วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
“ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์” ได้เสนอบทวิเคราะห์เผยแพร่เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์วานนี้ ในหัวเรื่อง ‘อาสาส้ม’หรือ ‘อาสาเสี่ยง’? ยุทธศาสตร์เพ้อฝันบนความไร้เดียงสา”ไว้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเห็นว่า พรรคประชาชนผ่านพ้นพายุการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มาด้วยสภาพที่สะบักสะบอม
ที่เป็นเช่นนั้น ก็เพราะตัวเลข สส. 118 ที่นั่ง พร้อมตำแหน่งพรรคอันดับสอง คือเครื่องยืนยันชั้นดีว่า “กระแสส้ม”ที่เคยเป็นแรงส่งสำคัญในอดีตได้จางหายไปเกือบหมดสิ้น และสิ่งที่เหลือทิ้งไว้คือโจทย์ใหญ่เรื่องความพ่ายแพ้ในพื้นที่เขต ซึ่งพรรคประชาชนพยายามแก้เกมด้วยยุทธศาสตร์สร้างเครือข่าย “อสส.” หรือ “อาสาส้ม” ให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ เพื่อหวังงัดกับอิทธิพลของ “บ้านใหญ่” ที่หยั่งรากลึกมาอย่างยาวนาน
เครือข่าย“อสส.”ดังกล่าว เป็นผลมาจากการประชุมสัมมนาใหญ่พรรคประชาชน ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยนายณัฐพงษ์เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ให้สัมภาษณ์ว่า เครือข่ายนี้จะทำหน้าที่เป็นหูเป็นตาและทำงานในพื้นที่ให้เข้มข้นยิ่งขึ้น พร้อมทั้งยังให้รายละเอียดว่า นอกจากนั้นก็เพื่อให้ผู้สมัคร สส.ของพรรคประชาชนมีความใกล้ชิดกับประชาชนมากขึ้น รวมทั้งดูแลเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันในพื้นที่ และว่า“เพราะที่ผ่านมาหลายพื้นที่มักมีข่าวเรื่องการซื้อสิทธิ์ขายเสียง โดยเฉพาะการเลือกตั้งครั้งนี้มีข้อสงสัยเพิ่มมากขึ้น มีปัญหาหลายพื้นที่”
สำหรับการสร้างเครือข่าย“อาสาส้ม”ของพรรคประชาชนที่ว่านี้ “ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์” มองว่า เป็นยุทธศาสตร์ที่เผยให้เห็นถึงความเพ้อฝันของพรรคประชาชนที่แทบเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ และเป็นการสะท้อนชัดว่าแกนนำของพรรคประชาชนมองการเมืองผ่านทฤษฎีมากกว่าข้อเท็จจริงในพื้นที่ ด้วยความเชื่อว่าตนเองพ่ายแพ้การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นเพราะ “ระบบอุปถัมภ์ผ่านเครือข่ายบ้านใหญ่
ประการต่อมา การสร้าง“อาสาส้ม”ของพรรคประชาชน ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ ย่อมเกิดคำถามว่าจะมีใครสละเวลามาทำงานให้พรรคประชาชนฟรีๆ ได้จริงหรือ ซึ่งเมื่อพิจารณาจากภารกิจที่พรรคประชาชนมอบหมาย ตั้งแต่การเป็นหูเป็นตาเฝ้าระวังการทุจริต การทำหน้าที่“กระบอกเสียง” ชี้แจงนโยบายระดับหมู่บ้าน ไปจนถึงการเก็บข้อมูลพื้นฐานของชาวบ้านเพื่อนำมาวิเคราะห์การเมืองเชิงลึก ล้วนเป็นงานที่ต้องใช้ทั้งเวลาและความทุ่มเทอย่างสูง
“ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์” ชี้ว่า หากคนเหล่านั้นไม่ใช่กลุ่มที่มีอุดมการณ์จนลืมปากท้อง ก็เสี่ยงที่จะเป็นกลุ่ม“วาระซ่อนเร้น”ที่ใช้เสื้อส้มเป็นใบเบิกทางสร้างบารมี หรือแสวงหาผลประโยชน์ในพื้นที่แทน เพราะอาสาฟรีที่ไม่มีผลตอบแทนในระดับฐานราก เป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ในการเมืองไทย และสิ่งที่น่ากังวลกว่าคือ“ความเสี่ยง”ที่พรรคประชาชนจะควบคุม“อาสาส้ม”ไม่ได้ ดังบทเรียนราคาแพงจากตัวผู้สมัคร สส. ของพรรคเอง ทั้งคดีฟอกเงิน เว็บพนันออนไลน์ ไปจนถึงคดีฉาวทางเพศที่ศาลพิพากษาจำคุก
อีกประการหนึ่ง แม้แต่การคัดกรองบุคคลเพื่อลงสมัคร สส. ก็ปรากฏว่าพรรคประชาชนยังไม่สามารถคัดกรองผู้สมัคร สส.ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นการเปิดรับอาสาสมัครนับหมื่นคนมาทำหน้าที่ “ตัวแทนพรรค”ในชุมชน จึงมีคำถามว่า จะไม่ยิ่งเป็นการเปิดประตูรับกลุ่มอิทธิพลสีเทาเข้ามาสวมรอยใช้ชื่อเสียงของประชาชนพรรคเป็นเกราะคุ้มกันผิดกฎหมายหรือไม่
ไม่เพียงแต่เท่านั้น “ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์”ยังเห็นว่า ยุทธศาสตร์“อาสาส้ม”ของพรรคประชาชน ได้สะท้อนการแก้ปัญหาแบบ“ทางลัด” แทนที่จะบ่มเพาะผู้สมัครให้ฝังตัวกับชาวบ้าน แต่พรรคประชาชนกลับเลือกสร้างกองทัพอาสาขึ้นมาสู้กับบ้านใหญ่ที่ดูแลพื้นที่มานานหลายสิบปี และพรรคประชาชนอาจลืมบทเรียนเรื่อง“หมู่บ้านเสื้อแดง”ของพรรคเพื่อไทย ที่เคยสร้างรอยร้าวและจุดชนวนความแตกแยกในชุมชน รวมทั้งการฝังตัว“อาสาส้ม”ลงไปในหมู่บ้านเช่นนี้ คือการประเมินคู่ต่อสู้ต่ำไป และมองข้ามสติปัญญาประชาชนที่ย่อมดูออกว่าใคร
เข้ามาด้วยความจริงใจ หรือใครเข้ามาเพียงเพราะหน้าที่ชั่วคราว
บทสรุปของ“ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์” ระบุว่า ความดื้อรั้นที่จะกอดอุดมคติบนกระดาษมากกว่าการก้มลงมองดิน คือสัญญาณเตือนภัยว่าพรรคประชาชนกำลังก้าวเข้าสู่ “ยุคเสื่อมถอย”อย่างเต็มรูปแบบ และยุทธศาสตร์“อาสาส้ม” คือการเดินหมากที่ขาดความเข้าใจในโลกการเมืองอย่างที่สุดเท่าที่เคยมีมา
และนอกจากนั้น “บทเรียนสีเทา”จากอดีตไม่เคยสร้างความตระหนักรู้ให้แก่พรรคประชาชนได้เลย ว่าความตกต่ำนี้จะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่ออาสาสมัครนับหมื่นกลายเป็น “ระเบิดเวลา” กระจายอยู่ทุกหมู่บ้าน เมื่อแบรนด์สีส้มถูกเปลี่ยนเป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพ แล้วพรรคประชาชนจะเหลือเครดิตอะไรไปพูดเรื่องความสะอาดบริสุทธิ์ได้อีก
ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น “ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์”ทิ้งทายของบทวิเคราะห์โดยชี้ว่า “ผลการเลือกตั้งปี 2569 คือคำพิพากษาที่บอกชัดว่า ประชาชนต้องการคนที่เข้าใจหัวใจของความเป็นมนุษย์ ไม่ใช่คนที่ขังตัวอยู่กับทฤษฎี หากพรรคประชาชนยังเดินหมากผิดซ้ำซาก ความล่มสลายทางการเมืองก็ไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินเอื้อม”
อย่างไรก็ดี ถึงที่สุดแล้ว คงอาจจะไม่ต้องมองไปไกลถึงขนาดนั้น เพราะอย่าว่าแต่การควานหา“อาสาส้ม”เลยแม้กระทั่งการหาบุคคลที่จะขึ้นมารับไม้ต่อเพื่อให้พรรคส้มก้าวต่อไปในภายภาคหน้ายังเป็นปัญหา เนื่องจากในระยะเวลาอันใกล้นี้ มี 2 ปมปัญหาใหญ่อันเกี่ยวพันถึงชะตากรรมของพรรคประชาชนว่าจะอยู่หรือไป และการถูกตัดสิทธิทางการเมืองของหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคในรุ่นปัจจุบัน ที่รอการพิพากษาตัดสิน
คดีแรกก็คือ “44 อดีตสส.พรรคก้าวไกล”เกี่ยวกับมาตรา 112 ที่นายณัฐพงษ์ ปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคบางคน และว่าที่ สส.พรรคประชาชน อีก 8 คนจะต้องถูกตัดสิทธิทางการเมืองอาจจะเป็นเวลา 10 ปี หรือตลอดชีวิต และต้องพ้นจากการเป็น สส.ทันทีเมื่อศาลมีคำวินิจฉัย
อีกคดีหนึ่ง คือ“ปมสเปกเตอร์ ซี” หรือ “Spectre C”ที่ก่อนหน้านี้นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติรักแผ่นดิน ได้ยื่นคำร้อง ให้นายทะเบียนพรรคการเมือง และกกต. ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคประชาชนไปแล้ว และล่าสุดเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์วานนี้ นายทันกวินท์ รัฐวัฒก์อังกูร นักวิชาการอิสระ ก็ได้ยื่นร้องเพิ่มเพื่อให้ยุบพรรคประชาชน พร้อมทั้งดำเนินคดีอาญากับนางสาวพรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า ฐานคนนอก“ครอบงำชี้นำ-สั่งการ”พรรคประชาชน รวมทั้งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง 14 ผู้บริหารพรรคประชาชนชุดปัจจุบัน
สุดท้ายแล้ว อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับเรื่องเฉพาะหน้านี้คณะทำงานเพื่อความเสมอภาคทางเพศในพรรคประชาชน (คสพป.) ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้คณะกรรมการบริหารพรรคประชาชน“สังคายนาพรรค” เกี่ยวกับ“คดีทางเพศ”ของนักการเมืองพรรคส้มที่เกิดขึ้นอย่างซ้ำซาก โดยล่าสุดเพิ่งสดๆ ร้อนๆ คือ นายธีระวัฒน์ พรรณะ ผู้สมัคร สส.เขต 1จังหวัดมหาสารคาม ของพรรคประชาชน ถูกศาลฎีกาพิพากษาตัดสินในคดี“ข่มขืนกระทำชำเรา”เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สั่งลงโทษจำคุก 2 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา
บรรทัดนี้ คงพูดได้ว่า พรรคส้มนอกจากจะถึง“ยุคเสื่อมถอย”อย่างเต็มรูปแบบแล้ว เห็นทีว่าจบที่รุ่นนี้แล้วก็อาจจะไม่ได้ผุดได้เกิดอีกด้วย !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

ศธ.แจงปรับปรุงประกาศการรับนักเรียนไม่มีสัญชาติ เน้นกลุ่มพำนักในไทย สอดคล้องมติ ครม.ปี 48-หลักสากล
คลิปนาทีระทึก! ไฟไหม้คลังกระสุน ตชด.21 สุรินทร์ เสียงระเบิดดังสนั่น
(คลิป) ชำแหละแค้นนี้ต้องชำระ! สูตรตั้งรัฐบาล แดง-ส้ม-เขียว
(คลิป) เจ๊ปอง ชำแหละระบบการเมืองไทย
ทบ.ลุยระงับเพลิงไหม้ คลังกระสุน ตชด.21 สุรินทร์ วอนปชช.อย่าตื่นตระหนก

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี