วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้าหนังสือพิมพ์คุณภาพ ทุกบรรทัดคือสาระและข้อเท็จจริง...nn แล้วถนนการเมืองทุกสายก็เดินทางมาบรรจบกันในวันหย่อนบัตรเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569นี้
...nn อีกอึดใจเล็กๆก็จะได้รู้กันว่า พรรคการเมืองใดจะชนะเลือกตั้ง และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนใดจะเป็นนายกฯ ตัวจริง
...nn ตอกย้ำกันอีกสักนิดสำหรับคนที่ยังไม่รู้ เผื่อกันลืม กันพลาด ที่หน่วยเลือกตั้งตามทะเบียนบ้าน จะได้รับบัตรลงคะแนนทั้งหมด 3 ใบ ประกอบด้วย บัตรเลือก สส. แบบแบ่งเขต (สีเขียว)และ สส. แบบบัญชีรายชื่อ (สีชมพู) และบัตรออกเสียงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ (สีเหลือง)
...nn ทั้งนี้สำหรับการเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อนั้น กกต. ได้วางหลักเกณฑ์การคำนวณสัดส่วนของผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ สส.แบบบัญชีรายชื่อ มีจำนวน 100 คน ที่มาจากบัญชีรายชื่อแต่ละพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อที่พึงจะได้รับ โดยให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
...nn 1.รวมผลคะแนนทั้งหมดที่ทุกพรรคการเมืองได้รับจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อทั้งประเทศ 2.นำคะแนนรวมตาม ข้อ 1 หารด้วย 100 (มาจาก สส.แบบบัญชีรายชื่อมีจำนวน 100 คน) ผลลัพธ์ที่ได้ ถือเป็น “คะแนนเฉลี่ยต่อ สส.แบบบัญชีรายชื่อ 1 คน” 3.นำ “คะแนนเฉลี่ยต่อ สส.แบบบัญชีรายชื่อ 1 คนไปหารคะแนนรวมจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคการเมืองได้รับผลลัพธ์ที่ได้ (เฉพาะส่วนที่เป็นจำนวนเต็ม) คือ “จำนวนสส.แบบบัญชีรายชื่อ ที่พรรคการเมืองนั้นได้รับ” 4.กรณี “จำนวน สส.แบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองนั้นได้รับ” รวมกันทุกพรรค ไม่ครบ 100 คน ให้พรรคการเมืองที่มีผลลัพธ์ที่เป็นเศษ (ไม่มีจำนวนเต็ม) และพรรคการเมืองที่มีเศษหลังการคำนวณตามข้อ 3 พรรคใดมีเศษจำนวนมากที่สุด ให้ได้รับจำนวน สส.แบบบัญชีรายชื่อ อีก 1 คนเรียงตามลำดับ จนกว่าจะมีจำนวน สส.แบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองทั้งหมดได้รับ ครบจำนวน 100 คน ถ้าในลำดับใดมีเศษเท่ากันและจะทำให้จำนวน สส.แบบบัญชีรายชื่อเกิน 100 คน ให้ตัวแทนของพรรคการเมืองที่มีเศษเท่ากันจับสลาก และ 5.ให้ถือผู้สมัครตามบัญชีรายชื่อผู้สมัครของพรรคการเมืองตามจำนวนที่พรรคการเมืองนั้นได้รับตามผลการคำนวณในข้อ 1-4 ได้รับเลือกตั้งเรียงตามลำดับหมายเลขในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นจนครบจำนวน แต่ต้องไม่เกินจำนวนผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองนั้นได้ส่งสมัคร หากได้จำนวน สส.แบบบัญชีรายชื่อไม่ถึง 100 คน ให้ สส.แบบบัญชีรายชื่อประกอบด้วยสมาชิกเท่าที่มีอยู่
...nn สำหรับหลักเกณฑ์การประกาศผลการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 400 เขต 1.ให้ผู้สมัครซึ่งได้รับคะแนนสูงสุด และมีคะแนนสูงกว่าคะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใดเป็นผู้ได้รับเลือกตั้งในกรณีที่มีผู้ได้รับคะแนนสูงสุดเท่ากันหลายคน ให้ใช้วิธีการจับสลาก ซึ่งต้องกระทำต่อหน้าคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด
....nn 2.เขตเลือกตั้งที่ไม่มีผู้สมัครรายใดได้รับคะแนนเสียง มากกว่าคะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งนั้น ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในกรณีเช่นนี้ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการให้มีการรับสมัครผู้สมัครใหม่โดยผู้สมัครเดิมทุกรายไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้งที่จะจัดขึ้นใหม่นั้น
...nn สำหรับการลงประชามตินั้น คำถามคือ “เห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” โดยจะมีบัตรสีเหลืองให้กากบาท 3 คำตอบ ได้แก่ “เห็นชอบ”, “ไม่เห็นชอบ”, หรือ“ไม่แสดงความคิดเห็น”....ทั้งนี้ ความหมายคือ ถ้าตอบเห็นชอบ คือเปิดทางให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ถ้าไม่เห็นชอบ คือไม่สามารถจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้!!
...nn ช่วงเวลาสุกดิบ จะเลือกตั้งกันในวันพรุ่งนี้ เพื่อป้องกันการชี้นำหรือถูกกล่าวหาว่าเลือกข้าง “คชสีห์” จึงของดเขียนเรื่องการเมือง แต่ขอโฟกัสไปที่การลงประชามติ เพราะมีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยกับการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และก็มีอีกฝ่ายหนึ่งที่ไม่เห็นด้วย... “คณะรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย” นำโดย “พิชิต ไชยมงคล” และ “จตุพร พรหมพันธุ์”ออกแถลงการณ์ โดยระบุว่า
...nn หลังจากคณะรัฐมนตรีได้มีมติกำหนดให้วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันออกเสียงประชามติ ในประเด็น “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” คณะกรรมการการเลือกตั้งได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการลงประชามติทำให้เกิดความสับสนในหมู่ประชาชน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ามีพรรคการเมืองและองค์กรบางกลุ่ม รณรงค์ชี้นำให้ประชาชนลงคะแนนเห็นชอบ ผ่านข้อมูลที่กลุ่มมองว่าไม่เป็นความจริง เช่น การกล่าวอ้างว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมาจากรัฐประหาร รวมถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับที่มาของวุฒิสภาและอำนาจขององค์กรอิสระ ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถทำได้เป็นรายมาตรา โดยไม่จำเป็นต้องยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ซึ่งการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ อาจนำไปสู่การแก้ไขหมวดสำคัญได้แก่ หมวด 1 และหมวด 2 ที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบการปกครองและสถานะของสถาบันพระมหากษัตริย์
...nn “คชสีห์” ไม่มีความเห็นเรื่องการลงประชามติ แต่ขอฝากข้อคิดเอาไว้ว่า การทำประชามติต้องใช้งบประมาณครั้งละ 3,000 ล้านบาท ซึ่งถ้าครั้งแรกนี้ผ่านตามกระบวนการต่อไปจะต้องทำประชามติอีก 2 ครั้ง ซึ่งต้องใช้งบอีกถึง 6,000 ล้าน ฉะนั้น ถ้าเห็นชอบว่าจะเอารัฐธรรมนูญฉบับใหม่กันก็เตรียมเงินไว้เลย 6,000 ล้าน ซึ่งยังไม่รู้ด้วยว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะมีโฉมหน้าค่าตาออกมายังไง แต่ถ้าไม่ผ่าน ก็เสียกันแค่ 3 พันล้าน แล้วจบๆ กันไป แล้วถ้าอยากจะแก้ก็แก้เป็นรายมาตราไป!!
คชสีห์

ป.ป.ช.-สวทช.เดินหน้าพัฒนาเครื่องมือประเมิน ITA และ PIT เสริมความโปร่งใสภาครัฐ
รวบ บูม เซียนพระดัง! คดีอนาจารเด็ก 4 ขวบ ตร.แจ้ง 3 ข้อหาหนัก
กระทรวงเกษตรฯ เตรียมความพร้อมพระราชพิธีพืชมงคลฯปี 69 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวงฝั่งเหนือ
สส. 1 ปี บำนาญตลอดชีพ? หมอวรงค์ ลั่นต้องยกเลิก อย่าเบียดเบียนภาษี
CIB รวบหนุ่มบัญชีม้า หลอกโอนเงินเพื่อหารายได้เสริม สูญเงินกว่า 2 ล้าน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี