วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569
๑.ออกมาทำงาน ที่สำนักงานโยธา กทม.
มีเพื่อนทำงาน ทั้งชาววิศวะจุฬาฯ และจากที่อื่นๆ
รุ่นพี่รุ่นน้องวิศวะจุฬาฯ และเจ้าหน้าที่ที่ร่วมงานฯ
ได้ร่วมทำงานกับประชาชนที่มาติดต่องานฯ
ปู่จิ๊บ ทำงานด้วยความรับผิดชอบอย่างตรงไปตรงมา จนหัวหน้าชมบ่อยๆ
๒.งานการเมือง ที่มีมาอย่างต่อเนื่องตามอุดมคติของตน
ร่วมกับ
(๑)“ศูนย์การนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย” (ศนท.)
ซึ่ง ศนท.รุ่น ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์และกรรมการ
ซึ่งเป็นนายกสโมสรของมหาวิทยาลัยของมหาวิทยาลัยต่างๆ
รวมทั้งผม: ในฐานะที่ปรึกษา ศนท.
ได้ทำงานหนัก โดยเฉพาะ
การมีส่วนทำให้สถานการณ์ที่รุนแรงของความขัดแย้งจบลง
(๒)กลุ่มเรียกร้องรัฐธรรมนูญ และ กลุ่ม ๑๓ กบฏเรียกร้องรัฐธรรมนูญ ๒๕๑๖
ซึ่งกลุ่มแรก เป็นกลุ่มผู้นำหลากหลายมาร่วมกันทำงานใหญ่
คือ การเรียกร้องรัฐธรรมนูญ
รวมทั้ง บุคคล ๑๐๐ คน ที่ร่วมเซ็นชื่อในชุดแรกฯ
ส่วน ๑๓ กบฏเรียกร้องรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นส่วนที่ถูกจับกุมคุมขัง
ตั้งแต่วันที่ ๖-๑๓ ตุลาคม ๒๕๑๖
การร่วมใช้ชีวิตในคุก (โรงเรียนพลตำรวจบางเขนฯ) แม้เพียงไม่กี่วัน
แต่ ด้วยเหตุการณ์ ความเป็นความตาย และความไม่แน่นอนอยู่เบื้องหน้า
“ความรักและความผูกพัน จึงลึกซึ้งมากเป็นเท่าทวี”
และต่อเนื่องมาในภายหลัง
(๓)ร่วมก่อตั้งพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย ๒๕๑๘
เป็นงานสำคัญ ที่แสดงถึงศักยภาพของผู้นำหลากหลายอาชีพ
ที่ร่วมก่อตั้งขึ้น : “พรรคการเมืองแนวทางสังคมนิยม”
ที่มีบทบาทโดดเด่น ในการนำเสนอ “อุดมการณ์ทางสังคมนิยมฯ”ต่อสังคม
มีงานครอบคลุมครบถ้วน “งานกรรมกร ชาวนา นักศึกษา ประชาชนฯ”
ปู่จิ๊บ ทำหน้าที่ ผู้ประสานงานและรับผิดชอบ“งานมวลชน”
จึงได้ออกไปพบ “เพื่อนมิตรสหาย” หลากหลาย
โดยเฉพาะ “งานชาวนา” ที่ผู้นำชาวนาทั่งประเทศ ทำงานอย่างหนัก
และ “ถูกลอบสังหาร” ไม่น้อยฯ
ปู่จิ๊บ ได้ไปร่วมงานศพ และการร่วมแก้ปัญหาวิกฤตหลายครั้ง
(๔)การเข้าร่วมต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย
(๗ สิงหาคม ๒๕๑๙ - เมษายน ๒๕๒๔)
เป็นช่วงชีวิตที่พิเศษ
ได้ใช้เวลา ความคิด การทำงาน ร่วมกับ พรรคแนวร่วมสังคมนิยม
พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ผู้รักชาติรักประชาธิปไตย ผู้นำนักศึกษา
ทหารผู้พิทักษ์ และผู้ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ และคุมกันพวกเราฯ รวมทั้ง
การไปร่วมงานกับพรรคคอมมิวนิสต์ ในหลายเขตงาน
โดยเฉพาะทางเขตภูพานฯ
รวมทั้ง “ปู่จิ๊บ” ได้ทำหน้าประสานดูแลให้กำลังใจ ต่อ
“ผู้นำบางคนของพรรคสังคมนิยมฯ” และ
การเดินทางไปดูแล “คุณไขแสง สุกใส” ที่ไปรักษาสุขภาพที่จีน(เซี่ยงไฮ้)
และหลังจากนั้น ได้เดินทางไปเคารพศพประธานเหมา เจ๋อ ตุงที่ปักกิ่ง ฯลฯ
(๕)เหตุการณ์พฤษภาคม ๒๕๓๕
(๖)การร่วมงานกับพรรคพลังธรรม (๒๕๓๕ -๒๕๔๐)
เป็นโอกาสพิเศษในชีวิต เอาแค่บุคลากรคนสำคัญ
เช่น พลตรีจำลอง ศรีเมือง พี่วินัย สมพงษ์ คุณทักษิณชินวัตร คุณไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ฯลฯ
การทำงานที่สำคัญหลายงาน ทั้งรัฐบาล (กระทรวงอุตสาหกรรม)
ในฐานะที่ปรึกษารัฐมนตรี และรัฐสภา
การเดินทางไปประชุมในต่างประเทศ
(๗)รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ๒๕๔๐
(๘)เหตุการณ์พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และ กปปส.
(๙) ฯลฯ
ส่วนนี้ ขอผ่านไปฯ
๓.การร่วมเรียนหลักสูตร ผู้บริหาร สถาบันพระปกเกล้าฯ รุ่นที่ ๒ (๒๕๔๐)
การเป็นสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (๒๕๔๔ - ๒๕๔๘)
ทั้ง๒เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่มีคุณค่า ความหมาย ต่อ การคิด การทำงานและการใช้ชีวิต
เพราะ “บุคลากร” ที่ได้ร่วมเรียน ทำงาน ที่มีความสำคัญต่อบ้านเมือง
เป็นบุคคลที่เป็นผู้นำ ในวงการต่างๆ ของสังคม
การได้ร่วมเรียน ร่วมทำงานกันฯ
ได้อะไรมากมาย ที่หาไม่ได้ง่ายๆ
๔.ฯลฯ
• บทสรุปสั้นๆ ตามช่วงวัยอายุ และประสบการณ์จากการสรุปบทเรียนของชีวิต
1.กรอบคิด ต่อ : การมีเพื่อนมิตรสหายฯ เพื่ออะไร?
๑.ความสนุกสนาน เพลิดเพลิน
๒.ได้ความรู้ ประกอบร่วมไปด้วย
๓.เพิ่มความเป็นกัลยาณมิตร
ได้การสนับสนุนช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
๔.ได้ประสบการณ์ ในการใช้ชีวิตได้ดี
๕.สุดท้ายคือ ได้การแสวงหาความจริงความถูกต้องในแต่ละเรื่อง
ซึ่งเอื้อ ถึงการใช้ชีวิตและการทำงานอย่างมีความสุขสงบที่แท้จริง
2. ความรู้สึกของตัวเอง
๑.ดีใจ และภูมิใจที่มีเพื่อนมิตรสหายที่ดี หลากหลาย
๒.เน้นที่ตัวเองเป็นหลัก : ต้องทำตัวเป็น กัลยาณมิตรที่ดี
๓.รักเคารพ จริงใจ และซื่อสัตย์ต่อเพื่อน ทั้งคิดเหมือนและคิดต่าง
๔.เข้าใจสัจธรรม “มนุษย์เป็นสัตว์สังคม” ที่อยู่คนเดียวไม่ได้
ต้องมีเพื่อนมิตร และผู้คนหลากหลายในสังคม
๕.ขอบคุณตัวเอง และเพื่อนมิตรสหายทุกคน ที่ทำให้มีเพื่อนมิตรที่ดีงาม
• เรื่องที่เป็นหัวใจสำคัญประการหนึ่ง ของการมีเพื่อน ครอบครัว ญาติมิตรและสังคม
คือ : เน้นที่ตัวเองเป็นหลัก
ที่ได้มาจากการสรุปบทเรียน
และการพัฒนาเปลี่ยนความคิดที่เข้ากับหลักธรรม
ที่เน้น “ความเป็นเพื่อน เป็นครอบครัว เป็นเพื่อนมิตร ฯลฯ”
ซึ่ง สังคมนำเสนอว่า “ต้องร่วมกันทั้งสองฝ่าย”
เป็นสิ่งที่ถูกต้อง
แต่ในความเป็นจริง มันอยู่ที่จิตใจและความคิดของทั้งสองฝ่าย
@ ของเขา : เป็นเรื่องของเขา เรากุม หรือเปลี่ยนไม่ได้
@ แต่ของเรา : เป็นเรื่องของเรา เรากุม และเปลี่ยนแปลง
ได้
ฉะนั้น เราจึงต้องใช้ทั้งสองหลัก โดยเฉพาะ “หลักที่เน้นที่ตัวเรา”
ชัยวัฒน์ สุรวิชัย

สภาฯเดือด! ณัฐพงษ์ ซัด รัฐบาล ละเลยฝุ่น PM 2.5 ดักคออย่าสองมาตรฐาน
คืนนี้ยาวแน่! พังงาแห่ออกมาเติมดีเซล หลังประกาศขึ้นพรุ่งนี้รวดเดียว 3.50 บาท
ราชกิจจาฯ แพร่ประกาศ ก.ต.ชุดใหม่ ชั้นศาลฎีกา-อุทธรณ์-ชั้นต้น รวม 12 ราย
ทรัมป์ เตรียมพิจารณาถอนสหรัฐฯจากนาโต ลั่นองค์กรนี้เป็นเพียงเสือกระดาษ
ทุบสถิติประวัติศาสตร์ น้ำมันดีเซลสิงคโปร์พุ่งทำนิวไฮ 192 ดอลลาร์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี