วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569
เมื่อวานนี้ ราคาทองคำในตลาดโลกขึ้นไปถึง 5,584 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
ราคาทองคำในประเทศไทยทะลุ 8 หมื่นบาทเป็นครั้งแรก
พุ่งพรวดขึ้นไปวันเดียวถึง 4,000 กว่าบาท (นี่ขนาดเงินบาทแข็งค่า)
โดยเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 29 ม.ค. 2569 ราคาทองคำแท่ง 81,950 บาทส่วนทองรูปพรรณ 82,750 บาท
หลายคนสงสัยว่า ราคาทองคำจะขึ้นไปถึงบาทละ 1 แสนบาทเลยหรือไม่? เมื่อไหร่?
1. เมื่อ 22 พ.ย. 2567 (ปีก่อนโน้น) คอลัมน์กวนน้ำให้ใส เคยให้ข้อมูลไว้ว่า “...ราคาทองคำ ตั้งแต่ต้นปี 2567 พุงทะยานต่อเนื่อง ทำสถิติใหม่...
...ประเมินจากปัจจัยต่างๆ แล้ว มีโอกาสไม่น้อย ที่ปลายปีนี้ (2567) ราคาทองคำ มีโอกาสที่จะขยับขึ้นไปอีก ต่อเนื่องถึงปีหน้า ...สรุปว่าถ้าใครมีเงิน อยากจะซื้อทองคำ ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย ที่จะซื้อเก็บไว้ ยิ่งถ้าใครมีอยู่แล้ว ไม่มีเรื่องจำเป็นต้องขาย ก็ไม่ควรขาย ถือครองไว้ต่อไปได้เพราะทองคำ เป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย มีความมั่นคง สู้กับเงินเฟ้อได้..
...สำหรับปี 2568 YLG คงเป้าหมายทองคำที่ 2,850-3,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์... ขณะที่เป้าหมายของทองคำแท่ง 96.5% ในประเทศ อยู่ที่ระดับ 46,800-49,250 บาทต่อบาททองคำ (ณ อัตราแลกเปลี่ยนที่ระดับ 34.60 บาทต่อดอลลาร์) และอาจจะไปได้ถึง 50,000 บาทต่อบาททองคำ หากอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเคลื่อนไหวใกล้โซน 35.00-35.20 บาทต่อดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม หากเฟดยังเดินหน้านโยบายดอกเบี้ยขาลงอีก 2 ปี ทองคำก็ยังปรับตัวขึ้นได้ต่อในระยะยาว ...คาดว่าราคาทองคำจะไต่ระดับขึ้นจนทำสถิติสูงสุดใหม่ในปี 2568...” -
2. ปีถัดมา เมื่อ 25 ก.ย. 2568 คอลัมน์กวนน้ำให้ใส ก็ย้ำว่า ราคาทองคำจะไปถึง 60,000 บาท
“...ช่วงนี้ สังคมตื่นทอง คือ ตื่นเต้นกับราคาทองคำ ที่ทำสถิติใหม่ราคาพุ่งไปถึงบาทละ 57,000 บาทแล้ว สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์
ถ้าใครซื้อทองคำเมื่อต้นปี แล้วมาขายปัจจุบัน จะได้กำไรบาทละกว่า 14,600 บาท หรือราคาขยับสูงขึ้นไปแล้ว 33% การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงถึง 33% นับว่าไม่ขี้เหร่เลย
... ข้อสงสัยว่า ราคาทองคำในบ้านเรา จะไปถึง 60,000 บาทหรือไม่?เป็นข้อสงสัยที่ไม่เกินความจริง
...ดูแล้ว ราคาทองคำในบ้านเรา มีโอกาสขึ้นไปถึงบาทละ 60,000 บาทไม่น้อยเลยทีเดียว
....อย่างไรก็ตาม การลงทุนมีความเสี่ยง พึงระมัดระวัง พิจารณาอย่างรอบคอบ ก่อนตัดสินใจลงทุน เพราะราคาทองคำรายวันมีขึ้น-มีลง แต่ถ้าดูแนวโน้มราคาทองคำย้อนหลัง ดังที่นำเสนอไว้ จะเห็นว่า ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย และเป็นทรัพย์สินที่มีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ เขาถึงบอกว่า “มีเงินนับเป็นน้อง มีทองนับเป็นพี่”...”
3. หลังจากนี้ ทองคำจะขึ้นไปถึง 1 แสนบาทเมื่อไหร่?
ถามว่า ทองคำในบ้านเราจะขึ้นไปถึง 1 แสนบาท หรือไม่ ?
หมายความว่า ราคาทองคำในตลาดโลกจะขึ้นไปถึง 6,800 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือไม่? (คิดที่ค่าเงินบาท 31 บาทต่อดอลลาร์)
เบื้องต้น ทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยสูง ราคากำหนดจากตลาดโลก
ไม่ใช่ว่ามีคนไปซื้อทองที่ร้านทองในประเทศไทยเยอะๆ แล้วราคาจะขึ้น
ราคาทองคำขึ้น-ลง จากปัจจัยระดับโลก เช่น สถานการณ์ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ความมั่นคง ภูมิรัฐศาสตร์โลก ความเสี่ยงสงคราม ค่าเงิน ฯลฯ
เมื่อธนาคารกลางและนักลงทุนทั่วโลกเร่งสะสมทองคำ เพื่อป้องกันความเสี่ยง ฯลฯ ก็มีผลทำให้ราคาทองคำสูงขึ้น
ช่วงนี้ ราคาทองคำโลกยังคงร้อนแรง เมื่อวาน พุ่งทะยานขึ้นไปจ่อ จะทะลุ 5,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อยู่รอมร่อ
ฮั่วเซ่งเฮง ประเมินว่า ราคาทองคำโลกที่พุ่งขึ้นได้รับแรงหนุนจาก 5 ปัจจัยหลัก ได้แก่
.png)
.png)
“1.ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นพร้อมกันในหลายภูมิภาคของโลก ล้วนเพิ่มแรงกดดันให้นักลงทุนหันมาถือครองทองคำมากขึ้น โดยล่าสุดวานนี้ (28 ม.ค. 2569) เวลา 20.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์บนโซเชียลมีเดีย ระบุว่าขณะนี้กองเรือรบของสหรัฐฯ ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าเมื่อครั้งที่บุกไปเวเนซุเอลา กำลังมุ่งหน้าไปยังตะวันออกกลาง พร้อมทั้งเรียกร้องให้อิหร่านกลับมาพูดคุยบนโต๊ะเจรจา และต้องปลดอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งจะส่งผลดีสําหรับทุกฝ่าย ทั้งยังเตือนว่า หากสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านครั้งนี้ ความเสียหายจะเลวร้ายกว่าที่ผ่านมา
2.ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักของโลกในระยะยาวดัชนีค่าเงินดอลลาร์ (Dollar Index) ร่วงลงแตะระดับ 95.5 ส่งผลให้ความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เริ่มสั่นคลอน เงินทุนจึงไหลเข้าทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ขึ้นกับนโยบายใดๆ และไม่เสื่อมค่าตามดอลลาร์ ขณะเดียวกัน การอ่อนค่าของดอลลาร์ยังส่งผลดีกับสกุลเงินหลักอื่นๆ ของโลก ทั้งปอนด์และยูโรต่างแข็งค่าขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2021 ขณะที่ฟรังก์สวิสแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา
3.เงินทุนไหลเข้ากองทุน ETF ทองคำ เพิ่มขึ้น World Gold Council เปิดเผยข้อมูลว่า ปีนี้เงินทุนยังคงไหลเข้ากองทุน ETF ทองคำ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีการถือครองทองคำสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 4,099.3 ตัน และคาดว่ายังมีโอกาสเพิ่มมากขึ้นได้อีก
4.ธนาคารกลางทั่วโลกเข้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่อง ธนาคารกลางหลายประเทศเร่งสะสมทองคำเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของทุนสำรองระหว่างประเทศ ท่ามกลางความกังวลในเสถียรภาพของค่าเงินดอลลาร์และความผันผวนของตลาดทุนโลก จากรายงานของ World Gold Council พบว่าในช่วงปี 2022–2024 ธนาคารกลางทั่วโลกเข้าซื้อทองคำสุทธิรวมกันมากกว่า 1,000 ตันต่อปี ต่อเนื่องกันถึง 3 ปี ขณะที่ประมาณการปี 2025 บ่งชี้ว่าธนาคารกลางยังคงเดินหน้าซื้อทองคำในระดับที่ใกล้เคียง 1,000 ตันต่อปี
5.ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและสงครามการค้า ที่ผ่านมา มาตรการภาษีตอบโต้การค้า (Reciprocal Tariff) ของประธานาธิบดี โดนัลด์ทรัมป์ สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับระบบเศรษฐกิจและการลงทุนทั่วโลก ล่าสุดทรัมป์ยังขู่ขึ้นภาษีสินค้าทั้งหมดที่แคนาดาส่งออกไปยังสหรัฐฯ ในอัตรา 100% หากแคนาดาทำข้อตกลงการค้ากับจีน รวมทั้งการขู่ขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากเกาหลีใต้จากเดิม 15% เป็น 25% โดยมีสาเหตุมาจากรัฐสภาของเกาหลีใต้ยังไม่ให้การรับรองข้อตกลงการค้าที่ทั้งสองประเทศตกลงร่วมกันก่อนหน้านี้ แม้เวลาต่อมาทรัมป์จะเริ่มส่งสัญญาณเปิดทางเจรจามากขึ้นก็ตาม ในช่วงปลายสัปดาห์ ตลาดยังต้องจับตาความเสี่ยงด้านการเมืองของสหรัฐฯ จากประเด็นการผ่านร่างงบประมาณของสภาคองเกรสชะงักงันและอาจนำไปสู่การเกิดภาวะ Government Shutdown ขึ้นอีกครั้ง”
นอกจากนี้ สถาบันการเงินชั้นนำต่างวิเคราะห์ตรงกันว่า ราคาทองคำมีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งระยะกลางและระยะยาว
Morgan Stanley ธนาคารชั้นนำของอเมริกา ปรับตัวเลขคาดการณ์ราคาทองคำเฉลี่ยของปี 2026 อยู่ที่ระดับ 4,600 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ส่วนเป้าหมายราคาสูงสุดอยู่ที่ระดับ 5,700 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์
ขณะที่ Deutsche Bank ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของเยอรมนี ปรับตัวเลขคาดการณ์ราคาทองคำเฉลี่ยที่ระดับ 6,000 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ส่วนราคาสูงสุดจะขึ้นไปถึงระดับ 6,900 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์
ตอกย้ำว่า ความไม่แน่นอนด้านนโยบาย ค่าเงิน และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ ทำให้ความต้องการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยหลักของนักลงทุนยังคงมีสูงต่อไป
ถามว่า ทองคำในบ้านเราจะขึ้นไปถึง 1 แสนบาท หรือไม่?
ตอบว่า ถ้าสหรัฐเปิดฉากรบกับอิหร่านเมื่อไหร่ เชื่อว่า ราคาทองคำจะพุ่งทะยานทะลุ 1 แสนบาททันที
หรือต่อให้ยังไม่รบ แต่สถานการณ์ตึงเครียดลากยาวต่อไป ราคาทองคำก็อาจจะไต่ทะลุไปถึง 6,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ จากสถานการณ์โลกยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และไม่มีข่าวดีคลี่คลาย
เพราะฉะนั้น มีโอกาสสูงเหมือนกัน ที่ราคาทองคำในไทยจะแตะ 1 แสนบาท(แต่จะทะลุขึ้นไปได้แค่ไหนนั้น ยังไม่อาจประเมินได้แน่ชัด)
อย่างไรก็ตาม ย้ำว่า ราคาทองคำยังคงผันผวนขึ้นลงได้ในช่วงเวลาระหว่างวัน ไม่มีใครรู้แน่ชัด เพราะไม่เช่นนั้นคงรวยกันไปหมดแล้ว
4. ราคาทองคำที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในช่วงนี้ ยังมีผลทำให้มูลค่าของทองคำในทุนสำรองระหว่างประเทศของไทยเรา มีมูลค่าสูงขึ้นมหาศาล
ประเทศไทย มีทองคําเก็บเป็นทุนสํารองอยู่ที่ 234.52 ตัน
คิดเป็นมูลค่าปัจจุบันกว่า 1.25 ล้านล้านบาท!
ขณะเดียวกัน ทองคำจากโครงการของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน“ผ้าป่าช่วยชาติ” ตั้งแต่เมื่อปี พ.ศ. 2541 ระดมทองคำและเงินตราต่างประเทศ เข้าคลังหลวงในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งและทำต่อเนื่องมาโดยคณะศิษย์หลวงตาบัว ก็ได้ทองคำบริจาคเข้าคลังหลวง ผ่านทางแบงก์ชาติรวมแล้วกว่า 13,129 กิโลกรัม หรือ กว่า 13 ตัน
ถ้าคิดมูลค่าปัจจุบัน ทองคำบาทละ 82,000 ก็ตีมูลค่าได้มากกว่า 70,000 ล้านบาท!
อดีตผู้ว่าการ ธปท. ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ เคยกล่าวไว้ว่า“ผมคิดว่าเราเป็นประเทศเดียวในโลก ที่มีความศรัทธา ที่มีการบริจาคเงินและทองคำปริมาณมากเช่นนี้ และเป็นประเทศเดียวในโลก ที่ประชาชนให้ความไว้วางใจธนาคารกลางถึงขั้นที่จะเอาสิ่งบริจาคที่มาจากจิตศรัทธาทั้งหลาย มารวมฝากไว้ที่คลังหลวง”
.png)
.png)
.png)
อดีตผู้ว่าการ ธปท. ยืนยันว่า ทองคำที่ได้รับบริจาคมีการตรวจสอบอย่างรัดกุม มีคณะกรรมการทองคำที่คัดมาเก็บไว้ที่ห้องมั่นคงพิเศษของธนาคารแห่งประเทศไทย และมีการตรวจสอบทองคำอย่างสม่ำเสมอมีการตรวจความเรียบร้อยของทองคำปีละ 2 ครั้ง อีกทั้งยังมีสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินก็จะเข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย ปีละ 1 ครั้ง และมีการสุ่มตรวจทองคำมากกว่า 3 เปอร์เซ็นต์ของทองคำทั้งหมดทุก 5 ปี รวมทั้งประกาศยอดบริจาคทองคำบนเว็บไซต์ธปท.อย่างต่อเนื่อง และงบการเงินก็มีการแสดงชัดเจน มั่นใจได้ว่าทองคำที่ได้รับบริจาคมายังอยู่อย่างปลอดภัย
ประการสำคัญ นอกจากทองคำถูกเก็บอย่างปลอดภัยแล้ว ยังมีกฎหมายที่ชัดเจนในการดูแลและปกป้องทองคำนี้ โดย ธปท.มีการแยกบัญชีอย่างชัดเจน
“บัญชีขอเทียบเคียงเหมือนกับน้ำ 2 ขวด ขวดแรกบัญชีแรกจะเกี่ยวกับกองทุนสำรอง ที่เราใช้ในนโยบายการเงินปกติ บัญชีที่สองดูเรื่องการสำรองเงินตรา โดยทองคำของหลวงตาจะอยู่ในบัญชีที่ 2 ใช้หนุนธนบัตรที่เราออกมาใช้และขวดที่สองนี้ เราก็ซอยเป็นบัญชีย่อยอีก 3 บัญชีโดยทองของหลวงตา จะอยู่ในบัญชีพิเศษ เทียบแล้วอยู่ใต้ขวดในที่ปลอดภัยที่สุด ยืนยันไม่มีการนำทองคำนี้ออกมาใช้ ตามกฎหมายที่ได้เซตไว้ ตราบใดที่กรอบกฎหมายเป็นเช่นนี้มีการแยกบัญชีที่ชัดเจนยังไงก็ปลอดภัย การโยกย้ายไม่สามารถเกิดขึ้นได้” – อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยยืนยัน
สารส้ม

ปิดฉากคดีค้ากาม วิคตอเรียซีเครท ฎีกาคุกป๋าติ๊ก50ปี ชดใช้เงินให้เหยื่อ
‘แมทธิว’ เปิดใจ โคจรพบ ‘แฟ้ม’ ในซีรีส์ Love Alert ครั้งแรกสุดแฮปปี้ถ่ายทอดบท ‘เต๋-ปลายฟ้า’เคมีอบอุ่น
ฟัน‘สุภัทร’ไม่เกี่ยวภท. ‘หนู’ขออย่าโยงมั่ว
ปั้นภาพ หมอฮีโร่โควิด เปลือยตัวตนพรรคส้ม
WONDERFRAME ถ่ายทอดบทสรุปความรักหลากสถานะ ผ่าน ‘ไม่รักก็แค่ไม่รัก (NO STATUS)’

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี