วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2564 ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังพิจารณาทบทวนโครงสร้างและอัตราภาษีทั้งในระยะปานกลางและระยะยาว เพื่อนำไปสู่โครงสร้างภาษีแบบอัตราเดียวในอนาคตที่เหมาะสมและเป็นธรรม คำนึงถึงการแข่งขันในตลาด รวมทั้งการดูแลสุขภาพของประชาชน ตลอดจนกำหนดมาตรการควบคุมการลักลอบนำเข้าบุหรี่ผิดกฎหมายจากประเทศเพื่อนบ้าน
นี่คือจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปด้านภาษีที่มีความสำคัญต่ออนาคตของเศรษฐกิจไทย และสุขภาพของประชาชนโดยรวม แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงเป็นข้อกังวล คือ ความล่าช้าในการดำเนินการตามมติครม.ดังกล่าว ที่ส่งผลให้รายได้ของรัฐลดลงอย่างต่อเนื่องและอาจนำไปสู่ความเสียหายที่ยากจะเยียวยาในอนาคต
ความจำเป็นในการเร่งดำเนินการปฏิรูปโครงสร้างภาษีไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ของรัฐเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องของความเป็นธรรมและความโปร่งใสในระบบเศรษฐกิจโดยรวม ภาษีแบบอัตราเดียว (Single Rate Tax) เป็นแนวคิดที่ช่วยลดความซับซ้อนของระบบภาษี สร้างความชัดเจน ลดช่องโหว่ในการหลีกเลี่ยงภาษีโดยอาศัยกลไกด้านราคา แบบที่เกิดขึ้นตอนไทยตัดสินใจใช้โครงสร้างภาษียาสูบแบบ 2 อัตรา และเกิดการลดราคาไปแข่งขันในตลาดบุหรี่ราคาประหยัดที่มีสัดส่วนภาษีน้อยกว่า ทำให้กระทบกับการจัดเก็บรายได้ของสรรพสามิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้มาตลอดกว่า 10 ปี
นอกจากความเป็นธรรมและประสิทธิภาพแล้ว ความเร่งด่วนในการดำเนินการตามมติ ครม. ถือเป็นประเด็นสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม รายได้จากภาษีคือแหล่งเงินหลักในการขับเคลื่อนประเทศ ทั้งในด้านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การจัดสรรงบประมาณเพื่อการศึกษา สาธารณสุข และการพัฒนาสังคม หากปล่อยให้การปฏิรูปโครงสร้างภาษีล่าช้า รายได้รัฐที่สูญเสียไปจะทวีความรุนแรง สร้างข้อจำกัดต่อศักยภาพการพัฒนาประเทศในระยะยาว
ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกผันผวน การแข่งขันเพื่อดึงดูดการลงทุนต่างประเทศเข้ามาสู่ไทยจึงมีความท้าทายมากขึ้น ระบบภาษีที่มีความโปร่งใสและเป็นธรรมจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ การปรับโครงสร้างภาษีให้ทันสมัยและเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันจึงเป็นภารกิจเร่งด่วนที่รัฐไม่ควรมองข้าม
มติครม. 28 กันยายน 2564 เป็นเสมือนสัญญาณเตือนให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงความจำเป็นในการปฏิรูปโครงสร้างภาษีอย่างจริงจัง การดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วจึงเป็นเงื่อนไขสำคัญในการหยุดยั้งความเสียหายจากรายได้รัฐที่หายไป และสร้างรากฐานที่มั่นคงให้แก่เศรษฐกิจไทยในระยะยาว เมื่อมติครม. ครั้งแรกถูกละเลย แต่ปัญหายังกัดกร่อนรายได้ภาษีไทย มติครม. 16 สิงหาคม 2565 เป็นอีกครั้งที่เห็นชอบให้กระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาภาษียาสูบ ตามมติคณะรัฐมนตรี 28 กันยายน 2564 ตอกย้ำให้เห็นความจำเป็นเร่งด่วนในการอุดรอยรั่วจากปัญหาโครงสร้างภาษียาสูบแบบ2 อัตรา ที่ควรปรับเข้าสู่ระบบอัตราเดียวเสียที
ในโอกาสนี้ ต้องขอชื่นชมกรมสรรพสามิตที่มีความกล้าหาญและมีวิสัยทัศน์ในการเสนอแนวทางภาษียาสูบอัตราเดียวเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีภายในเดือนมกราคม 2569 ซึ่งถือเป็นการเดินหน้าตามมติ ครม. ทั้งสองครั้งที่ผ่านมาอย่างจริงจัง หลังจากที่ข้อเสนอดังกล่าวเคยถูกละเลยและไม่มีการดำเนินการให้เห็นผลเป็นรูปธรรม กระทรวงการคลังและหน่วยงานในสังกัดจึงควรเร่งรัดให้มาตรการนี้บรรลุผลโดยไม่ปล่อยให้เกิดการถ่วงเวลาอีกต่อไป เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชน
ท้ายที่สุดนี้ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรตระหนักถึงความสำคัญของมติ ครม. ทั้ง 2 ครั้งและดำเนินการโดยไม่รอช้า ไม่ปล่อยให้รายได้ภาษีหายไปมากกว่า 7 หมื่นล้านแบบที่เสียไปแล้วขณะนี้ แม้จะมีการยุบสภาฯ แต่รัฐบาลยังคงมีอำนาจเต็มในการบริหารงานโดยเฉพาะการปรับภาษีอัตราเดียวเพื่ออุดรอยรั่วของรายได้รัฐ เพื่อให้ประเทศเดินหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน ประชาชนไทยสมควรได้รับระบบภาษีที่เป็นธรรม โปร่งใส และตอบโจทย์ต่อการพัฒนาประเทศในศตวรรษที่ 21

(คลิป) แกว่งปาก หาเสี้ยน สหรัฐไม่ใช่พ่อน่ะ รังสิมันต์ โรม
อนุทิน ยันไร้นโยบายประชานิยม พร้อมสานต่อ ‘คนละครึ่งพลัส’ เฟส 2 ลั่นดันแลนด์บริดจ์’เต็มสูบ
หนุ่ม ศรราม ควง น้องวีจิ โชว์ความน่ารัก เคลียร์ประเด็นคลิปลูกไม่ให้ กุ้งพลอย จีบ
FAA ประกาศเตือนสายการบิน ใช้ความระมัดระวังระหว่างบินผ่านอเมริกากลาง-ใต้
รวบชายวัย 39 ปี สังหาร มาดามปัท อดีตท้าวแชร์ ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี