วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569
กรณีที่รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแถลงผลปฏิบัติการยึดและอายัดทรัพย์ครั้งใหญ่ขบวนการสแกมเมอร์ข้ามชาติ จำนวน 4 คน ทั้ง เฉิน จื้อ - ก๊ก อาน-เครือข่าย เบน สมิธ รวมมูลค่าทรัพย์สินกว่าหมื่นล้านบาทนั้น ถือว่าเป็นผลงานความคืบหน้าสำคัญในการถอนรากถอนโคนสแกมเมอร์ข้ามชาติ
แต่จังหวะการปล่อยภาพร่วมเฟรมของนายอนุทิน ชาญวีรกูล กับ เบน สมิธ อย่างทันทีทันควัน ภายหลังการแถลงผลปฏิบัติการยึด-อายัดทรัพย์ครั้งนี้ ก็เป็นความเคลื่อนไหวสำคัญทางการเมืองเช่นกัน โดยเฉพาะในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นปีหน้า เนื่องจากประเด็นนี้ก็ถูกตีความว่านี่คือเจตนาการดิสเครดิตทางการเมือง
ปฏิบัติการใช้ภาพเก่าเขย่ารัฐบาลดังกล่าว เป้าหมายไม่ได้มุ่งเล่นงานแค่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เพียงคนเดียวเท่านั้น แต่คาบลูกคาบดอกไปถึงนายเอกนิตินิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งถูกพรรคภูมิใจไทยวางตัวให้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีด้วย
ประเด็นนี้ กำลังถูกฝ่ายตรงข้าม ขยายผลอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อตัดคะแนนนิยมทางการเมือง และคงจะไม่จบง่ายๆ จนกว่าจะเลือกตั้งเสร็จสิ้นลง แต่ดูเหมือนว่านายอนุทินไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกกับกระแสที่ถูกปั่นโจมตี ทั้งยังใช้เป็นโอกาสในการแถลงผลงานว่า มีรัฐบาลไหนกล้าที่จะอายัดเงินและทรัพย์สินนับหมื่นล้าน หรือมีใครกล้าประกาศรายชื่อแบบนี้หรือไม่
ถามว่า ปฏิบัติการทลายสแกมเมอร์ข้ามชาติ เป็นผลงานของใคร อาจจะตอบยากเนื่องจากเป็นผลมาจากแรงบีบหลายๆ ด้าน ทั้งต่างประเทศ ฝ่ายการเมือง และภาคสังคมในประเทศ ซึ่งต้องชื่นชมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการส่งผ่านข้อมูล และหลักฐานสำคัญจนนำมาซึ่งผลสำเร็จในปฏิบัติการอายัด-ยึดทรัพย์ครั้งใหญ่
อย่างน้อยๆ ผลงานครั้งนี้ จะช่วยคลายแรงกดดันจากนานาชาติลงได้ในระดับหนึ่ง เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยเองก็ถูกจับตาอาจเป็นแหล่งฟอกเงินของกลุ่มสแกมเมอร์ หรือเป็นทางผ่านของเครือข่ายอาชญากรรมสีเทาเหล่านี้ โดยเฉพาะความเชื่อมโยงถึงนักการเมือง หรือผู้มีอำนาจในไทย ทำให้การปราบปรามที่ผ่านมาจึงไม่เข้มข้นพอ
ปัญหาสแกมเมอร์เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ไทยกำลังเผชิญอยู่ และเป็นหนึ่งในความคาดหวังสูงของสังคมว่า รัฐบาลจะต้องเร่งดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจังทั้งในระดับนโยบายและปฏิบัติการเพื่อสร้างความเชื่อมั่นภายในประเทศ และนานาชาติ เพราะก่อนหน้านี้รัฐบาลได้เคยประกาศเป็นวาระของโลกไปแล้ว
“ผมนี่เหรอไม่กล้าแตะ You know me little go คุณรู้จักผมน้อยไป” คือคำตอบของนายอนุทิน หลังฝ่ายค้านตั้งคำถามว่าไม่กล้าแตะเรื่องนี้ เพราะมีภาพถ่ายร่วมกับเบน สมิธ ดังนั้นเมื่อภาพเก่าๆ อายุ 10 ปี ถูกปล่อยออกมาให้ตีความไปไกลถึงความเชื่อมโยง สิ่งที่นายกรัฐมนตรี ควรทำจากนี้ไปคือ ต้องปากว่ามือถึง รุกให้หนัก จัดการให้สิ้นซาก เพื่อพิสูจน์คำว่า “คุณรู้จักผมน้อยไป” จะศักดิ์สิทธิ์แค่ไหน

รวบแก๊งลวงสาวโสดวัยเกษียณลงทุน คุยจนเหยื่อมีใจ ก่อนหลอกโอน10ล้าน
กระทิงป่าคลั่ง! ขวิดชาย56ดับกลางป่าวังน้ำเขียว เจ้าหน้าที่รุดตรวจสอบ
‘ธรรมนัส’ประกาศสู้กลุ่มทุน ทวงที่ดินคืนให้เกษตรกร แม้เป็นเผือกร้อนก็ไม่ถอย
‘เต้น’ปลุกชาวปากน้ำ เลือก‘เพื่อไทย’ยกจังหวัด หลังเคยกาตามกระแส
พลิกนากุ้งร้าง! ปลูก'มะขามแดง'แปรรูปขาย สร้างรายได้

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี