วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
แนวหน้าหนังสือพิมพ์คุณภาพ ทุกบรรทัดคือสาระและข้อเท็จจริง...nnพรรคไหนจะเป็นรัฐบาล พรรคไหนจะเป็นฝ่ายค้าน ใครจะผสมพันธุ์กับใคร?เริ่มจะเห็นเค้าหน้ากันลางๆ แล้ว หลังจากพรรคภูมิใจไทย ส่งเทียบเชิญพรรคเพื่อไทยให้ไปร่วมรัฐบาลด้วย ขณะเดียวกับ ก่อนหน้านี้ก็มีพรรคขนาดเล็ก อาทิ พรรคเศรษฐกิจ และพรรคประชาธิปไตยใหม่ ประกาศให้การสนับสนุนไปแล้ว
...nn สูตรการเมืองที่แน่นอนแล้วตอนนี้ก็คือ สีน้ำเงิน+สีแดง และ+พรรคเล็ก แต่ที่ยังรอลุ้นรอชมกันอยู่ก็คือ สีน้ำเงินจะดึง “สีเขียว-พรรคกล้าธรรม” ซึ่งมี 58 เสียงเข้าไปร่วมด้วยหรือไม่ โดยก่อนหน้าเลือกตั้งมีการประเมินกันว่า พรรคกล้าธรรมจะต้องเป็นตัวแปรได้เป็นรัฐบาลแบบนอนมา แต่ไปๆ มาๆ อะไรที่ว่าชัวร์ๆ ก็เริ่มจะไม่ชัวร์แล้ว
...nn “ผู้กองธรรมนัส” และกล้าธรรม จะถูกดัดหลัง ดีดทิ้งจากสมการการเมืองหรือไม่? นี่คือปริศนาธรรมที่รอมือดีจะเข้าไปตีปัญหาโจทย์ข้อนี้ให้แตก ซึ่งคนที่กุมคำตอบของปริศนาข้อนี้อยู่ในมือก็คือ “เนวิน ชิดชอบ”ผู้นำทางจิตวิญญาณของภูมิใจไทย รวมทั้ง “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย
...nn สมมุติว่า พรรคกล้าธรรมไม่ถูกเขี่ยทิ้ง รัฐบาลผสมหลังการเลือกตั้งปี 2569 ก็จะมีเสียงรวมกันอย่างน้อยๆ ถึง 330 เสียง ซึ่งยังไม่รวมพรรคขนาดเล็กที่กำลังทยอยตบเท้าหนุนภูมิใจไทยอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รัฐบาลภูมิใจไทย ซึ่งในที่นี้คือ “รัฐบาลอนุทิน 2” จะมีฐานเสียงที่มั่นคง แข็งแกร่งยิ่งถ้ารวมเสียงพรรคเล็ก ก็อาจจะได้เสียงรวมถึง 350 เสียงกันเลยทีเดียว
...nnหรือต่อให้ถ้าภูมิใจไทยจะไม่เอา “กล้าธรรม” รัฐบาลก็จะมีเสียงรวมๆเกือบ 300 สามารถตั้งรัฐบาลได้สบายๆ ฉะนั้น พลังของ “ร้อยเอกธรรมนัส”ที่ว่ากันว่า แข็งแกร่ง มีอำนาจต่อรองเยอะ ชี้นิ้วเอากระทรวงไหนก็ได้ ก็อาจจะอ่อนยวบลงไปในบัดดลถ้าเกิดภูมิใจไทยทุบโต๊ะเปรี้ยง คว่ำกระดานประกาศไม่เผาผีกันจริงๆ
...nn แต่ถ้าตรวจสอบความเคลื่อนไหว ซึ่งมีข่าวถูกปล่อยออกมาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันก่อนหน้าที่ภูมิใจไทยจะส่งเทียบเชิญเพียงวันเดียว โดยข่าวดังกล่าว ซึ่งถูกระบุว่าเป็นแหล่งข่าวจากพรรคภูมิใจไทย อ้างว่า “เนื่องจากพรรคได้ว่าที่สส. มาไม่เพียงพอต่อการจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว จึงต้องมีการเจรจากับพรรคการเมืองอื่นๆ เพื่อร่วมจัดตั้งรัฐบาล โดยพรรคภูมิใจไทย ในฐานะพรรคอันดับหนึ่งจะเชิญพรรคลำดับ 2-3-4-5 พบปะพูดคุยถึงแนวทางการจัดตั้งรัฐบาล และเงื่อนไขในการทำงานร่วมกันตามลำดับ.....อย่างไรก็ตาม ขณะนี้พรรคลำดับ 2 ได้แสดงท่าทีต่อสาธารณะแล้วว่าจะไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย ดังนั้น การเจรจาจึงจะเริ่มต้นจากพรรคลำดับที่ 3 คือ พรรคเพื่อไทยจากนั้นก็เป็นพรรคกล้าธรรม และพรรคประชาธิปัตย์ เป็นลำดับสุดท้าย”
...nnทั้งนี้ ถ้าการกล่าวอ้างของแหล่งข่าวตรงกับข้อเท็จจริง เทียบเชิญให้ร่วมรัฐบาลคิวต่อไปก็จะต้องเป็นของ “กล้าธรรม” แต่ถ้าผิดไปจากนี้ก็ต้องแยกย้าย ตัวใครตัวมัน!!
...nn กระนั้น มองกันที่ปัจจุบันกันก่อน นาทีพบปะกันระหว่าง “อนุทิน” กับแกนนำเพื่อไทย นั้น “อนุทิน” แจงว่า ได้ข้อสรุปว่าทางพรรคเพื่อไทยยินดีที่จะสนับสนุนให้พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งเราดำเนินการตามแนวทางที่เราได้วางไทม์ไลน์เอาไว้ว่าถ้าเรามีโอกาสที่จะได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลนั้นเราจะเชิญพรรคเป็นลำดับตามลำดับในการหารือและขอความร่วมมือในการที่จะทำให้ประเทศของเราได้ดำเนินต่อไปด้วยความราบรื่น ด้วยพลังพรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทยเรามองไปข้างหน้าและได้เห็นว่าบุคลากรคุณภาพของทั้งสองพรรคน่าจะมีความสามารถมากเพียงพอที่จะผลักดันและนำพาประเทศไทยไปสู่อนาคตที่ดีมั่นคงแข็งแกร่งและยังยืนเป็นที่คาดหวังของพี่น้องประชาชนได้
...nn อย่างไรก็ดี ในส่วนของ “กล้าธรรม” นั้น หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย อธิบายว่า จะทยอยเชิญเป็นพรรค เราก็ต้องให้เกียรติกับพรรคที่มีจำนวนที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นตามลำดับไป ซึ่งพรรคประชาชน ไม่ขอร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยในการจัดตั้งรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยจึงประสานและหารือกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่ง
...nnตบท้ายสุดสัปดาห์นี้ จนถึงนาทีนี้ก็ยังไม่มีคนกล้าฟันธงแบบโชะๆ ว่า รัฐบาลชุดนี้จะเริ่มต้นนับหนึ่งได้วันไหน เพราะวันๆ มีแต่สารพัดปัญหาผุดขึ้นมา โดยเฉพาะผลการนับคะแนนของกกต. จนถึงปัญหาบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง ซึ่งกกต.กำลังถูกสังคมจับตามองด้วยสายตาสงสัย แต่ถ้าพิจารณาจากไทม์ไลน์เบื้องต้นนั้น กกต.จะต้องประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 95 ของจำนวน สส.ทั้งหมด ภายใน 60 วันนับจากวันเลือกตั้ง หรือประมาณวันที่9 เมษายน 2569 เมื่อ กกต. รับรองผลแล้ว สส. ใหม่ทุกคนจะเริ่มทยอยเข้ารายงานตัวที่รัฐสภาทันที
...nn ขั้นตอนต่อไป หลังจากนั้นก็จะมีการเปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรก เพื่อโหวตเลือกตำแหน่งประธานสภาฯและรองประธานสภาฯ “ประธานสภาผู้แทนราษฎร” และรองประธานสภาฯ ก่อนที่จะบรรจุวาระสำคัญคือ การเลือกบุคคลมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคม โดยแคนดิเดตนายกฯ ที่พรรคการเมืองเสนอชื่อต้องได้รับคะแนนเสียงเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภาเกินกึ่งหนึ่ง เมื่อผ่านขั้นตอนนี้แล้วจะมีการนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของประเทศไทย
...nn และในขั้นตอนสุดท้าย นายกรัฐมนตรีจะฟอร์มทีมคณะรัฐมนตรี โดยครม. ชุดใหม่จะต้องเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณและแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งคาดว่าน่าจะผ่านขั้นตอนนี้ประมาณเดือนมิถุนายน อันถือเป็นการเริ่มต้นบริหารราชการแผ่นดินอย่างเป็นทางการ และสถานะรัฐบาลรักษาการของชุดเดิมก็จะสิ้นสุดลงทันที!!
คชสีห์

วาเลนไทน์สุรินทร์คึกคัก! ดอกทานตะวันมาแรง-ความหมายโดนใจ
ศาลปค.รับคดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง! ทนายธนูยื่น 4 ข้อเสนอ ร้องระงับรับรองผล-ล้างไพ่ใหม่
แนวร่วมมธ.ฯ นัดมวลชน 15 ก.พ. ตั้งเวทีปราศรัยเฉ่ง กกต.ทำงานไร้ประสิทธิภาพ
อนุทิน ขึ้นรถแห่ขอบคุณชาวอยุธยา เลือกภท.แลนด์สไลด์ยกจังหวัด อสม. ตระโกนบอกรัก นายกฯ
รัฐบาลสั่งด่วน! ระดมอากาศยานดับไฟป่าสะแกราช โคราช เร่งคุมสถานการณ์ต่อเนื่อง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี