วันอาทิตย์ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2569
สำหรับผู้ที่อ่านหนังสือปรัชญาตะวันตกน่าจะรู้จักชื่อฟรีดริช นีทเช (Friedrich Nietzsche) นักปรัชญาชื่อก้องโลกชาวเยอรมัน และเชื่อว่าคงได้อ่านหนังสือที่เขาเขียนไว้เล่มหนึ่งคือ Gott ist tot หรือภาษาอังกฤษคือ God is dead
นิชเชเขียนหนังสือเล่มนั้นเพราะต้องการบอกคนอ่านว่าพระเจ้า (God) ไม่ได้มีความสำคัญในฐานะผู้ทรงเป็นศูนย์กลางของคุณค่าและศีลธรรมของมวลมนุษยชาติอีกต่อไป เพราะเขาเห็นว่ายุคสมัยใหม่นั้นผู้คนให้ความสำคัญกับวิทยาศาสตร์มากกว่าพระเจ้า
อย่างไรก็ตาม ต้องย้ำว่านิชเชไม่ได้หมายความว่าพระเจ้าตายไปแล้วในเชิงกายภาพ แต่เขาต้องการบอกสังคมว่าพระเจ้าไม่ทรงมีสถานะเป็นรากฐานของศีลธรรมหรือกฎระเบียบของมวลมนุษย์อีกต่อไป โดยเฉพาะในยุคที่คนจำนวนมากให้ความสำคัญกับวิทยาศาสตร์มากกว่าการเห็นคุณค่าของการเข้าโบสถ์เพื่อสวดมนต์อ้อนวอนขอให้พระเจ้าทรงอวยพระพร
แน่นอนว่านิชเชอาจต้องการให้คนทั่วไปเชื่อมั่นในวิทยาศาสตร์มากกว่างมงายอยู่กับการวิงวอนร้องขอความเมตตาจากพระเจ้า แต่นั่นคือแนวคิดของเขา เพราะเขาเองก็ผิดหวังในพระเจ้า เนื่องจากเขาสูญเสียคนที่เขารักในครอบครัวไปหลายคนในเวลาไม่ห่างกันมากนัก แต่ก็ต้องบอกว่าแนวคิดของนิชเชน่าจะใช้ได้ดีสำหรับคนที่ผิดหวังในพระเจ้า แต่ก็ต้องไม่ลืมว่ายังมีคนอีกไม่น้อยที่ยังเชื่อมั่น ศรัทธาในพระเจ้าอย่างมากมาย
การขอจากพระเจ้าอาจจะจำเป็นในบางครั้ง บางเวลา บางโอกาส แต่ก็มิได้หมายความว่าเมื่อขอจากพระเจ้าแล้ว ผู้ร้องขอจะงอมืองอเท้าแล้วเฝ้ารอให้พระเจ้าช่วย โดยที่ผู้ร้องขอไม่พยายามช่วยเหลือตนเองแม้แต่น้อย หากเป็นแบบนี้ก็ต้องรอไปจนตาย ก็ไม่มีวันสมความปรารถนา แต่หากร้องขอพระเจ้าแล้ว ก็พยายามทำให้ดีที่สุดตามกำลังความสามารถของตน ก็ยังมีหวังประสบความสำเร็จได้
ทีนี้กลับมาพูดถึงพรรคการเมืองไทยบ้าง หลายคนบอกมานานแล้วว่าพรรคการเมืองไทยจำนวนไม่น้อยไม่ต่างไปจากรังโจร เพราะเจ้าของพรรค หัวหน้าพรรค และผู้บริหารพรรคจำนวนไม่น้อยมีพฤติกรรมไม่ต่างจากโจร แต่ที่น่าสังเวชยิ่งกว่าคนบางคนก็น่าจะเคยเป็นโจรมาก่อน เพียงแต่เป็นโจรที่ไม่ถูกตำรวจจับ และไม่ถูกศาลสั่งลงโทษ ซึ่งก็น่าจะศึกษาโจรในพรรคการเมืองให้ดีว่า ทำไมบางคนทำผิดสารพัดผิด แต่ไม่ถูกลงโทษโดยกระบวนการกฎหมาย แถมยังมีเสียงวิพากษ์ว่าโจรบางคนยังได้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีอีกด้วย ซึ่งเรื่องนี้เป็นที่ทุเรศทุรังในความรู้สึกและการรับรู้ของคนไทยที่รู้กันดีโดยทั่วไปว่า ในวงการการเมืองของไทยนั้นมีโจรจำนวนไม่น้อยเข้าสังกัดพรรคการเมืองบางพรรค แล้วใช้กลอุบายการเลือกตั้งเป็นเครื่องฟอกขาวเพื่อล้างความสกปรกโสโครกให้ตนเอง ครั้นเมื่อโจรได้สังกัดพรรคการเมืองแล้ว ก็ทำทุกหนทางเพื่อให้ตนเองได้ตำแหน่ง สส. แล้วจากนั้นก็ดันตัวเองให้ขึ้นไปเป็นรัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรี
คนบางคนก่อนจะเข้าวงการการเมืองก็ยังไม่ได้เป็นโจรอย่างเต็มที เพียงแต่บางรายมีพ่อแม่หรือลุงป้าน้าอาเป็นโจรที่อยู่ในพรรคการเมืองมาก่อน เมื่อพ่อแม่ลุงป้าน้าอาไม่สามารถลงแสดงอย่างเปิดเผยบนเวทีการเมืองได้ เนื่องจากติดขัดอุปสรรคบางประการที่เขาไม่สามารถใช้อำนาจหรือใช้เงินขจัดอุปสรรคนั้นๆ ได้ ก็จึงส่งลูกหลานหรือเหล่าขี้ข้าขี้ครอกไปอยู่บนเวทีการเมืองแทน
เมื่อความจริงที่แสนเศร้าของพรรคการเมืองไทยบางพรรคเป็นเช่นนี้ ก็จึงทำให้เกิดคำพูดว่าพรรคการเมืองไทยบางพรรคก็คือซ่องโจร นักการเมืองในพรรคการเมืองโจรก็คือโจรสารพัดชนิด เมื่อเมืองไทยมีโจรตั้งพรรคการเมืองได้ เพราะฉะนั้น จะไปหาสาระอะไรจากพรรคการเมืองโจร เมื่อมันเป็นโจรมันก็จึงมีพฤติกรรมโจร คือทั้งโกงกิน และโกหกหลอกลวงเป็นประจำ โดยไม่สนใจว่าจะมีใครรู้ทันสันดานโจรหรือไม่ เพราะฉะนั้น เวลาดูพรรคการเมืองโจรหาเสียงก็จึงเห็นได้ชัดว่ามันกล้าโกหกแบบหน้าด้านๆ โดยไม่แยแสความจริงแม้แต่น้อย มันกล้าโกหกว่าจะให้โน่นนี่นั่นสารพัดชนิด ทั้งที่มันไม่สามารถทำตามคำโกหกได้ แม้โจรบางคนเคยมีอำนาจรัฐมาแล้ว แล้วได้โกหกไปแล้วหลายครั้ง แต่มันก็ไม่เคยทำสิ่งที่โกหกให้เป็นจริงได้แม้แต่ครั้งเดียว ยกเว้นโกงเงินของประเทศไปเรื่อยๆ แล้วนำเงินที่โกงจากประเทศได้ไปหว่านแจกให้ผู้คนบ้างในบางโอกาสเท่านั้น
ขอยกข้อเขียนจาก วินทร์ เลียววาริณ เจ้าของรางวัลซีไรต์ และศิลปินแห่งชาติ มาเล่าสู่กันฟัง ดังนี้
ถาม อะไรคือข้อแตกต่างระหว่างนักการเมืองกับโจร
ตอบ โจรไม่ต้องอธิบายหลักการ
ถาม การเมืองไทยต่างจากลิเกยังไง
ตอบ ลิเกมีวันจบ การเมืองเล่นไปเรื่อยๆ
ถาม เราจะรู้ได้ยังไงว่าพรรคไหนรักษาสัญญา
ตอบ ผมถามคนทำป้ายหาเสียงแล้ว พบว่าทุกรายจ่ายสดก่อนทำป้าย
ถาม หลังเลือกตั้ง คนไทยมีหวังหรือไม่
ตอบ มีซีครับ มีหวังตาย มีหวังโดนหลอก มีหวังโดนโกง มีหวังโดนกิน มีหวังเป็นรัฐล้มเหลว
ถาม บ้านเรามีพรรคการเมืองเยอะมาก ดีหรือไม่ดี
ตอบ ก็เหมือนร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ราคาถูก มีอาหารให้เลือกเยอะ แต่ทุกจานไม่มีสารอาหาร มีแต่ผงชูรส
ถาม การเมืองไทยเหมือนละครแบบไหน
ตอบ เหมือนละครตบจูบ ตบกันก่อนเลือกตั้ง จูบกันหลังเลือกตั้ง
ถาม ทำไมการเมืองไทยน้ำเน่าเหมือนละครรีเมก บทเดิม นักแสดงคนเดิม
ตอบ ถามกลับ แล้วทำไมคนดูยังดูต่อไปเหมือนเดิม
ถาม นักการเมืองต้องมีคุณสมบัติอะไร
ตอบ สามารถเชื่อในสิ่งที่ตนโกหก
ถาม นักการเมืองของเราหลายคนเก่งระดับซูเปอร์แมน พวกเขากลัวอะไรบ้างไหม
ตอบ กลัวซูเปอร์จี
ถาม ทำไมนักการเมืองหลายคนชอบเที่ยวอาบอบนวด
ตอบ พวกเขาไปฝึกการพายเรือในอ่าง
ถาม ทำไมนักการเมืองชอบให้ประเทศกู้เงิน
ตอบ เพราะคนใช้หนี้คือคุณ และลูกคุณ และหลานคุณ
ถาม ทำไมเรามีพรรคการเมืองมากมายหลายสิบพรรค ทำไมมีไม่กี่พรรคแบบประเทศที่เจริญแล้วไม่ได้
ตอบ มีน้อยก็ได้ แต่มันไม่สนุกไง เราคนไทยทำอะไรต้องสนุก ต้องครึกครื้น เฮฮา
ถาม พรรคเยอะอย่างนี้ จำเลขไม่ได้ ลำบากนะ
ตอบ ทีซื้อลอตเตอรี่ ยังซื้อได้ เลขแค่หลักสองหลัก ทำเป็นบ่น
ถาม การเลือกตั้งก็คือการซื้อลอตเตอร่ีหรือ
ตอบ ใช่ คนสมัครวัดดวง คนเลือกก็วัดดวง ประเทศก็วัดดวง
และท้ายที่สุด คนซื้อถูกกินตลอด
ถาม ทำไมช่วงนี้มีคนยกมือไหว้ผมตลอด
ตอบ ก่อนเลือกตั้งเขาไหว้คุณ หลังเลือกตั้งคุณไหว้เขา
ถาม เขาซื้อเสียงกันทีละเท่าไร
ตอบ โห! เดี๋ยวนี้เขาซื้อกันเป็นทีแล้วหรือเห็นแต่ก่อนซื้อกันเป็นคนคน
ถาม เลือกพรรคกระยาจกดีกว่ามั้ย
ตอบ ไม่ต้องประชด ไม่ต้องเลือกหรอก ยังไงคุณก็จะได้เป็นกระยาจกอยู่แล้ว
ถาม เมื่อไรประชาชนจะเป็นใหญ่จริงๆ
ตอบ ask what stupid

จอย ศิริลักษณ์ เปิดใจครั้งแรก หลังซุ่มแต่งงานเงียบ เล่าเส้นทางรักครั้งแรก 28 ปีเป็นรักแรกและรักเดียว
ลิซ่า ทำถึง! ปรากฎตัวในชุดคัสตอมจากรองเท้ากีฬา สมมงแฟชั่นไอคอนระดับโลก
เดี๋ยวนี้เปลี๋ยนไป๋! ปิยบุตร สวน เต้น เป็นตุเป็นตะ ปม ปชน.เจอคดี ชนะไม่ได้ตั้งรัฐบาล
อีสานโพล เผย พรรคประชาชน ครองใจคนอีสานอันดับ 1 ตามด้วยเพื่อไทย-ภูมิใจไทย
ทบ. แจง 3 ปม ซัดกัมพูชา หยุดกล่าวเท็จ ยันไทยปฏิบัติภารกิจอยู่ในเขตอธิปไตยไทย

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี