชนเป็นพลังพื้นฐาน แต่ต้องใช้ปัญญาและวิชาการในการกำหนดทิศทาง นโยบายการจำกัดและตรวจสอบอำนาจรัฐระดับสูงหนึ่งในข้อเรียกร้องที่สำคัญและตรงจุดที่สุดคือ :การสร้างความเด็ดขาดในการลงโทษนักการเมืองระดับสูงที่กระทำความผิด
การปฏิรูปกฎหมายรัฐธรรมนูญจึงต้องเน้น
การจำกัด ลดอำนาจ และกำหนดโทษที่รวดเร็วและเด็ดขาดสำหรับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองระดับหัว เช่น นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สส. และ สว. หากมีการโกงกิน การใช้อำนาจรัฐไม่ชอบธรรม หรือการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม
การสร้างกลไกตรวจสอบอำนาจรัฐใหม่จึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะการจัดตั้งองค์กรอิสระหรือสถาบันต่างๆ (เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ, องค์กรต่อต้านการทุจริต) ที่มีอิสระและมีอำนาจในการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจระหว่างฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการอย่างแท้จริง
2.2 การปฏิรูปกฎหมายเพื่อส่งเสริมความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจและสวัสดิการ
ประชาธิปไตยที่ยั่งยืนไม่ได้เกิดขึ้นได้ด้วยการเมืองเพียงอย่างเดียว แต่ต้องแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจควบคู่กันไป ประเทศที่เปลี่ยนผ่านมักมีการปรับปรุงกฎหมายหลายด้านเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงความยุติธรรมอย่างเท่าเทียมและลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ
การลดความเหลื่อมล้ำทางโครงสร้างและสวัสดิการ
ระบบเศรษฐกิจ :
ต้องมีการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับระบบภาษีและการถือครองทรัพย์สินอย่างจริงจัง เพื่อส่งเสริมการกระจายรายได้อย่างเป็นธรรมมากขึ้นและลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจในเชิงโครงสร้าง การเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยลดแรงจูงใจให้กลุ่มทุนขนาดใหญ่ต้องเข้าสู่การเมืองเพื่อแสวงหาผลประโยชน์อย่างมิชอบ (Rent-Seeking)ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการทำลายระบบการเลือกตั้งที่ไม่สุจริต
สวัสดิการสังคม :
กฎหมายต้องมุ่งเน้นการสร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิตของประชาชน เช่น การปรับปรุงการดูแลด้านสาธารณสุขให้ทั่วถึง และการส่งเสริมการออมเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุที่กำลังจะมาถึงการมีสวัสดิการสังคมที่ดีจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและสร้างฐานรากทางเศรษฐกิจที่มั่นคงสำหรับการพัฒนาพลเมืองที่มีคุณภาพต่อไป
2.3 การสร้างความชอบธรรมทางการเมืองผ่าน “ประชาธิปไตยประยุกต์” การยอมรับอิทธิพลของตะวันตกที่เข้ามาจำกัดการเปลี่ยนแปลงในสังคมไทย ถือเป็นแนวคิดอันตรายที่ครอบงำผู้นำและประชาชน การปฏิรูปต้องอาศัยความกล้าหาญในการ “ประยุกต์” แนวคิดประชาธิปไตยให้สอดคล้องกับสังคมไทยอย่างแท้จริง การประยุกต์ใช้แนวคิดประชาธิปไตยต้องคำนึงถึงบริบททางสังคมไทย และต้องหาแนวทางที่สอดประสานกับสถาบันหลักที่มีคุณูปการต่อสังคมไทยในการถ่วงดุลและแก้ไขวิกฤตที่ผ่านมาในหลายกรณี การกำหนดบทบาทของสถาบันหลักให้อยู่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญที่ชัดเจนในการเป็นกลไกถ่วงดุลในยามวิกฤตจะช่วยสร้างสมดุลและลดการเผชิญหน้า โดยต้องหลีกเลี่ยงการก้าวก่ายอำนาจบริหารและนิติบัญญัติในภาวะปกติ
ชัยวัฒน์ สุรวิชัย

อภิสิทธิ์ปลุกคนใต้เป็นหัวหอก ขจัดโกง-ล้างทุนสีเทา กู้เศรษฐกิจไทย
ถนอม ลุยคันนายาว-บึงกุ่ม ชาวบ้านประสานเสียงเรียกร้องทำ คนละครึ่ง ฟื้นเศรษฐกิจด่วน!
แก้ตัวน้ำขุ่นๆ! กองทัพไทยซัดเขมรไร้ความโปร่งใส ปมกระสุนตกช่องบก
ถาวร ซัดขบวนการสีเทา รุกล้ำอำนาจรัฐ เชื่อมทุนการเมือง เตือนปชช.อย่าขายเสียงแลกเศษเงิน
ด่วน!! จับ เฉิน จื้อ เจ้าของอาณาจักรปรินซ์กรุ๊ป เตรียมส่งตัวจากกัมพูชากลับจีน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี