วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569
นักการเมืองไทยคือสิ่งมีชีวิตชนิดพิเศษจำพวกหนึ่ง แต่ทว่าพิเศษในเชิงประหลาดพิสดาร หรืออาจเข้าข่ายพิลึกพิลั่นก็ว่าได้ เพราะสิ่งมีชีวิตชนิดนี้มักไม่พูดความจริง แต่ที่สาหัสกว่านั้นคือทุจริตคอร์รัปชันเป็นส่วนใหญ่ แล้วยังเสพติดอำนาจรัฐอีกด้วย
แต่ในระบบการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยจะให้ความสำคัญกับการตรวจสอบและถ่วงดุล (check and balance) ระหว่างอำนาจบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ เป็นสำคัญ เพราะถือเป็นปัจจัยสำคัญพื้นฐานของการระงับยับยั้งการใช้อำนาจของแต่ละฝ่ายโดยปราศจากขอบเขต และไร้ความรับผิดชอบ อีกทั้งยังมีความเชื่อว่าเมื่ออำนาจทั้งสามมีการตรวจสอบและถ่วงดุลกันอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว จะทำให้ประชาชนพลเมืองของรัฐมั่นใจว่าการเมืองการปกครองของรัฐนั้นๆ จะดำเนินไปตามครรลองประชาธิปไตยโดยแท้ และยอมรับได้ว่าระบอบประชาธิปไตยของรัฐที่เคร่งครัดในเรื่องนี้เป็นประชาธิปไตยที่มีคุณภาพดี และมีความก้าวหน้าโดยแท้
ในประเทศไทยนั้น เป็นเรื่องยากที่ภาคประชาสังคมจะตรวจสอบนักการเมืองได้ เพราะนักการเมืองมองว่าประชาชนเป็นเบี้ยล่างทางการเมือง เป็นผู้ที่ต้องอาศัยความช่วยเหลือ รอรับความเมตตาจากนักการเมือง เพราะภาคประชาชนยังไม่มีความเข้มแข็งมากพอที่จะตรวจสอบการทำงานของนักการเมืองได้อยู่เป็นรูปธรรม แม้ประชาชนจะรู้ดีว่าจำเป็นต้องตรวจสอบนักการเมืองก็ตาม แต่ก็ไม่มีอำนาจทำได้จริง
การตรวจสอบและถ่วงดุลการใช้อำนาจการเมืองโดยประชาชน เป็นกลไกสำคัญชนิดหนึ่งที่ช่วยให้การเมืองการปกครองสะอาด โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ และยังช่วยกระจายอำนาจอย่างเป็นรูปธรรมอีกด้วย เพราะเป็นกลไกที่ช่วยระงับป้องกันมิให้บุคคลใดๆ ใช้อำนาจแบบเบ็ดเสร็จที่ปราศจากการถูกตรวจสอบ และยังเป็นกลไกที่ช่วยให้สถาบันการเมืองสามารถจำกัดการใช้อำนาจของกันและกันได้อย่างดี โดยในผลสุดท้ายจะนำมาซึ่งการได้ผลประโยชน์ที่เสมอหน้ากันของสมาชิกสังคมทุกกลุ่ม ไม่มีใครได้เปรียบใคร
สำหรับประเทศไทยยังถูกวิพากษ์ว่ามีปัญหาเรื่องการตรวจสอบและถ่วงดุลในการใช้อำนาจอธิปไตย เพราะนักการเมืองไทยคืออุปสรรคสำคัญของการตรวจสอบและถ่วงดุล แต่ที่เห็นได้ชัดคือการที่พรรคการเมืองใดก็ตามได้ครอบครองอำนาจรัฐ มีสถานภาพเป็นรัฐบาลแล้ว ก็จะพยายามขัดขวางการตรวจสอบโดยภาคประชาชน รวมถึงโดยพรรคการเมืองฝ่ายค้านด้วย แต่ที่น่าหนักใจมากคือ พรรคฝ่ายค้านก็ไม่พยายามทำหน้าที่ฝ่ายค้านที่มีประสิทธิภาพ แต่มุ่งหวังจะได้เข้าร่วมรัฐบาล เพราะเห็นว่าได้ผลประโยชน์มากกว่าการเป็นฝ่ายค้าน
เมื่อพูดถึงนักการเมือง ก็จะเข้าใจได้โดยทันทีว่าส่วนใหญ่ต้องการเป็นฝ่ายรัฐบาล ต้องการได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีในกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง เพราะจะได้รับผลประโยชน์โดยไม่ชอบจำนวนมหาศาล แล้วก็จะพบเห็นเป็นประจำว่านักการเมืองซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ มักไม่กล้าคัดค้าน ถ่วงดุล ตรวจสอบรัฐบาล เนื่องจากความเห็นแก่พรรคแก่พวก เช่น เห็นว่ารัฐบาลเป็นนักการเมืองมาจากพรรคเดียวกัน จึงไม่เข้มงวดการตรวจสอบถ่วงดุล
ดังนั้น การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลไทย จึงแทบไม่เคยปรากฏว่าพรรครัฐบาลถูกคว่ำ หรือถูกโค่นจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา เนื่องจาก สส. ที่สังกัดพรรคเดียวกับรัฐบาลไม่กล้ายกมือสนับสนุนการอภิปรายของฝ่ายค้าน แต่ที่สาหัสกว่านั้นคือไม่ว่ารัฐบาลซึ่งเป็นฝ่ายบริหารจะทำงานผิดพลาดมากมายสักเพียงใด สส. ที่เป็นสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลก็จะยังหลับหูหลับตายกมือสนับสนุนให้รัฐบาลผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ทุกครั้งไป
ด้วยเหตุนี้ จึงมีผู้วิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่ต้องหวังว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลจะเป็นกลไกตรวจสอบและถ่วงดุลหรือลงโทษรัฐบาล ซึ่งเป็นฝ่ายบริหารได้ ตราบเท่าที่พรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลยังต้องทำตามคำสั่งของผู้ควบคุมพรรคการเมืองอย่างเคร่งครัด โดยไม่ได้คำนึงถึงเรื่องความผิด ความถูก ความเหมาะ ความควรใดๆ ทั้งสิ้น
เพราะฉะนั้น ข้ออ้างที่พรรคประชาชนมักยกมาอ้างเสมอๆ เพราะไม่ต้องการให้มีศาลรัฐธรรมนูญอีกต่อไป คือ ต้องให้นักการเมืองตรวจสอบกันเอง แต่ขอย้ำว่า เรื่องนี้ไม่สามารถเป็นความจริงได้ในการเมืองไทย เพราะไม่เคยมีพรรคซีกรัฐบาลกล้าตรวจสอบรัฐบาล ต่อให้รัฐบาลทำผิดสาหัสมากมายสักเพียงใดก็ตาม ก็ไม่มีทางที่ สส. พรรครัฐบาลจะกล้ายกมือแสดงความไม่ไว้วางใจรัฐบาล ดังนั้น จึงจำเป็นต้องพึ่งศาลรัฐธรรมนูญต่อไป
ส่วนคำถามที่ว่าแล้วพึ่งพาอาศัยสื่อมวลชนและภาคประชาสังคมในการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจการเมือง ได้หรือไม่ ตอบชัดๆ ว่าพึ่งได้น้อยมาก และมากจนถึงขั้นพึ่งไม่ได้ เพราะสื่อฯ จำนวนไม่น้อยตกอยู่ใต้อำนาจเงินของเจ้าของพรรคการเมือง ส่วนภาคประชาสังคมบางกลุ่มก็มีสภาพเป็นเสมือนมวลชนของพรรคการเมือง แต่เอาเสื้อคลุมของภาคประชาสังคมมาสวมเพื่อตบตาคนที่รู้ไม่ทัน
ขอย้ำว่าการตรวจสอบและถ่วงดุลในระบบการเมือง มีความสำคัญมาก เพราะสามารถใช้ควบคุมหรือจำกัดอำนาจของฝ่ายเสียงข้างมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในกรณีที่รัฐบาลตัดสินใจกระทำการใดๆ โดยไม่คำนึงถึงเสียงคัดค้าน หรือความเห็นต่างของผู้อื่น จึงช่วยให้เสียงข้างน้อย หรือผู้เห็นต่างมีสิทธิ์มีเสียงในการแสดงออกมากขึ้น อันจะทำให้การกำหนดนโยบายสาธารณะใดๆ โดยรัฐบาลต้องผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบโดยแท้จริง และไม่ละเมิดสิทธิใดๆ ของฝ่ายที่เห็นต่าง แต่ทั้งนี้ต้องย้ำว่าการคัดค้านใดๆ ต้องอยู่บนฐานของการคำนึงถึงผลประโยชน์ของสาธารณะโดยแท้ มิใช่ค้านไปเรื่อยๆ ค้านตะพึดตะพือ เพราะต้องการเล่นเกมการเมืองกับฝ่ายรัฐบาล
การที่จะร่วมกันทำให้การปกครองตามระบอบประชาธิปไตยของไทยมีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับประเด็นการตรวจสอบและถ่วงดุลการใช้อำนาจอธิปไตยอย่างเคร่งครัด มีข้อสังเกตที่พบเห็นได้ชัดคือ ในประเทศที่ประชาธิปไตยไม่แข็งแรง แถมยังถดถอยด้วย จะพบว่ารัฐบาลตั้งใจลดทอนกลไกการตรวจสอบอำนาจของฝ่ายบริหาร แล้วใช้อำนาจบริหารอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดตลอดเวลา รวมถึงยังก้าวก่ายแทรกแซงอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการด้วย แล้วยังจงใจลิดรอนสิทธิเสรีภาพประชาชน สื่อมวลชน โดยการบังคับใช้กฎหมายอย่างไม่เป็นธรรมกับฝ่ายที่รัฐบาลมองว่าเป็นปรปักษ์ทางการเมือง
การเมืองไทยจะดีกว่านี้หลายสิบเท่า หากการตรวจสอบและถ่วงดุลทำงานอย่างจริงจัง และเข้มข้น ตัวอย่างเช่น หากฝ่ายนิติบัญญัติตรวจสอบฝ่ายบริหารอย่างจริงจัง ฝ่ายบริหารก็ตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายนิติบัญญัติอย่างเข้มข้น ฝ่ายตุลาการก็ตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายบริหาร และฝ่ายนิติบัญญัติอย่างเข้มงวด เรายังคาดหวังว่าเมืองไทยของเราจะได้เห็นว่ารัฐสภาทำหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายรัฐบาลอย่างเคร่งครัด และที่สำคัญคืออยากเห็นว่าสภานิติบัญญัติพิจารณาผ่านร่างกฎหมายที่มุ่งเน้นประโยชน์ของสาธารณชนอย่างแท้จริง และต้องการเห็นว่าสภานิติบัญญัติตรวจสอบนโยบายพิสดารที่อาจจะเข้าข่ายนโยบายขายชาติโดยรัฐบาลโดยไม่ทำงานแบบลูบหน้าปะจมูกอย่างที่เห็นๆ กันมาโดยตลอด หากเป็นแบบนี้ได้จริง รับรองว่าเมืองไทยของเราเจริญขึ้นอย่างแน่นอน

สพฐ.ถอดบทเรียน O-NET 68 ปลุกพลังเรียนรู้เด็กไทย เดินหน้าลดภาระครูทั่วประเทศ
คลิปหนุ่มตื่นเต้นจับใบดำ-ใบแดง ร่างกายอ่อนปวกเปียก เจ้าหน้าที่ต้องหิ้วปีก สุดท้ายจับได้...
สร้างความเข้าใจประชาคมโลก ไทยจ่อตีแผ่ฐานสแกมเมอร์ ชี้เป็นภัยคุกคามสากล
ทรัมป์โพสต์เดือด อารยธรรมอิหร่านจะล่มสลายในคืนนี้
ดร.มาโนชญ์ ชำแหละทรัมป์ ขู่ทำลายอารยธรรม ทำการเมืองเป็นเรื่องศาสนา

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี