วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569
รมต.ประจำสำนักสภากัมพูชาเตือนคนไทยว่าอย่าเลือก นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรัฐบาล และขอให้เลือกพรรคประชาชนกับพรรคเพื่อไทย ป้องกันไม่ให้เกิดปะทะกันรอบที่สาม ถือเป็นการตีไพ่โง่ครั้งสุดท้ายของ ฮุนเซน ที่หวังดีประสงค์ร้ายทำลาย พรรคเพื่อไทย-พรรคประชาชน ระหว่างการหาเสียง
คำขู่จากพนมเปญที่ว่าหากเลือกนายอนุทิน ไม่อาจหลีกเลี่ยงการปะทะกันรอบสามได้ ดังนั้น ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในประเทศไทย ควรเลือกพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาชน เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้านกันใหม่
ระดับรัฐมนตรีประจำสำนักสภากัมพูชาไม่สามารถเสียมารยาทอย่างร้ายแรง หากไม่ได้ไฟเขียวจากฮุนเซน ประธานวุฒิสภา ซึ่งเป็นบิดา พลเอกฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรี ฮุนเซน เป็น
ผู้มีอิทธิพลบารมีเหนือทุกสถาบันในกัมพูชา
จึงพูดได้ว่าเฟซบุ๊กของรัฐมนตรีประจำสำนักสภากัมพูชา ได้สร้างความเสียหายต่อคะแนนนิยมพรรคเพื่อไทยในขณะที่พรรคเพื่อไทยพยายามกลบกระแสความสัมพันธ์กับรัฐบาลกัมพูชา ฮุนเซน ดันให้เด็กในคาถา มาตอกย้ำความมีเยื่อใยแบบตัดกันไม่ได้ ขายกันไม่ขาด ที่เลวร้าย คือ ฮุนเซน คิดว่า คนไทยควบคุมได้ เหมือนชาวกัมพูชา ถึงได้ขู่ว่าหากเลือกนายอนุทินต้องเกิดปะทะรอบสาม
คำขู่แบบหมาจนตรอกของกัมพูชา มิได้สร้างความหวั่นไหวให้คนในทางตรงกันข้ามคนไทยอยากให้มีสงครามชายแดนรอบสามไวๆ เพื่อจะได้ทำลายศัตรูให้หมดไปในรุ่นเรา
ในความเป็นจริง ฮุนเซน ตระหนักดีว่า กองทัพกัมพูชาสิ้นสภาพการทำสงครามเต็มรูปแบบกับประเทศไทยไปนานแล้ว แต่ที่เขาปากกล้าขาสั่นอยู่ได้เพราะว่า มีทหารป่าทายาท
รุ่นที่สองเขมรแดงยังคงทำสงครามจรยุทธ์ในป่าตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา
คนไทยรู้มานานแล้วว่ารัฐบาลพรรคประชาชนกัมพูชาของฮุนเซน เคยแทรกแซงการเลือกตั้งในประเทศไทย และสนับสนุนพรรคเพื่อไทยตั้งแต่ ฮุนเซน พูดว่า นโยบายที่เพื่อไทย ใช้หาเสียงนั้นเป็นนโยบายที่ ฮุนเซนคิดให้เพื่อไทยทำ
ประสบการณ์ตรงจากที่เคยถูกจับ ในจังหวัดพระวิหาร กัมพูชา ถ้าจำไม่ผิดวันที่ 24 พฤษภาคม 2554 ช่วงหนึ่งระหว่างการสอบสวน นายทหารผู้ควบคุมการสอบสวนพูดเปรยๆ ขึ้นว่า “เสียดายที่พลเอกชวลิตไม่รวมกับพรรคเพื่อไทย”(เข้าใจว่า เวลานั้นเพื่อไทยพยายามให้พรรคความหวังใหม่รวมเข้าเป็นพรรคเดียวกัน)
ระหว่างการสอบสวนเคร่งเครียดในข้อกล่าวหาว่า เราเป็นสายลับให้รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายทหารกัมพูชา ยังแสดงความห่วงใยและเสียดายที่ พลเอกชวลิตไม่รวมกับพรรค
เพื่อไทย ทำให้ผู้ที่พวกเขากล่าวเป็นสายลับให้นายอภิสิทธิ์ได้ยิน เป็นการยืนยันว่า พรรคประชาชนกัมพูชากับพรรคเพื่อไทยมีความสัมพันธ์ล้ำลึกอย่างไร
ถึงตอนนี้ขอเล่าประสบการณ์ตรงเพื่อความเข้าในเรื่องราว คือ หลังจากรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยุบสภาวันที่3 พฤษภาคม 2554 ผู้เขียนได้รับการว่าจ้างจาก TVone ของอินโดนีเซีย ให้เป็นโปรดิวเซอร์ ทำรายงานพิเศษความขัดแย้งไทย-กัมพูชาที่เกิดปะทะกันสิบสองวัน ในพื้นที่เขาพระวิหารและจังหวัดใกล้เคียง
ทีมงานมีผู้ประกาศข่าวหญิงและช่างภาพชายอินโดเซีย กับเราโปรดิวเซอร์คนไทย ขึ้นไปทำข่าวบนปราสาทพระวิหารจากฝั่งไทยไม่ได้ ทีมงาน Tvone เลยตัดสินใจขอวีซ่าเข้าไปทำข่าวบนปราสาทพระวิหารจากในประเทศกัมพูชา แต่เมื่อทีมงานไปถึงตีนเขาพระวิหาร ทหารเขมรแดงควบคุมพวกเราเข้าไปในค่ายทหาร อยู่ห่างจากทางขึ้นเขาพระวิหารประมาณ 500 เมตร
ในค่ายทหารพวกเราถูกแยกออกจากกัน โดยอินโดนีเซียสองคน เป็นอิสระถ่ายภาพและพูดคุยกับทหารกัมพูชาในค่ายนั้นได้ แต่สำหรับเราคนไทย ถูกทหาร6 นายติดอาวุธครบมือควบคุมระหว่างสอบสวนในห้อง ตั้งแต่เก้าโมงเช้าถึงห้าโมงเย็น
ทหารนำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและน้ำไปให้ชาวอินโดนีเซียทาน เมื่อผู้ประกาศข่าวถามว่าไม่เอาบะหมี่กับน้ำไปโปรดิวเซอร์ทานด้วยหรือ ทหารเขมรแดงตอบว่า“มันเป็นคนไทย เราไม่ให้มันแดก”
เราถูกควบคุมตัวและสอบเครียดอยู่สิบชั่วโมง พร้อมคำขู่ตลอดเวลาว่า รอพาหนะมารับไปพนมเปญ ประมาณ 17.30 น.จู่ๆ ผู้สอบสวน ก็ลุกขึ้นเดินออกจากห้องสอบสวนไปพร้อมกับทหารที่ควบคุม ประมาณ 18.00 น.ผู้ประกาศข่าวเดินเข้ามาบอกว่า “we are free”
ประมาณ 19.00 น. มีรถยนต์เข้าไปรับเราออกจากค่ายทหารเดินทางกลับชายแดนไทย โดยมีทหารเขมรเป็นคนขับ และมีทหารอีกคน ถือปืนอาก้าประกบเรากับช่างภาพในเบาะหลัง ส่วนผู้ประกาศข่าวนั่งคู่คนขับเบาะหน้า
การเดินทางกลับชายแดนไทยเต็มไปด้วยความตึงเครียด เนื่องจากมีด่านหยุดตรวจตลอดทาง และในท่ามกลางความมืด พวกเราไม่รู้ว่าถูกพาตัวไปไหน
มาถึงด่านโอร์เสม็ด ตรงข้าม อ.กาบเชิงของไทยหลังเที่ยงคืนไปแล้ว ที่ด่านชายแดนนายทหารไทยยศร้อยเอกไปเกาะรั้วตาข่ายตะโกนบอก ให้ปล่อยตัวคนไทยทันที ทหารเขมรตอบว่า จะปล่อยคนไทยเดี๋ยวนี้แต่อินโดนีเซียสองคน ต้องรอประทับตราวีซ่าออกนอกประเทศในเวลาทำการวันรุ่งขึ้น
เราบอกทหารไทยว่า เมื่ออินโดนีเซียสองคน ยังออกไปไม่ได้ เราต้องรอออกจากด่านกัมพูชาพร้อมพวกเขา เพราะหลังจากทหารเขมรควบคุมตัวเรา อินโดนีเซียเป็นอิสระสามารถเดินทางกลับชายแดนไทยได้ แต่พวกเขามีสปิริตสูงมาก บอกทหารเขมรว่า เข้ามาสามคนก็ต้องกลับพร้อมกันสามคน หากติดคุกก็ติดด้วยกันทั้งสามคน ในที่สุดพวกเราก็กลับเข้าประเทศไทยพร้อมกันในเช้าวันรุ่งขึ้น
เล่าประสบการณ์เลวร้ายในกัมพูชามายืดยาวเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจว่า 1.รัฐบาลกัมพูชามีความสัมพันธ์อันล้ำลึกกับพรรคเพื่อไทยที่ไม่อาจตัดขาดจากกันได้
2.กัมพูชาเกลียดคนไทย แต่ในเวลาเดียวกัน ฮุนเซนกลัวและเกรงใจเพื่อนบ้านเช่น อินโดนีเซียและมาเลเซีย ถึงกับยอมปล่อยตัวผู้ต้องสงสัยว่าเป็นสายลับรัฐบาลนายอภิสิทธิ์เมื่ออินโดนีเซียขอให้ปล่อยตัว ผู้ประกาศข่าวสาวบอกเราว่า ขณะที่เราถูกควบคุมตัว เธอโทรศัพท์ไปหาทูตอินโดนีเซียประจำกรุงพนมเปญ ขอให้ช่วยเจรจาปล่อยตัวทีมงาน Tvone ที่เป็นคนไทย และทูตอินโดนีเซียก็ทำได้
3.เพื่อเป็นการยืนยันว่า มีค่ายทหารกัมพูชาอยู่ห่างจากทางขึ้นเขาพระวิหารประมาณ 500 เมตร และ 4. เพื่อยืนยันว่า ใกล้ชายแดนไทยเต็มไปด้วยทหารเขมรแดงรุ่นลูกรุ่นหลาน
ดังนั้น การที่รัฐมนตรีประจำสำนักสภากัมพูชา โพสต์เฟซบุ๊ก เตือนให้คนไทยอย่าเลือกนายอนุทิน และขอให้เลือกพรรคเพื่อไทย กับ พรรคประชาชน เพื่อจะได้ฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาลและป้องกันไม่ให้เกิดการปะทะกันรอบสาม จึงคล้ายกับที่ผู้สอบสวนบอกเราว่า “เสียดายพลเอกชวลิตไม่รวมกับพรรคเพื่อไทย(ในการเลือกตั้ง 3 กรกฎาคม 2554)
ทหารเขมรเชื้อสายเวียดนามผู้ทำการสอบสวน เหมือนบอกเรากลายๆ ว่า หากพรรคเพื่อไทยชนะแลนด์สไลด์กัมพูชาสบายใจได้ แต่หากนายอภิสิทธิ์ชนะเลือกตั้ง (2554) ก็ต้องรบกันต่อไป ซึ่งมีความหมายเหมือนกับที่รัฐมนตรีกัมพูชาโพสต์เฟซบุ๊ก เตือนคนไทยอย่าเลือกนายอนุทิน
รัฐบาลกัมพูชาไม่สำเหนียกว่า เฟซบุ๊กฉบับนั้นเป็นการหวังดีประสงค์ร้าย ที่ทำให้ความนิยมพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนดำดิ่งลงไปมากกว่าเดิม
สุทิน วรรณบวร

ศรีสุวรรณ ร้อง ป.ป.ช.สอบ 7 กกต. เข้าข่ายจงใจปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจขัดรธน.หรือไม่
ศาลสั่งจำคุก ปู มัณฑนา 2 ปี ปรับ 6 หมื่น ฐานหมิ่นประมาท ลูกหมี
สภาฯเปิดตั้งรัฐบาลได้ทันที! โสภณ บอกไม่รู้ กล้าธรรมร่วมรัฐบาลหรือไม่
'แอน ทองประสม'รอดู แรงเงา 2006'เชื่อ‘ใบเฟิร์น’ ทำได้ดีแน่นอน
ปรีวิว-ฟันธง!ผีบุกถ้ำสาลิกา-สิงห์ฟัดสิงห์ลุ้นยุโรป

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี