วันพุธ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569
เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2567 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยคดียุบพรรคก้าวไกล สืบเนื่องจากถูกร้องว่ากระทำการล้มล้างการปกครองฯ และกระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองฯตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 (พ.ร.ป. พรรคการเมืองฯ) มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (1) (2)
มูลเหตุของคดีสืบเนื่องมาจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567 ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการกระทำของพรรคก้าวไกล ตั้งแต่เสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาในความผิดฐานหมิ่นประมาททั้งระบบ รวมความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ ตามมาตรา 112 การหาเสียง ตลอดจนพฤติการณ์และการแสดงออกที่เกี่ยวข้องกับ มาตรา 112 นั้น เป็นการใช้สิทธิ
หรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครอง ตามรัฐธรรมนูญ 2560มาตรา 49 และมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้อง เลิกการกระทำ เลิกการแสดงความความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น เพื่อให้มีการยกเลิก มาตรา 112 อีกทั้งไม่ให้มีการแก้ไข มาตรา 112ด้วยวิธีการที่ไม่ใช่วิธีการทางกระบวนการนิติบัญญัติโดยชอบที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตด้วย
ทั้งนี้ ในคดียุบพรรค ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคก้าวไกล เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรคที่ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่ 25มีนาคม 2564-31 มกราคม 2567 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีการกระทำอันเป็นเหตุให้ยุบพรรคผู้ถูกร้อง โดยเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคเป็นระยะเวลา 10 ปีนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่ง
และห้ามมิให้ผู้เคยดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคที่ถูกยุบและถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งได้จดทะเบียนพรรคการเมืองขึ้นใหม่ หรือเป็นกรรมการบริหารพรรคหรือมีส่วนร่วมจัดตั้งพรรคการเมืองอีก ภายในกำหนดระยะเวลา 10 ปีนับแต่วันที่พรรคถูกยุบตามพ.ร.ป.พรรคการเมืองฯ มาตรา 94 วรรคสอง
ผลสะเทือนจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนี้นอกจากพรรคก้าวไกลจะต้องถูกยุบก่อนจะแปลงร่าง แปลงกายเป็นพรรคประชาชนในปัจจุบันแล้ว ยังส่งผลให้กรรมการบริหารพรรคจำนวนทั้งสิ้น 11 คน อาทินายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และนายชัยธวัช ตุลาธน ต้องถูกตัดสิทธิการเมืองไป 10 ปีเต็ม
กระนั้น วิบากเวร-วิบากกรรมของพรรคก้าวไกล-พรรคประชาชน ก็ยังไม่มีทีท่าจะสิ้นสุด เพราะดาบต่อมาคือ 44 สส.เดิมของพรรคก้าวไกลกำลังตกอยู่ในสภาพที่อกสั่นขวัญแขวน รอลุ้นการลงมติของป.ป.ช.ในคดี “จริยธรรมร้ายแรง” จากการร่วมกันลงชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งถูกกล่าวหาว่าขัดต่อมาตรฐานจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่
อุปมาอุปไมย คดีนี้ก็เปรียบเสมือนกับว่า ก่อนที่จะมีจุดจบย่อมต้องมีจุดเริ่มต้นก่อน เพราะคดีนี้ต่อยอดมาจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ชี้ว่าการเดินหน้าหาเสียงด้วยนโยบายแก้ไข ม.112 ของพรรคก้าวไกล นั่นคือการล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ก่อนจะต่อยอดโยงไปสู่คดีจริยธรรมดังกล่าว
มีรายงานว่า กระบวนการไต่สวนในชั้นอนุกรรมการของ ป.ป.ช. เสร็จสิ้นแล้ว เหลือแค่ขั้นตอนสุดท้าย รอการบรรจุวาระใส่พานให้กรรมการ ป.ป.ช. ชุดใหญ่ลงมติว่าจะมีมติเช่นใด โดยก่อนหน้านี้ มีการคาดการณ์กันว่า ป.ป.ช.จะลงมติกันในเดือนธันวาคม ปีที่ผ่านมา แต่เงื่อนเวลาก็ขยับออกมาและมีความเป็นไปได้ว่ากระบวนการพิจารณาอาจจะล่วงเลยไปจนถึง เดือนกุมภาพันธ์ 2569
อย่างไรก็ตาม การลงมติจะพิจารณาเป็นรายบุคคลไม่ใช่เหมารวมทั้งหมด น้ำหนักแห่งโทษานุโทษ จะแตกต่างลดหลั่นกันไป ซึ่งหาก ป.ป.ช.มีมติชี้มูลว่าผิดจริยธรรมร้ายแรง ต้องส่งเรื่องให้ศาลฎีกา (แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง) วินิจฉัย ซึ่งจะนำไปสู่โทษตัดสิทธิทางการเมือง หรือถึงขั้นตลอดชีวิตเลยทีเดียวพินิจพิเคราะห์เหตุแห่งความเป็นไปและเป็นมาก่อนที่จะถึงจุดสิ้นสุดของคดีนี้แล้ว มติของป.ป.ช.สามารถออกมาได้หลายรูปแบบขึ้นอยู่กับว่าจะมองกันแบบ “กองเชียร์” หรือ “กองแช่ง”
ฝ่ายกองเชียร์ มองว่า ถูกกลั่นแกล้ง และรอดแน่นอน ขณะที่กองแช่ง ก็ต้องมองว่า ไม่น่ารอด เพราะศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยว่า มีความผิดจนถึงขั้นต้องยุบพรรคมาแล้ว ฉันใดก็ฉันนั้น ขนาดพรรคยังถูกยุบ คนที่ร่วมลงชื่อก็ไม่น่าจะรอดเช่นกัน
แต่ถ้าจะมองกันแบบ “กองกลาง” การที่แกนนำพรรคหลายคน ไม่ลงรับสมัครเลือกตั้งครั้งนี้ ก็เพราะรู้ชะตากรรมตัวเองล่วงหน้าว่า ไม่น่าจะรอด ใช่หรือไม่!!

อธิบดี สกร.ชูบทบาทเทคโนโลยีดิจิทัล-AI ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
ระทึกช่วงค่ำ! ไฟไหม้ รพ.พังงา จนท.เร่งเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ล่าสุดเพลิงสงบแล้ว
วิกฤตพลังงานเดือด IEA อนุมัติปล่อยน้ำมันสำรองมากสุดที่ในประวัติศาสตร์
'อิหร่าน' ยอมรับ ยิงเรือขนส่งสินค้า 'มยุรี นารี' เหตุเรือเพิกเฉยต่อคำสั่ง
ปากีสถานประกาศรัดเข็มขัดขั้นสูงสุด นายกฯแสดงสปิริตงดรับเงินเดือน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี