วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569
รมต.ประจำสำนักสภากัมพูชาเตือนคนไทยว่าอย่าเลือก นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรัฐบาล และขอให้เลือกพรรคประชาชนกับพรรคเพื่อไทย ป้องกันไม่ให้เกิดปะทะกันรอบที่สาม ถือเป็นการตีไพ่โง่ครั้งสุดท้ายของ ฮุนเซน ที่หวังดีประสงค์ร้ายทำลาย พรรคเพื่อไทย-พรรคประชาชน ระหว่างการหาเสียง
คำขู่จากพนมเปญที่ว่าหากเลือกนายอนุทิน ไม่อาจหลีกเลี่ยงการปะทะกันรอบสามได้ ดังนั้น ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในประเทศไทย ควรเลือกพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาชน เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้านกันใหม่
ระดับรัฐมนตรีประจำสำนักสภากัมพูชาไม่สามารถเสียมารยาทอย่างร้ายแรง หากไม่ได้ไฟเขียวจากฮุนเซน ประธานวุฒิสภา ซึ่งเป็นบิดา พลเอกฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรี ฮุนเซน เป็น
ผู้มีอิทธิพลบารมีเหนือทุกสถาบันในกัมพูชา
จึงพูดได้ว่าเฟซบุ๊กของรัฐมนตรีประจำสำนักสภากัมพูชา ได้สร้างความเสียหายต่อคะแนนนิยมพรรคเพื่อไทยในขณะที่พรรคเพื่อไทยพยายามกลบกระแสความสัมพันธ์กับรัฐบาลกัมพูชา ฮุนเซน ดันให้เด็กในคาถา มาตอกย้ำความมีเยื่อใยแบบตัดกันไม่ได้ ขายกันไม่ขาด ที่เลวร้าย คือ ฮุนเซน คิดว่า คนไทยควบคุมได้ เหมือนชาวกัมพูชา ถึงได้ขู่ว่าหากเลือกนายอนุทินต้องเกิดปะทะรอบสาม
คำขู่แบบหมาจนตรอกของกัมพูชา มิได้สร้างความหวั่นไหวให้คนในทางตรงกันข้ามคนไทยอยากให้มีสงครามชายแดนรอบสามไวๆ เพื่อจะได้ทำลายศัตรูให้หมดไปในรุ่นเรา
ในความเป็นจริง ฮุนเซน ตระหนักดีว่า กองทัพกัมพูชาสิ้นสภาพการทำสงครามเต็มรูปแบบกับประเทศไทยไปนานแล้ว แต่ที่เขาปากกล้าขาสั่นอยู่ได้เพราะว่า มีทหารป่าทายาท
รุ่นที่สองเขมรแดงยังคงทำสงครามจรยุทธ์ในป่าตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา
คนไทยรู้มานานแล้วว่ารัฐบาลพรรคประชาชนกัมพูชาของฮุนเซน เคยแทรกแซงการเลือกตั้งในประเทศไทย และสนับสนุนพรรคเพื่อไทยตั้งแต่ ฮุนเซน พูดว่า นโยบายที่เพื่อไทย ใช้หาเสียงนั้นเป็นนโยบายที่ ฮุนเซนคิดให้เพื่อไทยทำ
ประสบการณ์ตรงจากที่เคยถูกจับ ในจังหวัดพระวิหาร กัมพูชา ถ้าจำไม่ผิดวันที่ 24 พฤษภาคม 2554 ช่วงหนึ่งระหว่างการสอบสวน นายทหารผู้ควบคุมการสอบสวนพูดเปรยๆ ขึ้นว่า “เสียดายที่พลเอกชวลิตไม่รวมกับพรรคเพื่อไทย”(เข้าใจว่า เวลานั้นเพื่อไทยพยายามให้พรรคความหวังใหม่รวมเข้าเป็นพรรคเดียวกัน)
ระหว่างการสอบสวนเคร่งเครียดในข้อกล่าวหาว่า เราเป็นสายลับให้รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายทหารกัมพูชา ยังแสดงความห่วงใยและเสียดายที่ พลเอกชวลิตไม่รวมกับพรรค
เพื่อไทย ทำให้ผู้ที่พวกเขากล่าวเป็นสายลับให้นายอภิสิทธิ์ได้ยิน เป็นการยืนยันว่า พรรคประชาชนกัมพูชากับพรรคเพื่อไทยมีความสัมพันธ์ล้ำลึกอย่างไร
ถึงตอนนี้ขอเล่าประสบการณ์ตรงเพื่อความเข้าในเรื่องราว คือ หลังจากรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยุบสภาวันที่3 พฤษภาคม 2554 ผู้เขียนได้รับการว่าจ้างจาก TVone ของอินโดนีเซีย ให้เป็นโปรดิวเซอร์ ทำรายงานพิเศษความขัดแย้งไทย-กัมพูชาที่เกิดปะทะกันสิบสองวัน ในพื้นที่เขาพระวิหารและจังหวัดใกล้เคียง
ทีมงานมีผู้ประกาศข่าวหญิงและช่างภาพชายอินโดเซีย กับเราโปรดิวเซอร์คนไทย ขึ้นไปทำข่าวบนปราสาทพระวิหารจากฝั่งไทยไม่ได้ ทีมงาน Tvone เลยตัดสินใจขอวีซ่าเข้าไปทำข่าวบนปราสาทพระวิหารจากในประเทศกัมพูชา แต่เมื่อทีมงานไปถึงตีนเขาพระวิหาร ทหารเขมรแดงควบคุมพวกเราเข้าไปในค่ายทหาร อยู่ห่างจากทางขึ้นเขาพระวิหารประมาณ 500 เมตร
ในค่ายทหารพวกเราถูกแยกออกจากกัน โดยอินโดนีเซียสองคน เป็นอิสระถ่ายภาพและพูดคุยกับทหารกัมพูชาในค่ายนั้นได้ แต่สำหรับเราคนไทย ถูกทหาร6 นายติดอาวุธครบมือควบคุมระหว่างสอบสวนในห้อง ตั้งแต่เก้าโมงเช้าถึงห้าโมงเย็น
ทหารนำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและน้ำไปให้ชาวอินโดนีเซียทาน เมื่อผู้ประกาศข่าวถามว่าไม่เอาบะหมี่กับน้ำไปโปรดิวเซอร์ทานด้วยหรือ ทหารเขมรแดงตอบว่า“มันเป็นคนไทย เราไม่ให้มันแดก”
เราถูกควบคุมตัวและสอบเครียดอยู่สิบชั่วโมง พร้อมคำขู่ตลอดเวลาว่า รอพาหนะมารับไปพนมเปญ ประมาณ 17.30 น.จู่ๆ ผู้สอบสวน ก็ลุกขึ้นเดินออกจากห้องสอบสวนไปพร้อมกับทหารที่ควบคุม ประมาณ 18.00 น.ผู้ประกาศข่าวเดินเข้ามาบอกว่า “we are free”
ประมาณ 19.00 น. มีรถยนต์เข้าไปรับเราออกจากค่ายทหารเดินทางกลับชายแดนไทย โดยมีทหารเขมรเป็นคนขับ และมีทหารอีกคน ถือปืนอาก้าประกบเรากับช่างภาพในเบาะหลัง ส่วนผู้ประกาศข่าวนั่งคู่คนขับเบาะหน้า
การเดินทางกลับชายแดนไทยเต็มไปด้วยความตึงเครียด เนื่องจากมีด่านหยุดตรวจตลอดทาง และในท่ามกลางความมืด พวกเราไม่รู้ว่าถูกพาตัวไปไหน
มาถึงด่านโอร์เสม็ด ตรงข้าม อ.กาบเชิงของไทยหลังเที่ยงคืนไปแล้ว ที่ด่านชายแดนนายทหารไทยยศร้อยเอกไปเกาะรั้วตาข่ายตะโกนบอก ให้ปล่อยตัวคนไทยทันที ทหารเขมรตอบว่า จะปล่อยคนไทยเดี๋ยวนี้แต่อินโดนีเซียสองคน ต้องรอประทับตราวีซ่าออกนอกประเทศในเวลาทำการวันรุ่งขึ้น
เราบอกทหารไทยว่า เมื่ออินโดนีเซียสองคน ยังออกไปไม่ได้ เราต้องรอออกจากด่านกัมพูชาพร้อมพวกเขา เพราะหลังจากทหารเขมรควบคุมตัวเรา อินโดนีเซียเป็นอิสระสามารถเดินทางกลับชายแดนไทยได้ แต่พวกเขามีสปิริตสูงมาก บอกทหารเขมรว่า เข้ามาสามคนก็ต้องกลับพร้อมกันสามคน หากติดคุกก็ติดด้วยกันทั้งสามคน ในที่สุดพวกเราก็กลับเข้าประเทศไทยพร้อมกันในเช้าวันรุ่งขึ้น
เล่าประสบการณ์เลวร้ายในกัมพูชามายืดยาวเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจว่า 1.รัฐบาลกัมพูชามีความสัมพันธ์อันล้ำลึกกับพรรคเพื่อไทยที่ไม่อาจตัดขาดจากกันได้
2.กัมพูชาเกลียดคนไทย แต่ในเวลาเดียวกัน ฮุนเซนกลัวและเกรงใจเพื่อนบ้านเช่น อินโดนีเซียและมาเลเซีย ถึงกับยอมปล่อยตัวผู้ต้องสงสัยว่าเป็นสายลับรัฐบาลนายอภิสิทธิ์เมื่ออินโดนีเซียขอให้ปล่อยตัว ผู้ประกาศข่าวสาวบอกเราว่า ขณะที่เราถูกควบคุมตัว เธอโทรศัพท์ไปหาทูตอินโดนีเซียประจำกรุงพนมเปญ ขอให้ช่วยเจรจาปล่อยตัวทีมงาน Tvone ที่เป็นคนไทย และทูตอินโดนีเซียก็ทำได้
3.เพื่อเป็นการยืนยันว่า มีค่ายทหารกัมพูชาอยู่ห่างจากทางขึ้นเขาพระวิหารประมาณ 500 เมตร และ 4. เพื่อยืนยันว่า ใกล้ชายแดนไทยเต็มไปด้วยทหารเขมรแดงรุ่นลูกรุ่นหลาน
ดังนั้น การที่รัฐมนตรีประจำสำนักสภากัมพูชา โพสต์เฟซบุ๊ก เตือนให้คนไทยอย่าเลือกนายอนุทิน และขอให้เลือกพรรคเพื่อไทย กับ พรรคประชาชน เพื่อจะได้ฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาลและป้องกันไม่ให้เกิดการปะทะกันรอบสาม จึงคล้ายกับที่ผู้สอบสวนบอกเราว่า “เสียดายพลเอกชวลิตไม่รวมกับพรรคเพื่อไทย(ในการเลือกตั้ง 3 กรกฎาคม 2554)
ทหารเขมรเชื้อสายเวียดนามผู้ทำการสอบสวน เหมือนบอกเรากลายๆ ว่า หากพรรคเพื่อไทยชนะแลนด์สไลด์กัมพูชาสบายใจได้ แต่หากนายอภิสิทธิ์ชนะเลือกตั้ง (2554) ก็ต้องรบกันต่อไป ซึ่งมีความหมายเหมือนกับที่รัฐมนตรีกัมพูชาโพสต์เฟซบุ๊ก เตือนคนไทยอย่าเลือกนายอนุทิน
รัฐบาลกัมพูชาไม่สำเหนียกว่า เฟซบุ๊กฉบับนั้นเป็นการหวังดีประสงค์ร้าย ที่ทำให้ความนิยมพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนดำดิ่งลงไปมากกว่าเดิม
สุทิน วรรณบวร

แผ่นดินไหวเมียนมา! ขนาด 5.9 ลึก 10 กม. ห่างเมืองแม่ฮ่องสอน ประมาณ 259 กม.
หวานซ่อนแซ่บ! เบียร์ เดอะวอยซ์ สลัดผ้าสวมบิกินีสีชมพูเว้าสูงปรี๊ด
บีบหัวใจแม่! ลูกสาวเหยื่อเครนมรณะที่โคราช เผยที่สุดท้ายพาแม่ไปไหว้ปู่ศรีสุทโธคำชะโนด
ระทึก! ไฟไหม้ท่อยางน้ำทิ้ง สะพานภูมิพลฯ ฝั่งปู่เจ้าสมิงพราย (มีคลิป)
‘ศุภจี’ นำทัพ ‘ภูมิใจไทย’ หาเสียง ‘ตลาดโชคชัย4’ พ่อค้า-แม่ค้า-ปชช.ให้กำลังใจสานงานต่อ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี