วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2569
รัฐบาลที่มีนายกรัฐมนตรีชื่ออนุทินชาญวีรกูล กลายเป็นรัฐบาลรักษาการไปโดยพลัน เมื่ออนุทินประกาศยุบสภาโดยมีผลเรียบร้อยแล้วหลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อ 12 ธันวาคม 2568 โดยมีพระราชกฤษฎีกา ประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร แต่ที่สิ้นสภาพไปโดยพลันก็คือเหล่าบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในสภาที่ถูกยกย่องว่าแสนจะทรงเกียรติ
แต่ทว่า สส.ไทยจำนวนไม่น้อยถูกวิพากษ์ว่าไร้เกียรติ ไร้ศักดิ์ศรี และไร้ความดีงาม
สรุปว่าอนุทิน และรัฐบาลภายใต้การนำของอนุทินเป็นรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มได้รวมทั้งสิ้นเป็นเวลาสองเดือนกว่าๆ โดยอนุทินรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อ19 กันยายน 2568 แล้วเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 อนุทิน พร้อมคณะรัฐมนตรีได้เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ต่อหน้าพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวณ พระที่นั่งอัมพรสถาน แล้วต่อมาในวันที่ 29 กันยายน อนุทินในฐานะนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีของรัฐบาลนี้ก็แถลงนโยบายต่อสภาผู้แทนราษฎร
แต่แรกนั้น ก็คาดการณ์กันว่ารัฐบาลอนุทินจะอยู่ในตำแหน่งสี่เดือน แล้วจะประกาศยุบสภาฯ ประมาณปลายเดือนมกราคม 2569 แต่แล้วความจริงก็ปรากฏว่ารัฐบาลอนุทินประกาศยุบสภาฯ ก่อนทำงานครบสี่เดือน นั่นเท่ากับว่ารัฐบาลอนุทินทำงานบริหารประเทศจริงๆ ประมาณสองเดือนเศษๆ เท่านั้น แต่ระยะเวลาเพียงสองเดือนเศษนั้นดูเหมือนยาวนานราวกับว่าสามปี เพราะหลังจากเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไม่นาน รัฐบาลอนุทินก็ต้องพบเจอกับปัญหาต่างๆ นานา สารพัดอาทิ น้ำท่วมหาดใหญ่แบบมหาอุทกภัยในรอบ 300 ปี ปัญหาแก๊ง scammers ในกัมพูชาที่ถูกระบุว่าพัวพันกับคนบางคนในรัฐบาลอนุทิน แล้วก็ยังตามมาด้วยปัญหาภาพถ่ายเบนจามิน บาวเออร์เบอร์เกอร์ คนที่ถูกจับตามองว่ามีความเกี่ยวพันใกล้ชิดกับแกนนำแก๊ง scammers ในกัมพูชา อย่าง ยิม เลียก,เฉิน จื้อ และก๊ก อาน เป็นต้น
นอกจากนั้น รัฐบาลอนุทินยังเจอกับปัญหาอีกสารพัด ซึ่งหลายต่อหลายเรื่องก็อาจจะเกิดมาจากปากของอนุทินเอง เช่น เรื่องการค้าขายกับสหรัฐฯ หลังจากอนุทินพูดประมาณว่า
ไม่ง้อตลาดสหรัฐฯ แต่ทว่ามีปัญหาใหญ่เรื่องหนึ่งที่ทำให้รัฐบาลอนุทินถึงกับเดินเป๋เสียหลัก คือมหาอุทกภัยที่หาดใหญ่
ส่วนปัญหากัมพูชาจงใจรุกรานไทยหลายต่อหลายครั้งต่อเนื่องกัน จนได้กลายเป็นสงครามระหว่างไทยกับกัมพูชาที่ยังดำเนินต่อมาจนถึงบัดนี้ ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่รุมเร้ารัฐบาลอนุทินอย่างหนัก แต่ปัญหาทั้งหมดทั้งปวงที่กล่าวมานั้น ยังไม่ใช่ฟางเส้นสุดท้ายที่หล่นลงบนหลังของอนุทิน จนถึงกับทำให้อนุทินต้องตัดสินใจประกาศยุบสภาฯ ซึ่งก็ต้องบอกว่าการยุบสภาฯ ครั้งนี้ เป็นสิ่งที่อนุทินวางแผนไว้ล่วงหน้าแล้ว เพราะอนุทินรู้ดีว่าหากแก้เกมการเมืองไม่ทัน รัฐบาลอนุทินและตัวอนุทินจะกลายเป็นนายกรัฐมนตรีไทยคนแรกที่ตกจากเก้าอี้นายกรัฐมนตรีกลางสภา เพราะแพ้เกมอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 151
แน่นอนว่าอนุทินต้องรู้ดีอยู่แก่ใจว่าการที่เขาสามารถตะกายขึ้นไปกินตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 32 ของไทยได้นั้น มันมาจากการที่เขาเหยียบบ่า เหยียบหัวของพรรคประชาชนขึ้นไป แต่จะไปด่าประณามอนุทินก็ไม่ถูก เพราะพรรคประชาชนยอมเอาบ่าและหัวของตัวเองให้อนุทินเหยียบขึ้นไปเอง ดังนั้น หากจะด่าก็ต้องด่าพรรคประชาชนด้วย ส่วนคำถามที่ว่าทำไมพรรคประชาชนจึงดูเสมือนว่าโง่ซ้ำโง่ซาก โง่ดักโง่ดาน เมื่อถามคำถามนี้ก็ต้องตอบตรงๆ ว่า เพราะประสบการณ์การเมืองน้อย จึงต้องเจอเรื่องแบบนี้ ส่วนเรื่องโง่ไม่โง่นั้น ขออนุญาต
ไม่ตอบตรงๆ แต่ขอให้คนไทยไปคิดเอาเองก็แล้วกัน
แต่ก็ต้องบอกว่าคนคนหนึ่งที่ทำให้อนุทินต้องประกาศยุบสภาในครั้งนี้คือเท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ซึ่งเป็นผู้นำฝ่ายค้านในรัฐสภา ถามว่าทำไมจึงบอกว่าเท้งเป็นต้นเหตุร่วม ก็ต้องตอบตรงๆ ว่าเพราะเท้งต้องการแก้รัฐธรรมนูญมากกว่าแก้ปัญหาที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน เมื่อเท้งต้องการแก้รัฐธรรมนูญมากกว่า ในขณะที่อนุทินก็ไม่คิดว่าการแก้รัฐธรรมนูญจะแก้ปัญหาต่างๆ นานาของประเทศได้ทั้งหมด เพราะฉะนั้น การยุบสภาจึงบังเกิดขึ้น
เฉลิมชัย ยอดมาลัย

รบ.ส่งสัญญาณปรับราคา ดีเซล-เบนซิน หลังหมดโปรฯตรึง16มี.ค.
‘โตส’ปลื้มร่วมงาน ‘จาด้า’ ชมน่ารัก เคมีเข้ากัน พร้อมเปิดประสบการณ์บทสัตวแพทย์
โยกย้ายทหาร โปรดเกล้าฯ 319 นาย ‘วินธัย’รองเจ้ากรมฯ หลานป๋าขึ้นมทน.4
เร่งช่วย3ลูกเรือไทย ยังมีชีวตอยู่! อันตรายเข้าพื้นที่ไม่ได้ ‘ทัพเรือ’ประสานโอมาน
ศักดิ์สยามตีปีก ป.ป.ช.สารภาพ ยกคำร้องซุกหุ้น หักมติศาลรธน.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี