วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ในบริบทการเมืองไทยปัจจุบัน คำว่า“พูดแล้วทำ” กลายเป็นสโลแกนที่สำคัญของพรรคภูมิใจไทยที่ประชาชนให้ความคาดหวัง และในวันนี้ เมื่อ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศได้ดำรงตำแหน่งสำคัญอย่างรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังผู้กุมทิศทางเศรษฐกิจไทยไว้ ซึ่งปัญหาที่สำคัญอย่างหนึ่งที่ฉุดรั้งความก้าวหน้าของเศรษฐกิจไทยไว้คือช่องโหว่ด้านโครงสร้างภาษี ที่ไม่ว่าจะเป็นจากการจัดเก็บของสรรพากร สรรพสามิต หรือศุลกากร ที่ยังเปิดช่องให้ภาษีที่ควรจัดเก็บได้รั่วไหลไปตามกาลเวลา และเป็นที่กังขาว่าภารกิจการปรับโครงสร้างภาษีที่ค้างคาของทุกกรมที่ ดร.เอกนิติ คุ้นเคยตั้งแต่สมัยเป็นข้าราชการจะได้รับการแก้ไขเมื่อไหร่
การปรับปรุงโครงสร้างภาษีให้เหมาะสมทันสมัย และมีประสิทธิภาพ ถือเป็นขอบข่ายอำนาจหน้าที่โดยตรงของรัฐบาล ที่แม้ว่าจะอยู่ในช่วงยุบสภาก็สามารถดำเนินการได้ทันที ไม่ควรนิ่งเฉยปล่อยให้เป็นสุญญากาศ เพื่อประโยชน์สาธารณะ ไม่มีภาระผูกพัน และไม่ได้ทำเพื่อหวังผลทางการเลือกตั้ง เช่นเดียวกับกรณีล่าสุดที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติร่างกฎหมายลำดับรองเกี่ยวกับ “ภาษีส่วนเพิ่ม” (Top-up Tax) จำนวน 4 ฉบับ เพื่อเก็บภาษีนิติบุคคลข้ามชาติให้เป็นไปตามแนวทางของสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) และกลุ่มประเทศ G20 ตามที่กรมสรรพากรเสนอ
การขยับตัวของรัฐบาลในเรื่องภาษีนิติบุคคลข้ามชาติ สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลมีอำนาจและมีความมุ่งมั่นในการปรับปรุงระบบภาษีให้เป็นสากล ดังนั้น ในฟากฝั่งของกรมสรรพสามิตที่มีการเสนอปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ให้เป็น “อัตราเดียว” (Single-tier) จึงเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่จะช่วยวางรากฐานเศรษฐกิจใหม่ และอยู่ในขอบข่ายอำนาจที่รัฐบาลสามารถปิดจบได้
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ของภาครัฐให้มั่นคงและเป็นธรรม
ย้อนกลับไปในช่วงที่ ดร.เอกนิติ คุมบังเหียนกรมสรรพสามิต ท่านคือผู้ที่เข้าใจดีที่สุดว่า โครงสร้างภาษีบุหรี่แบบสองอัตรา คือช่องโหว่ที่ทำให้รัฐเสียรายได้และบิดเบือนกลไกสุขภาพ วันนี้ในฐานะ รมว.คลัง ท่านมีอำนาจเต็มที่จะเปลี่ยนจาก “คำพูด” เป็น “การปฏิบัติ” เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสากลที่ย้ำมาตลอดว่าระบบอัตราเดียวช่วยลดสถานการณ์ที่คนหันไปสูบบุหรี่ราคาถูก สร้างความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษี และส่งเสริมให้เป็นไปตามหลักสากลที่ OECD และธนาคารโลก แนะนำ
ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดที่ ดร.เอกนิติสามารถนำมาอ้างอิงได้คือ ฟิลิปปินส์ภายใต้กฎหมาย Sin Tax Reform ซึ่งเปลี่ยนจากระบบภาษีหลายระดับราคามาเป็น “อัตราเดียว” ได้สำเร็จผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือ รายได้เข้ารัฐพุ่งสูงขึ้น ทำให้รัฐบาลมีงบประมาณไปอุดหนุนโครงการสาธารณสุขได้มากขึ้น สุขภาพประชาชนดีขึ้น เพราะราคาบุหรี่ขยับขึ้นอย่างเป็นระบบ ป้องกันการลดภาษีมากระจุกที่บุหรี่ราคาถูกทำให้จำนวนผู้สูบหน้าใหม่ลดลง และที่สำคัญคือความโปร่งใสและตรวจสอบได้ในการจัดเก็บภาษี
การปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่จึงไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลข แต่คือเรื่องของความน่าเชื่อถือ และการใช้อำนาจหน้าที่ของรัฐบาลอย่างถูกต้องเหมาะสม ไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างเสียเปล่า เพื่อสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้เศรษฐกิจและสุขภาพของคนไทยให้ได้ ตามสโลแกน“พูดแล้วทำ”

อย่าดูถูกคนแก่คนจน! พชร์ อานนท์ ฝากประโยคเดียวสะเทือนทั้งโซเชียล
เท้ง ขึ้นรถแห่ขอบคุณชาวบางกะปิ หลังปชน.แลนด์สไลด์กทม. 33 เขต ประชาชนให้กำลังใจสู้ๆ
พ่ายศึกยึดเมืองตรัง! ความเจ็บปวดของ 'โกหน่อ'
ไบรท์ เผยคลิปคุยกับ อนุทิน เฉลยบทสนทนาไม่ใช่เรื่องการเมือง
ทนาย บิ๊กโจ๊ก บุก ปปง. ค้านตั้งกรรมการคู่ขัดแย้ง สอบปมอายัดทรัพย์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี