วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569
ในบริบทการเมืองไทยปัจจุบัน คำว่า“พูดแล้วทำ” กลายเป็นสโลแกนที่สำคัญของพรรคภูมิใจไทยที่ประชาชนให้ความคาดหวัง และในวันนี้ เมื่อ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศได้ดำรงตำแหน่งสำคัญอย่างรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังผู้กุมทิศทางเศรษฐกิจไทยไว้ ซึ่งปัญหาที่สำคัญอย่างหนึ่งที่ฉุดรั้งความก้าวหน้าของเศรษฐกิจไทยไว้คือช่องโหว่ด้านโครงสร้างภาษี ที่ไม่ว่าจะเป็นจากการจัดเก็บของสรรพากร สรรพสามิต หรือศุลกากร ที่ยังเปิดช่องให้ภาษีที่ควรจัดเก็บได้รั่วไหลไปตามกาลเวลา และเป็นที่กังขาว่าภารกิจการปรับโครงสร้างภาษีที่ค้างคาของทุกกรมที่ ดร.เอกนิติ คุ้นเคยตั้งแต่สมัยเป็นข้าราชการจะได้รับการแก้ไขเมื่อไหร่
การปรับปรุงโครงสร้างภาษีให้เหมาะสมทันสมัย และมีประสิทธิภาพ ถือเป็นขอบข่ายอำนาจหน้าที่โดยตรงของรัฐบาล ที่แม้ว่าจะอยู่ในช่วงยุบสภาก็สามารถดำเนินการได้ทันที ไม่ควรนิ่งเฉยปล่อยให้เป็นสุญญากาศ เพื่อประโยชน์สาธารณะ ไม่มีภาระผูกพัน และไม่ได้ทำเพื่อหวังผลทางการเลือกตั้ง เช่นเดียวกับกรณีล่าสุดที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติร่างกฎหมายลำดับรองเกี่ยวกับ “ภาษีส่วนเพิ่ม” (Top-up Tax) จำนวน 4 ฉบับ เพื่อเก็บภาษีนิติบุคคลข้ามชาติให้เป็นไปตามแนวทางของสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) และกลุ่มประเทศ G20 ตามที่กรมสรรพากรเสนอ
การขยับตัวของรัฐบาลในเรื่องภาษีนิติบุคคลข้ามชาติ สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลมีอำนาจและมีความมุ่งมั่นในการปรับปรุงระบบภาษีให้เป็นสากล ดังนั้น ในฟากฝั่งของกรมสรรพสามิตที่มีการเสนอปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ให้เป็น “อัตราเดียว” (Single-tier) จึงเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่จะช่วยวางรากฐานเศรษฐกิจใหม่ และอยู่ในขอบข่ายอำนาจที่รัฐบาลสามารถปิดจบได้
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ของภาครัฐให้มั่นคงและเป็นธรรม
ย้อนกลับไปในช่วงที่ ดร.เอกนิติ คุมบังเหียนกรมสรรพสามิต ท่านคือผู้ที่เข้าใจดีที่สุดว่า โครงสร้างภาษีบุหรี่แบบสองอัตรา คือช่องโหว่ที่ทำให้รัฐเสียรายได้และบิดเบือนกลไกสุขภาพ วันนี้ในฐานะ รมว.คลัง ท่านมีอำนาจเต็มที่จะเปลี่ยนจาก “คำพูด” เป็น “การปฏิบัติ” เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสากลที่ย้ำมาตลอดว่าระบบอัตราเดียวช่วยลดสถานการณ์ที่คนหันไปสูบบุหรี่ราคาถูก สร้างความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษี และส่งเสริมให้เป็นไปตามหลักสากลที่ OECD และธนาคารโลก แนะนำ
ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดที่ ดร.เอกนิติสามารถนำมาอ้างอิงได้คือ ฟิลิปปินส์ภายใต้กฎหมาย Sin Tax Reform ซึ่งเปลี่ยนจากระบบภาษีหลายระดับราคามาเป็น “อัตราเดียว” ได้สำเร็จผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือ รายได้เข้ารัฐพุ่งสูงขึ้น ทำให้รัฐบาลมีงบประมาณไปอุดหนุนโครงการสาธารณสุขได้มากขึ้น สุขภาพประชาชนดีขึ้น เพราะราคาบุหรี่ขยับขึ้นอย่างเป็นระบบ ป้องกันการลดภาษีมากระจุกที่บุหรี่ราคาถูกทำให้จำนวนผู้สูบหน้าใหม่ลดลง และที่สำคัญคือความโปร่งใสและตรวจสอบได้ในการจัดเก็บภาษี
การปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่จึงไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลข แต่คือเรื่องของความน่าเชื่อถือ และการใช้อำนาจหน้าที่ของรัฐบาลอย่างถูกต้องเหมาะสม ไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างเสียเปล่า เพื่อสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้เศรษฐกิจและสุขภาพของคนไทยให้ได้ ตามสโลแกน“พูดแล้วทำ”

'โซแบม ปณิชดา'พาแม่อัพหน้าสวยเหมือนเกิดใหม่ลบตราบาปชีวิตเคยถูกด่าหน้าผี
สงครามตะวันออกกลางปะทุหนัก 5 ชาติยุโรปส่งเครื่องบินรับพลเมืองกลับประเทศ
น.รินี เรืองหนู นั่งนายกสมาคมนักข่าวฯ พร้อมเปิดตัวคณะกรรมการชุดใหม่ปี 2569
ดร.กอบศักดิ์ จับตามาตรการสหรัฐฯ ส่งกองทัพเรือคุ้มกัน เรือบรรทุกน้ำมันผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ
‘กกร.’ผวาสงครามอิหร่านลากยาว ดันราคาพลังงานพุ่ง ฉุดGDPเหลือ1.3%

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี