วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569
มีพรรคการเมืองหลายพรรคที่นำเสนอเรื่องลวงโลก เพราะหวังจะได้คะแนนเสียงจากคนที่คิดไม่ทัน ไม่ทันคิด และไม่ชอบคิดแล้วก็น่าจะอยู่ในกลุ่มคิดไม่เป็นเสียด้วย เรื่องโกหกสารพัดชนิดจากนักการเมืองที่ถูกเรียกว่านโยบายของพรรค เมื่อเรื่องที่นำเสนอกลายเป็นสิ่งลวงโลกไปเสียแล้ว ก็ต้องบอกว่าพรรคการเมืองที่นำเสนอเรื่องเช่นนั้น ก็คือพรรคฯ ที่เสนอนโยบายลวงโลก
การลวงโลกโดยผ่านนโยบายพรรคฯ มีหลากหลายมากมาย อาทิ โกหกว่าจะแจกเงินให้กับคนกลุ่มต่างๆ โดยผู้ที่ถูกนำไปอ้างว่าจะได้รับเงินแจกก็มีทั้งคนที่ยังไม่คลอดจากท้องมารดา เด็กเกิดใหม่ เด็กนักเรียน คนที่ศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย คนทำงาน คนตกงาน คนแก่คนป่วย คนพิการ เป็นต้น
แต่มีเรื่องหนึ่งที่ถูกวิพากษ์ว่าเข้าข่ายนโยบายปัญญาอ่อน คือ แจกเงินคนละล้านบาท แจกวันละเก้าคน แต่ที่ยังเป็นคำถามคือ จะแจกกี่วัน ส่วนที่อ้างว่าจะแจกทุกวัน จนครบแปดปีนั้น ก็เป็นคำอ้างที่เลื่อนลอยสุดๆ แต่ก็ยังมีคำถามตามมาว่าแล้วแจกอย่างไรจึงจะโปร่งใสไม่กลายเป็นการซื้อเสียง หรือการผลาญเงินแผ่นดินเพื่อพวกพ้องของพรรคการเมืองที่ประกาศแจกเงิน แล้วก็ยังมีคำถามที่ถามกันมากคือจะเอาเงินจากไหนไปแจก ซึ่งก็หนีไม่พ้นการใช้เงินภาษีไปหว่านแจกอยู่ดี
นอกจากนั้นยังมีคำถามไปถึง กกต.(คณะกรรมการการเลือกตั้ง) ว่า อนุมัติให้พรรคเพื่อไทยใช้นโยบายนี้หาเสียงได้แล้วหรือ กกต. ตรวจสอบชัดเจนแน่นอนแล้วหรือยังว่าพรรคเพื่อไทยจะมีปัญญาหาเงินไปใช้แจกได้จริงแล้วจะไม่กลายเป็นการหว่านเงินให้กับพรรคพวกหรือหัวคะแนนของพรรคเพื่อไทยหรือ
การที่พรรคการเมืองไทยจำนวนไม่น้อยกล้าโฆษณาชวนเชื่อว่าจะแจกเงิน แจกสวัสดิการแจกทุนเรียนฟรี แจกงานให้ทำ แจกค่ารักษาพยาบาล ฯลฯ เป็นเพราะเห็นว่าคนไทยส่วนใหญ่ชอบของฟรี และเชื่อว่าจะได้ของฟรี ส่วนคนไทยจำนวนไม่น้อยก็หลงเคลิ้มกับคำว่าของฟรีเพราะเป็นคนที่อยู่กับความเพ้อฝัน จึงหลงเชื่อว่านักการเมืองจะให้ของฟรี ทั้งๆ ที่ไม่เคยมีของฟรีอยู่จริงบนโลกใบนี้ แม้ในหลายต่อหลายครั้งคนที่ได้รับของแจกจะเห็นว่าพวกเขาได้ของฟรี เพราะเขาไม่ต้องเสียเงินซื้อหา แต่กลับไม่เคยคิดว่าของที่ตนได้รับจากการแจกนั้นต้องมาจากการซื้อหา หรือไม่ก็ต้องมีผู้บริจาคให้อีกทอดหนึ่ง ซึ่งผู้บริจาคก็ต้องซื้อต้องหามา เพราะของแจกไม่ได้ตกมาจากฟากฟ้าหรือก้อนเมฆกลางเวหา
พรรคเพื่อไทยมีรากเหง้ามาจากพรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชน เป็นพรรคที่ถูกสาธารณชนวิพากษ์ว่าเน้นการหาเสียงด้วยนโยบายประชานิยม ส่วนคนที่ติดตามประวัติของพรรคนี้มาอย่างใกล้ชิดย่อมทราบดีทุกคนว่าพรรคนี้เป็นของทักษิณ ชินวัตร แม้วันนี้ทักษิณจะดูเสมือนว่ายังต้องขังในคุก แต่ก็ยังส่งหลานของตนไปเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
สาเหตุเพราะทักษิณยังคงมองว่าพรรคเพื่อไทยเป็นสมบัติส่วนตัวของตนเอง แล้วที่สำคัญคือทักษิณยังเชื่อว่ามูลเหตุสำคัญที่ทำให้พรรคของตนเคยได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้นในการเลือกตั้งปี 2548 เป็นเพราะแรงหนุนของนโยบายแจกสารพัดแจกในนามนโยบายประชานิยม ดังนั้น จึงฝันว่าการจะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ก็ต้องเน้นนโยบายประชานิยมอีกเหมือนเคยแต่ถึงแม้ใครต่อใครจะวิพากษ์ว่าเป็นนโยบายประชานิยมสิ้นคิด แต่ผู้ผลักดันนโยบายลวงโลกเช่นนี้ก็ไม่สนใจคำวิพากษ์ และคำท้วงติงใดๆ เพราะหวังเพียงอย่างเดียวคือขอให้ได้เข้าไปเป็นรัฐบาลอีกสักครั้ง เพราะเห็นชัดมาแล้วว่า เมื่อมีอำนาจรัฐก็คือมีเครื่องมือล้างผิดให้ตนเองได้

3 ศิลปินใหม่ค่าย ภายใต้การดูแลโดยทีมผู้บริหารตัวท็อป ‘ก้อง ห้วยไร่’ และ ‘แบงค์–รัฐวิชญ์’ พร้อมด้วย ‘โอม–ปัณฑพล’
กัณวีร์ ไขก๊อกยื่นลาออกพรรคพลวัต ร่ายยาวเหตุผลที่ต้องไป ย้ำไม่เกี่ยวข้องกันอีก
'Gibberish'เพลงฮีลใจจังหวะสนุกจาก KOBE ชวนปลดปล่อยทุกความเจ็บปวด
‘คลังน้ำมัน OR’เตรียมความพร้อมในการรับ-จ่ายอย่างเต็มที่ ยันโปร่งใสตามมาตรฐาน
จากจอสู่รันเวย์ 'กาด-แมทธิว-แฟ้ม'นักแสดง Love Alert ฟาดลุค Iconcraft

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี