วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / คิด เขียน คุย
คิด เขียน คุย

คิด เขียน คุย

รุ่งเรือง ปรีชากุล
วันอังคาร ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.
จบเขมรด้วยสงคราม-จับ‘ฮุนเซน’ฟ้องศาล ICC

ดูทั้งหมด

  •  

“ตีงูต้องตีให้ตาย-อย่าตีให้หลังหัก” คนโบราณว่า เพราะถ้ามันไม่ตาย มันจะกลับมาทำร้ายคนตีในภายหลังได้ เฉกเช่นการทำสงครามกับกัมพูชาเพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศไทยเรา จะต้องจัดการให้จบอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เพราะคนอย่าง“ฮุนเซน”สันดานอสรพิษนั้น ไว้วางใจไม่ได้ ขืนปล่อยไว้มีแต่อันตราย

การทำสงครามกับกัมพูชาเพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของเราครั้งนี้ อย่าไปซ้ำรอยเดิมเหมือนครั้งที่แล้ว ที่เรามีรัฐบาลซึ่งไว้วางใจไม่ได้ไปสมยอมกับกัมพูชา โดยการลงนามหยุดยิงอย่างไม่มีเงื่อนไขเมื่อวันที่ 28กรกฎาคม 2568 ที่ประเทศมาเลเซีย ระหว่างนายภูมิธรรม เวชยชัย นายกรัฐมนตรีรักษาการของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย กับ“ฮุน มาเนต” นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ซึ่งความผิดพลาดครั้งนั้นได้ส่งผลมาถึงวันนี้


สงครามกัมพูชารุกรานไทยครั้งแรก 5 วัน ระหว่างวันที่ 24-28 กรกฎาคม 2568 ในคราวนั้น มีประชาชนคนไทยรวมทั้งเด็กและผู้หญิงเสียชีวิตจากการโจมตีเป้าหมายพลเรือนของกัมพูชาใน 4 จังหวัด คือ ศรีสะเกษ, สุรินทร์, บุรีรัมย์ และอุบลราชธานี รวมทั้งหมด 18 ศพ บาดเจ็บ39 คน ขณะที่ทหารไทยต้องพลีชีพเสียชีวิตไป 16 นาย บาดเจ็บ 233 นาย ซึ่งในจำนวนนี้ขาขาดถึง 7 นาย

ส่วนครั้งนี้ที่ฝ่ายกัมพูชาเปิดฉากรุกรานไทยรอบใหม่โดยเริ่มตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา ที่ “ภูผาเหล็ก-พลาญหินแปดก้อน” อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ทหารกัมพูชาได้รุกล้ำเข้ามาในเขตไทยขณะที่ไทยกำลังปรับปรุงเส้นทางลาดตระเวน และใช้ปืนเล็กยาวยิงฝ่ายไทยก่อนตามด้วย“ปืนไร้แรงสะท้อนถอยหลัง” (RecoillessRifle) จนเกิดการปะทะกันประมาณ 35 นาที ระหว่างหน่วยลาดตระเวนไทย“พัน.ร.13 ฉก.1” กับทหารกัมพูชา ทำให้ทหารไทยบาดเจ็บ 2 นาย และเหตุการณ์ครั้งนี้ทางรัฐบาลไทยและกองทัพไทยได้ประเมินแล้วว่า สถานการณ์จะรุนแรงขึ้นและขยายเป็นวงกว้าง จึงได้มีการอพยพประชาชนใน 4 จังหวัดชายแดนตลอดแนว คือ ศรีสะเกษ, บุรีรัมย์, สุรินทร์ และอุบลราชธานี ไปยังศูนย์พักพิงตามแผนอพยพประชาชนได้ทันท่วงที

แล้วก็เป็นไปตามคาดการณ์ ฝ่ายกัมพูชาได้เปิดฉากระดมยิงถล่มทหารไทยในหลายพื้นที่ เริ่มจากเช้ามืดวันที่ 8 ธันวาคมเมื่อวานนี้ ที่ช่องอานม้า อำเภอน้ำยืนจังหวัดอุบลราชธานี โดยเมื่อเวลา 05.05 น. ทหารกัมพูชาได้ใช้อาวุธปืนเล็กยาวยิงใส่ฝ่ายไทย ในพื้นที่ตำรวจตระเวนชายแดน 793 (ตชด.793) จนกระทั่งเวลา 07.00 น. ในพื้นที่ช่องบกอำเภอน้ำยืน ทหารไทยถูกโจมตีด้วยอาวุธยิงสนับสนุนทำให้เสียชีวิต 1 นาย และได้รับบาดเจ็บ 5 นาย อีกทั้งเมื่อเวลาประมาณ 08.30 น. ฝ่ายกัมพูชายังใช้จรวดหลายลำกล้อง“BM-21” ยิงถล่มเป้าหมายทางพลเรือนในฝั่งไทยที่บ้านสายโท หมู่ 10 อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ รวมทั้งยังได้เปิดพื้นที่การปะทะที่ช่องอานม้า ปราสาทคนา ปราสาทตาควาย และปราสาทตาเมือนธม จังหวัดสุรินทร์ และห้วยตามาเรีย จังหวัดศรีสะเกษ

นอกเหนือจากนั้น จากการแถลงของ พล.ต.วินธัย สุวารีโฆษกกองทัพบก ก็ยังพบว่า กัมพูชามีการเตรียมความพร้อมทั้งกำลังพล อาวุธยุทโธปกรณ์ และอาวุธยิงสนับสนุนเพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฝ่ายกัมพูชามีการระบุพิกัดการใช้อาวุธระยะไกลในเขตพื้นที่ตอนในของฝั่งไทย ครอบคลุมพื้นที่ใกล้สนามบินบุรีรัมย์ และบริเวณพื้นที่ใกล้โรงพยาบาล ในอำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนประมาณ 30 กิโลเมตร

ไม่เพียงแต่เท่านั้น เมื่อวันที่ 8 ธันวาคมวานนี้ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 ยังได้รับรายงานจากกองกำลังบูรพา พบว่าฝ่ายกัมพูชาได้เตรียมพร้อมรบสูงสุดตามแนวชายแดนในพื้นที่
จังหวัดสระแก้ว และมีการตรวจพบการเคลื่อนย้ายกำลังพลและยุทโธปกรณ์ รวมถึงอาวุธหนักเข้าที่มั่นอย่างต่อเนื่อง โดยตลอดช่วงเช้าของเมื่อวานนี้นั้น ฝ่ายกัมพูชาได้เคลื่อนกำลังเข้าประชิดชายแดน และยังได้เฝ้าติดตามฝ่ายไทยอย่างใกล้ชิดอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม เมื่อสถานการณ์ลุกลามบานปลายมาถึงขั้นนี้แล้ว ไทยย่อมมีสิทธิอย่างชอบธรรมและเป็นไปตามหลักปฏิบัติสากล ซึ่งเมื่อวันที่ 8 ธันวาคมเมื่อวานนี้ ฝ่ายไทยโดยกองทัพอากาศจึงได้ใช้สิทธิปฏิบัติการทางอากาศเพื่อปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชนไทย ด้วยการส่งเครื่องบินรบ“เอฟ-16” ถล่มกาสิโนช่องอานม้า ที่กัมพูชาใช้เป็นที่ตั้งฐานปฏิบัติการทุกอย่างเกี่ยวกับอากาศยานไร้คนขับ สำหรับโจมตีเป้าหมายพลเรือนไทย ซึ่งปฏิบัติการ“เสิร์ฟไข่”ครั้งนี้ตรงเป้าตรงจุด นอกจากกาสิโนช่องอานม้าแล้ว ก็ยังมีอีก 2 จุดที่กัมพูชาใช้เป็นที่ตั้งฐาน“การบังคับบัญชา”และฐานที่ตั้งอาวุธยิงสนับสนุน โดน“เสิร์ฟไข่”ด้วย คือที่ปราสาทคนา อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ และพื้นที่เสาวิทยุใกล้ปราสาทพระวิหาร

สรุปภาพทั้งหมด จากการแถลงของนายอนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อวันที่ 8 ธันวาคมเมื่อวานนี้ที่ทำเนียบรัฐบาลภายหลังการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยมี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผบ.ทสส., พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ., พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผบ.ทร., พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผบ.ทอ. และนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมแถลงด้วยนั้น-คือ“ชักธงรบ”

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งเป็นประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดยตำแหน่ง กล่าวชัดเจนว่า “รัฐบาลขอยืนยันว่า ประเทศไทยจะดำรงความมุ่งมั่นสูงสุดในการปกป้องอธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดนของชาติตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และสิทธิในการป้องกันตนเองโดยชอบธรรม และในวันนี้ได้มีการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยมีมติยืนยันว่ารัฐบาลจะดำเนินการตามมติสภาความมั่นคงแห่งชาติ คือ จะมีปฏิบัติการทางทหารในทุกกรณีตามเงื่อนไขของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และให้มีการปฏิบัติการทางทหารในเรื่องอื่นๆ ที่มีความจำเป็น”

และอีกสามย่อหน้าจากการแถลงของนายอนุทินชาญวีรกูล

“รัฐบาลมีความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมในความสามารถของกองทัพไทย ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบตามกฎการใช้กำลัง และยึดหลักมนุษยธรรมในการปกป้องพี่น้องประชาชน และรักษาความสงบเรียบร้อยตลอดแนวพื้นที่ชายแดน พร้อมกันนี้ รัฐบาลขอส่งกำลังใจและความห่วงใยไปยังพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนที่ต้องอพยพไปอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว รัฐบาลได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านความเป็นอยู่และความปลอดภัย ที่พักพิง อาหาร น้ำดื่ม การบริการทางการแพทย์และสวัสดิการที่จำเป็นอย่างเต็มความสามารถ”

“เพื่อความถูกต้องของข้อมูล และเพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนก รัฐบาลขอวิงวอนให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากช่องทางราชการเท่านั้น และมอบหมายให้กระทรวงกลาโหม และกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้สื่อสารข้อมูลหลักในทุกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รัฐบาลจะบูรณาการข้อมูลร่วมกับทุกเหล่าทัพ และหน่วยงานความมั่นคงทุกระดับ เพื่อให้ข้อมูลที่ออกสู่สาธารณะมีความถูกต้อง ชัดเจน และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน”

“ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่าการปกป้องประเทศชาติและความปลอดภัยของประชาชน คือภารกิจสูงสุดของรัฐบาลและกองทัพไทย ประเทศไทยไม่เคยต้องการเห็นความรุนแรง โดยยืนยันว่าประเทศไทยไม่เคยเป็นฝ่ายริเริ่มหรือรุกรานแต่อย่างใด แต่ประเทศไทยจะไม่ยอมให้มีการล่วงละเมิดอธิปไตย และจะดำเนินการอย่างมีเหตุมีผล รอบคอบ และยึดหลักสันติภาพ ความมั่นคง และมนุษยธรรมเป็นสำคัญ โดยรัฐบาลจะรายงานสถานการณ์ให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่อง และพร้อมดำเนินการทุกมาตรการที่จำเป็นเพื่อรักษาความมั่นคงของประเทศ อธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และดูแลประชาชนอย่างดีที่สุด ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในรัฐบาล และในศักยภาพของกองทัพไทย และร่วมกันให้กำลังใจและสนับสนุนการปฏิบัติการทางทหารในครั้งนี้”

บรรทัดนี้ดังที่กล่าวไว้ในตอนต้น “ตีงูต้องตีให้ตาย-อย่าตีให้หลังหัก” หลังจากจัดการอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดด้วยปฏิบัติการทางทหารกับ“สันดานอสรพิษ”ที่ชื่อ“ฮุนเซน”แล้ว รัฐบาลไทยต้องจับ“ทรราชเขมร”ผู้นี้ ขึ้นศาลอาญาระหว่างประเทศ (International Criminal Court - ICC)เพื่อดำเนินคดีฐานเป็น “อาชญากรสงคราม” ผู้ก่อ“อาชญากรรมสงคราม” รุกรานไทยด้วย!

รุ่งเรือง ปรีชากุล

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
21:58 น. (คลิป) แกว่งปาก หาเสี้ยน สหรัฐไม่ใช่พ่อน่ะ รังสิมันต์ โรม
21:51 น. อนุทิน ยันไร้นโยบายประชานิยม พร้อมสานต่อ ‘คนละครึ่งพลัส’ เฟส 2 ลั่นดันแลนด์บริดจ์’เต็มสูบ
21:43 น. หนุ่ม ศรราม ควง น้องวีจิ โชว์ความน่ารัก เคลียร์ประเด็นคลิปลูกไม่ให้ กุ้งพลอย จีบ
21:31 น. FAA ประกาศเตือนสายการบิน ใช้ความระมัดระวังระหว่างบินผ่านอเมริกากลาง-ใต้
21:30 น. รวบชายวัย 39 ปี สังหาร มาดามปัท อดีตท้าวแชร์ ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ
ดูทั้งหมด
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 14-20 ม.ค.69
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 16-22 ม.ค.69
ครั้งแรกในรอบ9ปี ทะเลสาบบาลาตอน กลายเป็นน้ำแข็ง ปชช.เริ่มแสดงความกังวล
สพฐ.เร่งแก้หนี้สินครู-ข้าราชการบำนาญ ปรับระเบียบใหม่คุ้มครองคุณภาพชีวิต
มาดามแป้ง เปิดคฤหาสน์จัดปาร์ตี้ปีใหม่ ต้อนรับ 7 นางฟ้าแห่งวงการบันเทิง
ดูทั้งหมด
การวางแผนการเงินเพื่อเปิดร้านในฝัน
มีทหารไปทำไม มีพรรคสีส้มดีกว่ามั้ง ประเทศไทยจะได้...........
ฝังไมโครชิปเพื่อสวัสดิภาพสัตว์เลี้ยง
พรรคใด คิดเรื่อง ‘การศึกษา’ ดีที่สุด?
Sudden Cardiac Death in Exercise and Sports
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

(คลิป) แกว่งปาก หาเสี้ยน สหรัฐไม่ใช่พ่อน่ะ รังสิมันต์ โรม

อนุทิน ยันไร้นโยบายประชานิยม พร้อมสานต่อ ‘คนละครึ่งพลัส’ เฟส 2 ลั่นดันแลนด์บริดจ์’เต็มสูบ

หนุ่ม ศรราม ควง น้องวีจิ โชว์ความน่ารัก เคลียร์ประเด็นคลิปลูกไม่ให้ กุ้งพลอย จีบ

FAA ประกาศเตือนสายการบิน ใช้ความระมัดระวังระหว่างบินผ่านอเมริกากลาง-ใต้

รวบชายวัย 39 ปี สังหาร มาดามปัท อดีตท้าวแชร์ ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ

อนุทิน​ ลุยหาเสียงถนนคนเดินประจวบ​ฯ แวะร่วมร้องเพลง เราสู้ ชาวบ้านชมแก้ปัญหาชายแดน

  • Breaking News
  • (คลิป) แกว่งปาก หาเสี้ยน สหรัฐไม่ใช่พ่อน่ะ รังสิมันต์ โรม (คลิป) แกว่งปาก หาเสี้ยน สหรัฐไม่ใช่พ่อน่ะ รังสิมันต์ โรม
  • อนุทิน ยันไร้นโยบายประชานิยม พร้อมสานต่อ ‘คนละครึ่งพลัส’ เฟส 2 ลั่นดันแลนด์บริดจ์’เต็มสูบ อนุทิน ยันไร้นโยบายประชานิยม พร้อมสานต่อ ‘คนละครึ่งพลัส’ เฟส 2 ลั่นดันแลนด์บริดจ์’เต็มสูบ
  • หนุ่ม ศรราม ควง น้องวีจิ โชว์ความน่ารัก เคลียร์ประเด็นคลิปลูกไม่ให้ กุ้งพลอย จีบ หนุ่ม ศรราม ควง น้องวีจิ โชว์ความน่ารัก เคลียร์ประเด็นคลิปลูกไม่ให้ กุ้งพลอย จีบ
  • FAA ประกาศเตือนสายการบิน ใช้ความระมัดระวังระหว่างบินผ่านอเมริกากลาง-ใต้ FAA ประกาศเตือนสายการบิน ใช้ความระมัดระวังระหว่างบินผ่านอเมริกากลาง-ใต้
  • รวบชายวัย 39 ปี สังหาร มาดามปัท อดีตท้าวแชร์ ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ รวบชายวัย 39 ปี สังหาร มาดามปัท อดีตท้าวแชร์ ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

‘มีส้ม-มีเทา’เน่าทั้งพรรค

‘มีส้ม-มีเทา’เน่าทั้งพรรค

16 ม.ค. 2569

‘ไม่เบี้ยว-ไม่จ่าย’โกงโคตร

‘ไม่เบี้ยว-ไม่จ่าย’โกงโคตร

15 ม.ค. 2569

‘ขอให้ประสบความสามเจ็ด’

‘ขอให้ประสบความสามเจ็ด’

14 ม.ค. 2569

น้ำเน่าในพรรคส้มเน่า

น้ำเน่าในพรรคส้มเน่า

13 ม.ค. 2569

‘รักลุงตู่-เลือกลุงหนู’ยิ่งมายิ่งแรง

‘รักลุงตู่-เลือกลุงหนู’ยิ่งมายิ่งแรง

12 ม.ค. 2569

‘เท้ง เด็กเลี้ยงแกะ’แคนดิเดตนายกฯพรรคส้ม

‘เท้ง เด็กเลี้ยงแกะ’แคนดิเดตนายกฯพรรคส้ม

9 ม.ค. 2569

คว่ำประชามติยกร่าง‘รธน.’ฉบับใหม่

คว่ำประชามติยกร่าง‘รธน.’ฉบับใหม่

8 ม.ค. 2569

‘สีน้ำเงิน-สีแดง-สีส้ม’ 3 ทางเลือก

‘สีน้ำเงิน-สีแดง-สีส้ม’ 3 ทางเลือก

7 ม.ค. 2569

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved