วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569
ทำไมพรรคการเมืองใหญ่ๆ ทุกพรรคแย่งกันออกนโยบายมอมเมาประชาชนด้วยการแจก แจก แจก และแจก แจกแบบสารพัดแจก แจกตั้งแต่อยู่ในท้อง แล้วก็บอกว่าจะแจกไปจนแก่เฒ่า ถามจริงๆ การแจกเงินให้ประชาชนโดยผ่านนโยบายลวงโลกนั้นเป็นเรื่องที่พรรคการเมืองที่สัญญาไว้ มีปัญญาหาเงินไปแจกให้ประชาชนจริงๆ หรือ ทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่มีปัญญาทำได้จริง แต่ก็ยังคงโกหกกันไปเรื่อย ส่วนคนไทยบางกลุ่มบางพวกก็ยังยินดีให้นักการเมืองโกหกซ้ำๆ ซากๆ ทุกวี่ทุกวัน ทั้งๆ ที่ไม่ควรเชื่อคำโกหกของนักการเมือง แต่ก็ยังมีคนไทยยอมให้นักการเมืองโกหก
คนไทยตกเป็นเหยื่อของนักการเมืองที่ใช้นโยบายประชานิยมเป็นตัวล่อลวง โดยคนไทยจำนวนไม่น้อยเชื่อว่านักการเมืองมีปัญญาหาเงินมาแจก ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้วเงินที่นักการเมืองอ้างว่าแจกให้นั้น มันคือเงินภาษีอากรของคนไทย มันไม่ใช่เงินที่นักการเมืองมีปัญญาหามาได้จากความสามารถของเขา เพราะนักการเมืองไทยจำนวนไม่น้อยน่าจะไร้ปัญญาสร้างรายได้เข้าประเทศ เพราะเห็นมาแล้วว่าส่วนมากได้แต่สร้างหนี้สินมหาศาลให้ประเทศ
นโยบายลวงโลกทางการเมืองที่ถูกนักการเมืองไทยใช้มากในช่วงประมาณ 2 ทศวรรษที่ผ่านมาคือนโยบายประชานิยมและก็ต้องกล่าวตรงๆ ว่าทักษิณ ชินวัตร คือนักการเมืองรายหนึ่งที่มอมเมาประชาชนด้วยนโยบายประชานิยม
ในไทยนั้น แต่เดิมนักรัฐศาสตร์ด้านการเมืองการปกครองใช้คำว่านโยบายประชานิยมแบบทับศัพท์ว่าป๊อปปูลิสต์หรือพ็อพพิวลิสม์ (populism) แล้วเปลี่ยนมาใช้คำว่า ประชานิยมในภายหลัง ซึ่งเกิดขึ้นครั้งแรกในเวทีวิชาการ ที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2544 แล้วตั้งแต่นั้น คำว่าประชานิยมก็ใช้กันอย่างแพร่หลายในเชิงการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายทางการเมืองของรัฐบาลทักษิณเป็นหลัก หลังการอภิปรายไม่ถึงสองอาทิตย์ได้ปรากฏคำว่า ประชานิยม เป็นภาษาเขียนครั้งแรกในบทความที่เขียนโดย เกษียร เตชะพีระ ที่ลงในหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2544 ตั้งแต่นั้นมาคำนี้ก็ใช้กันอย่างกว้างขวาง
ทุกวันนี้ เวลาเราดูป้ายโฆษณาชวนเชื่อเพื่อหาเสียง การเมืองจากพรรคต่างๆ ก็จะพบการแจกเงิน แจกสวัสดิการ แจกสารพัดแจก โดยแจกแบบสะบั้นหั่นแหลก โกหกว่าจะแจกทั้ง ๆ ที่ไม่มีวันแจกได้จริง ยกตัวอย่างเรื่องค่ารถไฟฟ้าตลอดสาย 20 บาท เรื่องนี้ถูกใช้เป็นนโยบายโกหกมาแล้วอย่างน้อย 10 กว่าปี โดยคนที่โกหกเรื่องนี้บางรายก็หนีคดีอาญาแผ่นดินไปอยู่ต่างประเทศ แต่ก็ยังมีนักการเมืองรุ่นใหม่ รุ่นปัจจุบันยังกล้าโกหกต่อไปอีก
นโยบายประชานิยมถูกนำมาใช้ดำเนินการเป็นนโยบายอย่างแท้จริงในสมัยรัฐบาลทักษิณในการบริหารราชการแผ่นดินเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทยตั้งแต่ปี 2544 ผ่านนโยบายที่บริหารจัดการให้เงินและผลประโยชน์จากรัฐในรูปแบบต่างๆ ไปถึงมือชาวบ้านอย่างจับต้องได้ เช่น นโยบาย 30 บาท รักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้าน เป็นต้น ซึ่งสร้างคะแนนนิยมกับชาวบ้านอย่างท่วมท้น จนได้รับเลือกเข้ามาให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่ออีกเป็นสมัยที่ 2 ที่ยังคงดำเนินการนโยบายประชานิยมหลายรูปแบบอย่างต่อเนื่อง จึงน่าสนใจที่จะต้องให้รายละเอียดกับโครงการที่ถูกมองว่าเป็นประชานิยม บางรายก็หนีคดีอาญาแผ่นดินไปอยู่ต่างประเทศ แต่ก็ยังมีนักการเมืองรุ่นใหม่ รุ่นปัจจุบันยังกล้าโกหกต่อไปอีก (อ่านเพิ่มเติมจากนโยบายประชานิยม โดยชาติชาย มุกสง)

'โซแบม ปณิชดา'พาแม่อัพหน้าสวยเหมือนเกิดใหม่ลบตราบาปชีวิตเคยถูกด่าหน้าผี
สงครามตะวันออกกลางปะทุหนัก 5 ชาติยุโรปส่งเครื่องบินรับพลเมืองกลับประเทศ
น.รินี เรืองหนู นั่งนายกสมาคมนักข่าวฯ พร้อมเปิดตัวคณะกรรมการชุดใหม่ปี 2569
ดร.กอบศักดิ์ จับตามาตรการสหรัฐฯ ส่งกองทัพเรือคุ้มกัน เรือบรรทุกน้ำมันผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ
‘กกร.’ผวาสงครามอิหร่านลากยาว ดันราคาพลังงานพุ่ง ฉุดGDPเหลือ1.3%

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี