วันอาทิตย์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
หลังจากมีการเลือกตั้งซ้ำและนับคะแนนใหม่ในบางเขตเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์วานนี้เสร็จสิ้นแล้ว คงอีกไม่กี่วันนับจากนี้ กกต.ก็น่าจะประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการได้ ถ้าประกาศได้ครบ 95 เปอร์เซ็นต์ก่อน หรือ 475 คนจากทั้งหมด 500 คน ก็สามารถเรียกประชุมสภาฯเพื่อเลือกประธานและรองประธานสภาฯได้ภายใน 15 วันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง หลังจากนั้นก็จะเป็นขั้นตอนของการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี
ในเบื้องต้นนี้ ฝ่ายรัฐบาลที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำสามารถรวบรวมเสียง สส.ไว้ในมือได้ถึง 300 คน โดยพรรคภูมิใจไทย 193 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง และพรรคขนาดเล็กรวมกัน 33 เสียง ยกเว้นพรรครวมไทยสร้างชาติที่มีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นหัวหน้าพรรค 2 เสียง ไม่เข้าร่วม ซึ่งฝ่าย 300 เสียงนี้ตกลงที่จะสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี
เมื่อสมการออกมาเช่นนี้ ฝ่ายค้านก็จะประกอบด้วย พรรคประชาชน 118 เสียง พรรคกล้าธรรม 58 เสียง พรรคประชาธิปัตย์ 22 เสียง และพรรครวมไทยสร้างชาติ 2 เสียง รวมเสียงฝ่ายค้านทั้งสิ้น 200 เสียง
จำนวน 300 เสียงของรัฐบาลผสมที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ แม้ตัวเลขจะแน่นปึ้ก ก็หาใช่ว่าจะทำให้เสถียรภาพของรัฐบาลที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี มั่นคงแข็งแรงและมีอายุยืนยาวอยู่ไปจนครบวาระ 4 ปีเหมือนกับรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เคยทำได้ โดยสามารถอยู่จนครบวาระ 4 ปี จากปี 2562-2566
ทั้งนี้ รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 278 เสียงที่มีพรรคพลังประชารัฐเป็นแกนนำ และมีอีก 3 พรรคหลัก คือ พรรคภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ และชาติไทยพัฒนา เป็นเสาค้ำนั้น ไม่ปรากฏความขัดแย้งภายในของรัฐบาลจนนำไปสู่การแตกแยกที่ทำให้ต้องมีการปรับขั้วใหม่
จะมีที่หนักหนาที่สุด ก็ในปี 2564 กรณีการเคลื่อนไหวของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งเวลานั้นเป็นเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ และมี“มุ้ง”ของตนเองในพรรคพลังประชารัฐ โดย ร.อ.ธรรมนัสได้เดินเกมพยายามรวบรวมเสียง สส. เพื่อโหวตคว่ำ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาที่ถูกพรรคฝ่ายค้านเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ก็ทำไม่สำเร็จ และในเวลาต่อมาร.อ.ธรรมนัส ก็ถูก พล.อ.ประยุทธ์“ปลดฟ้าผ่า”พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ พร้อมกับการปลดนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ที่สังกัด“มุ้ง”ของ ร.อ.ธรรมนัสพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน
ปูมหลังดังกล่าวของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นอกจากมีปัญหากับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แล้ว ก็ยัง“มีปัญหาคาใจ”กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ผู้มีพระคุณ ด้วยการนำ สส.ของพรรคพลังประชารัฐไป“หนุนพรรคเพื่อไทย”โหวตให้“แพทองธาร ชินวัตร”เป็นนายกรัฐมนตรี ในเดือนสิงหาคม 2567 ซึ่งในเวลาต่อมาในเดือนธันวาคมปีเดียวกันนั้น ร.อ.ธรรมนัส และ สส.พรรคพลังประชารัฐอีก 19 คนก็ได้ถูกพรรคพลังประชารัฐที่มี พล.อ.ประวิตร เป็นหัวหน้าพรรคขับออกจากพรรคพลังประชารัฐ ทำให้ ร.อ.ธรรมนัสและ สส.จำนวนนี้ทั้งหมด ย้ายไปสังกัด“พรรคเศรษฐกิจใหม่” พร้อมกับเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น“พรรคกล้าธรรม”
ไม่เพียงแต่เท่านั้น เมื่อรัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่มี“แพทองธารชินวัตร”เป็นนายกรัฐมนตรี เกิดแพแตก เนื่องจาก“แพทองธาร”ถูกศาลรัฐธรรมนูญถอดถอนให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กรณี“คลิปอัปยศ”จากการสนทนาทางโทรศัพท์กับ“ฮุนเซน” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ก็กระโดดหนีจากพรรคเพื่อไทยมายืนอยู่ฝั่งพรรคภูมิใจไทย เพื่อสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล
เป็นนายกรัฐมนตรี และได้ทิ้งรอยแค้นไว้ให้กับพรรคเพื่อไทย ถึงขนาดที่“ทักษิณ ชินวัตร”เจ้าของพรรคเพื่อไทยตัวจริง ต้องยอมรับผิดและขอโทษกับลูกพรรคเพื่อไทยว่า “ดูคนผิด” และ“ไว้วางใจ” ร.อ.ธรรมนัสมากเกินไป
อย่างไรก็ดี การที่พรรคภูมิใจไทยไม่ดึงพรรคกล้าธรรมเข้าเป็นพรรคร่วมรัฐบาล นอกจากจะมีกระแสข่าวว่า“2 ลุง”ที่ ร.อ.ธรรมนัสเคยมีปัญหา จะฝากนายอนุทิน ชาญวีรกูล “ชำระแค้น”ให้แล้ว ในเบื้องต้น ร.อ.ธรรมนัส ยังหมายมั่นจะยึดกระทรวงเกษตรฯไว้เป็นโควตาของพรรคกล้าธรรม และตนเองจะนั่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯดังเดิม เรื่องนี้จึงเป็นไปไม่ได้ที่พรรคภูมิใจไทยจะยินยอม เพราะพรรคภูมิใจไทยมีนโยบายที่จะกำกับดูแลกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับด้านเศรษฐกิจไว้ทั้งหมด
สำคัญที่สุดก็คือ การที่จะให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในคณะรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูลยังหมิ่นเหม่ในเรื่องคุณสมบัติตามมาตรา 160 (5) ของรัฐธรรมนูญ ที่บัญญัติไว้ว่า “ไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง” ซึ่งแม้ว่า ร.อ.ธรรมนัสจะให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า เรื่อง“คดียาเสพติด”ที่เคยถูกศาลแขวงรัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย ตัดสินจำคุก 4 ปีไม่เป็นปัญหาเรื่องคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เพราะเคยเป็นรัฐมนตรีมาแล้วก็ตาม แต่กรณีนี้ยังไม่เคยมีใครร้องศาลรัฐธรรมนูญเรื่องจริยธรรมให้ถอดถอนออกจากตำแหน่ง
ย้อนกลับไปดูในปี 2564 ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2564 ว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่าไม่สิ้นสุดสมาชิกภาพ สส. และความเป็นรัฐมนตรี จากการที่ สส.พรรคก้าวไกลและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่า ร.อ.ธรรมนัสขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (6) ประกอบมาตรา 98(10) กรณีเคยต้องคำพิพากษาคดียาเสพติดในออสเตรเลีย หรือไม่ โดยศาลชี้ว่าคำพิพากษาต่างประเทศไม่มีผลผูกพันตามกฎหมายไทย ร.อ.ธรรมนัสจึงรอดมาได้
นั่นก็เป็นการร้อง ตามมาตรา 160 (6) ประกอบมาตรา 98(10) แต่ในประเด็นมาตรา 160 (5) อันเป็นเหตุให้นายเศรษฐา ทวีสิน และ“แพทองธาร ชินวัตร” ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาแล้ว ยังไม่เคยมีใครร้อง จึงถือว่าเสี่ยงมากหากนายอนุทิน ชาญวีรกูล ตั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่าเข้าไปเป็นรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลในคราวนี้ และเชื่อว่าถึงอย่างไรก็ต้องมีคนร้อง เพราะนี้คือ“จุดอ่อน”เพียงจุดเดียวของนายอนุทิน ที่ฝ่ายตรงข้ามจะสามารถใช้เป็นอาวุธ“ประหารชีวิตทางการเมือง”แก่นายอนุทินได้
จะอย่างไรก็ตาม แม้ว่าเสียงของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ลงตัวในเบื้องต้น 300 เสียง โดยมีพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคอันดับรอง และไม่มีพรรคกล้าธรรม 58 เสียงเข้าร่วมนั้น แม้ว่าจะแน่นปึ้กแค่ไหน ก็หาใช่ว่าจะทำให้เสถียรภาพของรัฐบาล“อนุทิน 2”มั่นคงแข็งแรงและมีอายุยืนยาวจนครบวาระ 4 ปี ดังที่กล่าวไว้ในตอนต้น
เพราะถ้าเป็นรัฐบาลไปในระยะหนึ่ง หาก“รอยร้าว”ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทยที่มีอยู่เดิมตั้งแต่หนหลังเกิดปริแตกขึ้นมา เป็นชนวนเหตุให้พรรคเพื่อไทยถอนตัวออกจากรัฐบาล เสียงที่ว่า“แน่นปึ้ก” ก็จะเหลือแค่ “226”เสียงทันที มีจำนวนไม่ถึงครึ่งหนึ่ง
เมื่อถึงเวลานั้น พรรคภูมิใจไทยมีอยู่แค่สองทางเลือก คือต้องไปกราบกรานพรรคกล้าธรรมของ ร.อ.ธรรมนัสพรหมเผ่า 58 เสียงเข้ามาเป็นรัฐบาล หรือไม่ก็ต้องประกาศยุบสภา“ล้างไพ่”เลือกตั้งกันใหม่ !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

อิสราเอล ยึดปราสาทใน เลบานอน รุกลึกสุดในรอบกว่า 26 ปี
ทรัมป์เตรียมเปิดงานฉลอง 250 ปีสหรัฐฯด้วยตัวเอง หลังศิลปินแห่ถอนตัว
รอรับหมายอีกราย! แก้วตา ฮึ่ม แอคหลุม พรรคชายแท้ หลังแชร์โพสต์เจ้าตัว ตั้งแคปชันปากแจ๋ว
ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ คณะบุคคลต่างๆ เฝ้าฯ
แตกตื่นทั้งเมือง! อุกกาบาตระเบิดเหนือสหรัฐฯ พลังเทียบเท่าระเบิดTNT300 ตัน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี