วันพุธ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569
ก็พอจะรู้กันบ้างแล้วว่า เหตุเครนก่อสร้าง รถไฟความเร็วสูง ถล่มทับขบวนรถไฟที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา (14 ม.ค. 2569) และเหตุเครนร่วงหล่นบนถนน พระราม 2 ระหว่างก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 (15 ม.ค. 2569) ใครจะต้องเป็นผู้รับผิด และจะถอดบทเรียนกันอย่างไรอีก เพราะที่ผ่านมามีการถอดบทเรียนหลายหนทั้งเรื่องน้ำท่วม ฝุ่นพิษ ปัญหาการจราจร แต่มันก็เข้าตำราถอดแล้วทิ้ง
วันก่อน นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน แถลงกรณีอุบัติเหตุร้ายแรงจากเครื่องจักรในโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของรัฐ โดยเฉพาะเครื่องเครนมรณะล่าสุด ระบุ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมส่งกำลังใจให้ผู้บาดเจ็บ โดยระบุว่าเหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนถึงช่องว่างในการกำกับดูแล ความปลอดภัยงานก่อสร้าง ของรัฐอย่างชัดเจน ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการทบทวนและแก้ไขอย่างเร่งด่วน พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งชดเชยและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรม
ผู้ตรวจการแผ่นดิน ในฐานะองค์กรอิสระที่มีอำนาจตรวจสอบหน่วยงานรัฐ ได้หยิบยกปัญหานี้มาพิจารณาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอุบัติเหตุบนถนนพระราม 2 (ทางหลวงหมายเลข 35) โดยเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 ได้เคยวินิจฉัยและยื่นข้อเสนอแนะต่อกระทรวงคมนาคมไปแล้ว ดังนี้
กำหนดมาตรการเฉพาะทาง : ให้กำหนดแนวทางความปลอดภัยสำหรับงานก่อสร้างบนที่สูง เพิ่มเติมจากงานทางทั่วไป และบัญญัติเป็นกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับที่ชัดเจน โดยระบุลงในสัญญาจ้างก่อสร้าง ตั้งบอร์ดวิศวกรรม: เสนอจัดตั้ง “คณะกรรมการด้านวิศวกรรมเพื่อความปลอดภัย” ที่เป็นอิสระ เพื่อกำกับดูแลตั้งแต่ขั้นตอนวางแผน ออกแบบ จนถึงการตรวจสอบหลังเกิดเหตุ
ประเด็นสำคัญที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเน้นย้ำคือการเสนอให้กระทรวงคมนาคมร่วมกับกรมบัญชีกลาง (กระทรวงการคลัง) พัฒนา “สมุดพกผู้รับเหมา” ให้เกิดขึ้นจริง โดยมีรายละเอียดดังนี้
ใช้เป็นฐานข้อมูลเปิดเผย (Open Data) ให้หน่วยงานรัฐใช้ตัดสินใจคัดเลือกคู่สัญญา ใช้เป็นกลไกควบคุมและประเมินผลงานผู้รับเหมารวมถึงผู้รับเหมาช่วง (Sub-contractor) ยกระดับเกณฑ์การขึ้นทะเบียนผู้รับเหมาเฉพาะทาง เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพในโครงการก่อสร้างของรัฐ
นายทรงศักย้ำทิ้งท้ายว่า เมื่อเกิด เครนถล่มและความสูญเสียขึ้นแล้ว ข้อเสนอแนะเหล่านี้ต้องไม่เป็นเพียงเอกสารวิชาการ แต่ต้องถูกนำไปปฏิบัติทันทีเพื่อหยุดวงจรความไม่ปลอดภัย โดยผู้ตรวจการแผ่นดินจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
และเตรียมจัดประชุมเร่งด่วนเพื่อตรวจสอบความคืบหน้า เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนจะได้รับความปลอดภัยสูงสุดจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือ นายกฤชนนท์อัยยปัญญา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี รัฐบาลโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย มีคำสั่งให้บอกเลิกสัญญา บริษัท อิตาเลียนไทยฯ ใน 2 โครงการใหญ่ที่เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ทั้งที่กรณีอ.สีคิ้วและถนนพระราม 2ทำให้ต้องตั้งคำถามว่าการกระทำดังกล่าวสะท้อนถึงมาตรฐานที่ลักลั่นและเข้าข่ายการเลือกปฏิบัติหรือไม่ เนื่องจากในกรณีเหตุการณ์ถนนทรุดตัวขนาดใหญ่บริเวณถนนสามเสน หน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2568 ซึ่งเป็นโครงการก่อสร้างที่บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ดำเนินการแต่กลับไม่มีการบังคับใช้มาตรการที่เด็ดขาดเหมือนกัน
อีกทั้งท่าทีของนายอนุทิน ที่ตอบคำถามสื่อมวลชนก็แตกต่างกันเช่น กรณีหลุมยุบเมื่อถูกถามถึงนายอนุทิน กลับยิ้มแล้วเดินออกจากวงสัมภาษณ์แต่กรณีหลังกลับมีท่าทีแข็งกร้าว ทั้งที่สร้างความเสียหายและส่งผลกระทบต่อประชาชนเช่นกัน
ความเห็นของผู้ตรวจการแผ่นดิน และข้อทักท้วงจากโฆษกพรรคเพื่อไทย ก็ต้องทำให้ถูกต้องตามระเบียบราชการอย่าให้ใครมาตำหนิได้ว่ารัฐบาล 2 มาตรฐาน

Iron Chef!! เปิดศึกสายอาจารย์เชฟสุดเฟี้ยวอลหม่าน..โกลาหล “เชฟโน้ต”ท้าวัดพลัง 'เชฟอาร์'
สานฝันสะเทือนวงการ!True Academy Fantasia 2026 ได้ 15 นักล่าฝันภาคอีสาน
'สนามบินภูเก็ต' เลื่อนเปิดรันเวย์เป็น 3 ทุ่ม เหตุเครื่องบินฐานล้อหลุด ทำเคลื่อนย้ายยากต้องใช้เวลา
ปิดรับสมัครตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ยอดผู้สมัครรวม 4 คน
นักร้องร้อยล้านวิว 'น้ำแข็ง ทิพวรรณ'ถ่ายทอดพลังเสียงหลอนในเพลงประกอบภาพยนตร์ 'พระไม้'

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี