วันศุกร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569
เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2567 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยคดียุบพรรคก้าวไกล สืบเนื่องจากถูกร้องว่ากระทำการล้มล้างการปกครองฯ และกระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองฯตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 (พ.ร.ป. พรรคการเมืองฯ) มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (1) (2)
มูลเหตุของคดีสืบเนื่องมาจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567 ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการกระทำของพรรคก้าวไกล ตั้งแต่เสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาในความผิดฐานหมิ่นประมาททั้งระบบ รวมความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ ตามมาตรา 112 การหาเสียง ตลอดจนพฤติการณ์และการแสดงออกที่เกี่ยวข้องกับ มาตรา 112 นั้น เป็นการใช้สิทธิ
หรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครอง ตามรัฐธรรมนูญ 2560มาตรา 49 และมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้อง เลิกการกระทำ เลิกการแสดงความความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น เพื่อให้มีการยกเลิก มาตรา 112 อีกทั้งไม่ให้มีการแก้ไข มาตรา 112ด้วยวิธีการที่ไม่ใช่วิธีการทางกระบวนการนิติบัญญัติโดยชอบที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตด้วย
ทั้งนี้ ในคดียุบพรรค ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคก้าวไกล เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรคที่ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่ 25มีนาคม 2564-31 มกราคม 2567 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีการกระทำอันเป็นเหตุให้ยุบพรรคผู้ถูกร้อง โดยเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคเป็นระยะเวลา 10 ปีนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่ง
และห้ามมิให้ผู้เคยดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคที่ถูกยุบและถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งได้จดทะเบียนพรรคการเมืองขึ้นใหม่ หรือเป็นกรรมการบริหารพรรคหรือมีส่วนร่วมจัดตั้งพรรคการเมืองอีก ภายในกำหนดระยะเวลา 10 ปีนับแต่วันที่พรรคถูกยุบตามพ.ร.ป.พรรคการเมืองฯ มาตรา 94 วรรคสอง
ผลสะเทือนจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนี้นอกจากพรรคก้าวไกลจะต้องถูกยุบก่อนจะแปลงร่าง แปลงกายเป็นพรรคประชาชนในปัจจุบันแล้ว ยังส่งผลให้กรรมการบริหารพรรคจำนวนทั้งสิ้น 11 คน อาทินายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และนายชัยธวัช ตุลาธน ต้องถูกตัดสิทธิการเมืองไป 10 ปีเต็ม
กระนั้น วิบากเวร-วิบากกรรมของพรรคก้าวไกล-พรรคประชาชน ก็ยังไม่มีทีท่าจะสิ้นสุด เพราะดาบต่อมาคือ 44 สส.เดิมของพรรคก้าวไกลกำลังตกอยู่ในสภาพที่อกสั่นขวัญแขวน รอลุ้นการลงมติของป.ป.ช.ในคดี “จริยธรรมร้ายแรง” จากการร่วมกันลงชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งถูกกล่าวหาว่าขัดต่อมาตรฐานจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่
อุปมาอุปไมย คดีนี้ก็เปรียบเสมือนกับว่า ก่อนที่จะมีจุดจบย่อมต้องมีจุดเริ่มต้นก่อน เพราะคดีนี้ต่อยอดมาจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ชี้ว่าการเดินหน้าหาเสียงด้วยนโยบายแก้ไข ม.112 ของพรรคก้าวไกล นั่นคือการล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ก่อนจะต่อยอดโยงไปสู่คดีจริยธรรมดังกล่าว
มีรายงานว่า กระบวนการไต่สวนในชั้นอนุกรรมการของ ป.ป.ช. เสร็จสิ้นแล้ว เหลือแค่ขั้นตอนสุดท้าย รอการบรรจุวาระใส่พานให้กรรมการ ป.ป.ช. ชุดใหญ่ลงมติว่าจะมีมติเช่นใด โดยก่อนหน้านี้ มีการคาดการณ์กันว่า ป.ป.ช.จะลงมติกันในเดือนธันวาคม ปีที่ผ่านมา แต่เงื่อนเวลาก็ขยับออกมาและมีความเป็นไปได้ว่ากระบวนการพิจารณาอาจจะล่วงเลยไปจนถึง เดือนกุมภาพันธ์ 2569
อย่างไรก็ตาม การลงมติจะพิจารณาเป็นรายบุคคลไม่ใช่เหมารวมทั้งหมด น้ำหนักแห่งโทษานุโทษ จะแตกต่างลดหลั่นกันไป ซึ่งหาก ป.ป.ช.มีมติชี้มูลว่าผิดจริยธรรมร้ายแรง ต้องส่งเรื่องให้ศาลฎีกา (แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง) วินิจฉัย ซึ่งจะนำไปสู่โทษตัดสิทธิทางการเมือง หรือถึงขั้นตลอดชีวิตเลยทีเดียวพินิจพิเคราะห์เหตุแห่งความเป็นไปและเป็นมาก่อนที่จะถึงจุดสิ้นสุดของคดีนี้แล้ว มติของป.ป.ช.สามารถออกมาได้หลายรูปแบบขึ้นอยู่กับว่าจะมองกันแบบ “กองเชียร์” หรือ “กองแช่ง”
ฝ่ายกองเชียร์ มองว่า ถูกกลั่นแกล้ง และรอดแน่นอน ขณะที่กองแช่ง ก็ต้องมองว่า ไม่น่ารอด เพราะศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยว่า มีความผิดจนถึงขั้นต้องยุบพรรคมาแล้ว ฉันใดก็ฉันนั้น ขนาดพรรคยังถูกยุบ คนที่ร่วมลงชื่อก็ไม่น่าจะรอดเช่นกัน
แต่ถ้าจะมองกันแบบ “กองกลาง” การที่แกนนำพรรคหลายคน ไม่ลงรับสมัครเลือกตั้งครั้งนี้ ก็เพราะรู้ชะตากรรมตัวเองล่วงหน้าว่า ไม่น่าจะรอด ใช่หรือไม่!!

มดดำ คชาภา ลั่น หากพรรคประชาชนมา น็อต วรฤทธิ์ ไม่ต้องมา เพื่อความสบายใจของทุกคน
ไชยาไม่ทน! บุกโรงพักศรีบุญเรือง แจ้งความพี่ชายผู้สมัครพรรคใหญ่ เผยแพร่ข้อมูลเท็จ
สีหศักดิ์ ผลักดันความร่วมมือสากลแก้ไขปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์และการค้ามนุษย์
โซเชียลแห่แชร์ แม่น้อย ดูดวงให้ ทนายแก้ว กลางรายการดัง ผ่านมา 1 ปีเรื่องที่ทักเกิดขึ้นจริง
มหากาพย์ร้านตัดสูท ทนายเป้ง โต้ ทนายแก้ว ใครกันแน่เป็นฝ่ายเสนอเงินจบคดี

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี