วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569
เวียดนาม ซึ่งปกครองด้วยระบบคอมมิวนิสต์พรรคเดียว รัฐบาลฮานอยจึงสามารถทำโครงการใหญ่ได้รวดเร็วฉับไว ตามนโยบายและความเห็นชอบของกรรมการกลางพรรคฯ โดยไม่ถูกขัดขวางจากพรรคฝ่ายค้านฝ่ายแค้น และพรรคฝ่ายค้ำเหมือนประเทศไทย
ที่ไม่ว่าจะริเริ่มโครงการใดเพื่อประโยชน์ของความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ การค้า และพัฒนาสังคมหรือไม่ มักถูกโต้แย้ง คัดค้าน วิจารณ์จากฝ่ายการเมืองและภาคประชาสังคม
แม้แต่ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ที่กองทัพและสภาความมั่นคงแห่งชาติมีภาระหน้าที่โดยตรงในการดูแลความมั่นคง ยังถูกแทรกแซงทัดทานจากฝ่ายการเมือง และภาคประชาสังคม ที่หลายครั้งทำเกินหน้าที่พลเมืองไทยที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ จนผู้มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงไม่สามารถปฏิบัติตามนโยบาย และยุทธวิธีกำหนดตามมาตรฐานสากลได้
ตัวอย่าง เช่น การเปิดด่าน/ปิดด่าน และโครงการสร้างรั้วกำแพง สร้างบังเกอร์ในจุดที่อ่อนไหวบนพื้นที่ชายแดน สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานเงิน 1 ล้านบาท เป็นทุนประเดิม “กองทุนหทัยทิพย์” เพื่อสร้างกำแพงและบังเกอร์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีเป้าหมายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่
จนบัดนี้ยังต้องศึกษาผลกระทบทางสังคม การเมือง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ผลดีผลเสียของโครงการ เป็นที่น่าสังเกตว่า คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร มักโต้แย้งเห็นต่างกับโครงการ งบประมาณและแผนงานที่กองทัพรับผิดชอบในทางปฏิบัติ
สส.รังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงฯ ใช้อำนาจกรรมาธิการสภา เชิญผู้แทนกองทัพมาชี้แจงรายละเอียดของโครงการแผนงานตลอดถึงวิธีการซึ่งบางแผนงาน บางยุทธการไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากเป็นข้อมูลที่ต้องเก็บงำไว้ไม่ให้ล่วงรู้ถึงคู่ปรปักษ์
แต่ความเป็นเสรีประชาธิปไตยของนักการเมืองรุ่นใหม่ก็พยายามบีบคั้นกดดันทำให้เกิดความโปร่งใส ให้ตรวจสอบได้ ทำให้หลายฝ่ายสงสัยว่า กรรมาธิการสภามีวาระซ่อนเร้น ในข้ออ้างเพื่อความโปร่งใสหรือไม่ หรือนักการเมืองไทยรับใช้ใคร มหาอำนาจฝ่ายไหน และทำไมกรรมาธิการฯถึงทำตัวเป็นศาลเสียเอง
การกระทำของภาคประชาสังคม และกรรมาธิการสภา มาจากพรรคการเมือง ซึ่งมีอคติต่อกองทัพและสถาบันเป็นเหตุให้งานด้านความมั่นคงและพัฒนาสังคมอืดอาดล่าช้า บางคราก็ไม่ทันการ
ต่างกับประเทศที่ปกครองระบอบคอมมิวนิสต์พรรคเดียว เช่น เวียดนาม ที่สามารถมองเห็นความได้เปรียบเสียเปรียบของรัฐบาลประชาธิปไตยหลายพรรคกับรัฐบาลคอมมิวนิสต์ได้ชัดเจน เมื่ออ่านเฟซบุ๊ก อาจารย์ทรงฤทธิ์ โพนเงิน เรื่อง “เวียดนามสร้างถนนปิดทางคลองฟูนันเตโชของกัมพูชา” ว่า..
..ขุดคลองจะโชว์พาว…สุดท้ายโดนหักหลัง บอกเลยกัมพูชา “รั้น” จนเกินต้าน ฝืนเสียงเตือนจากเวียดนาม สุดท้ายโดน “จีน–เวียดนาม” เล่นงานสวนกลับแบบเจ็บแสบ เมื่อเวียดนามสร้างถนนเชื่อมเกาะฟูก๊วกกับแผ่นดินใหญ่ โครงการ “เตียนไห่–ฟูก๊วก” เป็นถนนยาว 47 กิโลเมตร ปิดเส้นทางยุทธศาสตร์คลองฟูนันเตโช เด็ดขาด
อ.ทรงฤทธิ์ โพนเงิน ผู้เชี่ยวชาญลุ่มน้ำโขงแฉหมดเปลือกว่า กัมพูชารู้อยู่แก่ใจว่าคลองนี้จะผันน้ำโขงไปมหาศาล จน “สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง” ฝั่งเวียดนามกว่า 40,000 ตร.กม. เสี่ยงภัยแล้ง–พังพินาศ แต่ “ฮุนเซน” ไม่แคร์ เพราะนี่คือโปรเจกท์โชว์พลัง โชว์อำนาจ โชว์ตัวตน
ย้อนกลับไปตอนเริ่ม จีนเทเงินลุยโครงการขุดคลองยาว 180 กม.เป็นเส้นทางขนสินค้าทางน้ำจากตอนใต้กัมพูชาออกสู่ทะเลโดยไม่ผ่านน่านน้ำเวียดนามเหมือนในอดีต ในเบื้องต้นจีนถือหุ้น 90% ฮุนเซนแค่ 10% จีนหวังได้ใจไว้แลก “ท่าเรือเรียม-สนามบินเตโช” แต่แล้ว เวียดนามเดินหมากใหม่ เจรจากับ “สี จิ้นผิง” เปลี่ยนเกมใหญ่ จีนหันกลับลำลดถือหุ้นเหลือ 49% ปล่อยให้ฮุนเซน “แบกหนี้ลำพัง”
จังหวะนั้นเอง เวียดนามไม่รอช้า ลุยถมทะเล สร้างถนน ปิดประตูคลองฟูนันเตโช เกมนี้ไม่ใช่แค่จีนถอนตัวแต่คือสัญญาณล่มสลายของโครงการที่ “เกิดจากความทะเยอทะยานส่วนตัวล้วนๆ” ของผู้นำ ฮุนเซน ที่อยากเล่นบท “อวดพลัง–พึ่งจีน–ตัดเวียดนาม” แบบไม่แคร์ใคร สุดท้ายกลับกลายเป็นว่า จีนก็ทิ้ง เวียดนามก็แค้น “ขุดคลองหวังจะหลุดจากอำนาจขั้วเดิม แต่กลับกลายเป็นขุดหลุมลึกให้ตัวเองจมซะเอง”
ใครๆ ก็ต่างรู้กันดีว่ากัมพูชาเกรงเวียดนาม แต่เลือกจะเนรคุณเวียดนาม แถมยังหลอกใช้จีน แล้วก็หันไปเลี้ยง “แก๊งสแกมเมอร์” ก่อนจะซบอก “ทรัมป์” บอกเลย...การเมืองต่างประเทศของกัมพูชาตอนนี้ = โกลาหล
แต่ที่ร้อนแรงไม่แพ้กัน คือ การเมืองภายในที่กำลังจะเดือดขึ้นมาอีกระลอก!! “สม รังสี” เตรียมกลับประเทศในความดูแลของอเมริกา พร้อมแรงหนุนให้เกิด “การเลือกตั้ง” หากเกิดขึ้นจริง...อ.ทรงฤทธิ์ เชื่อว่า “สม รังสี” ชนะขาด!!
ความวุ่นวายทั้งหมดนี้กำลัง “เกิดขึ้นพร้อมกัน” ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ และการเมืองภายใน คำถามคือ...ฮุนเซนจะเอาตัวรอดได้อีกนานแค่ไหน? หรือครั้งนี้...จะถึงเวลา “หมดบท” อย่างแท้จริง?
ทั้งหมดที่กล่าวมา เพื่อสรุปให้เห็นว่า ที่เวียดนามสามารถดัดหลังกัมพูชาได้แบบรวดเร็วรวบรัด โดยที่ฮุนเซนตั้งตัวไม่ทัน เพราะการตัดสินใจของกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม นำไปใช้ในทางปฏิบัติได้ทันทีโดยไม่มีเสียงการทัดทาน คัดค้าน ขัดขวาง จากทางการเมืองและภาคประชาสังคม
ซึ่งแตกต่างจากประเทศเสรีประชาธิปไตยแบบไทยๆ หากรัฐบาลเสนอโครงการสร้างถนนเชื่อมเกาะเพื่อดัดหลังกัมพูชาเหมือนเวียดนาม แค่ดำริถึงโครงการ นักวิเคราะห์ นักวิจารณ์ ตลอดนักนิเวศวิทยา นักอนุรักษ์ทรัพยากรทะเล กูรู้ทั้งหลายแห่กันออกทีวีแสดงความคิดเห็น จนน้ำลายท่วมถนนเชื่อมแผ่นดินใหญ่กับเกาะ ก็ไม่สามารถดัดหลังกัมพูชาได้เหมือนเวียดนาม
นี่คือข้อดีของประเทศไทย ไม่ว่าเสนอโครงการอะไร มีคนยกข้อเสียขึ้นมาคัดค้านขัดขวางปิดเส้นทางทำโครงการจนได้ ซึ่งก็ดีเหมือนกันได้ประหยัดงบประมาณไปในตัว
สุทิน วรรณบวร

'แชป-รุ้ง'เปิดใจทุกแง่มุม - ข้อคิด 'การเพิ่มทางเลือกให้ชีวิต'ของ'บุญรอด อารีย์วงษ์'
เปิดมิติใหม่จากจอซีรีส์สู่เวทีลิเก! 'ลูกหมี - ซอนญ่า'คณะคุณแฟนบ้านนอก X ลิเก คณะ ศรราม น้ำเพชร
หัวใจเสริมใยเหล็ก!แข้งหญิงอิหร่านปฏิเสธร้องเพลงชาติ
โอดคนไทยถูกกดขี่ ชาวสวนสงขลา ร้อง สว. จี้รัฐจัดการล้งจีน กดราคามะพร้าว 1-2 บาท
นายกฯ เรียกถกด่วนติดตามสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง กต.คาดยืดเยื้ออย่างน้อย 4 สัปดาห์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี