วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
ถามชัดๆ ตรงประเด็น คุณเห็นว่าทหารของไทยกับพรรคประชาชน อะไรมีคุณประโยชน์ต่อประเทศไทยมากกว่ากัน
แต่ถามแบบนี้ ก็มีคนโต้ว่า ทำไมเอาพรรคประชาชนไปเทียบกับทหารของไทย มันเทียบกันไม่ได้เลยแม้แต่น้อย เพราะประเทศไทยไม่จำเป็นต้องมีพรรคประชาชน แต่ประเทศไทยขาดทหารไม่ได้
แน่นอนว่าพรรคการเมืองกับทหารเป็นเรื่องที่ไม่ควรจะเอาไปเปรียบเทียบกัน เพราะมันทำหน้าที่คนละอย่างกัน แต่ก็ต้องย้ำว่าขออนุญาตนำไปเปรียบเทียบเพื่อตั้งคำถาม เพราะต้องการรู้จริงๆ ว่าพรรคประชาชนกับทหารของไทย อะไรมีคุณค่าต่อประเทศไทยมากกว่ากัน แม้คำถามนี้จะถูกวิพากษ์ว่า ถามได้โง่มาก เพราะคำตอบมันชัดเจนอยู่แล้ว แต่ก็ย้ำว่าต้องขอถามจริงๆ เพราะทุกวันนี้คนไทยเห็นชัดแล้วว่า พรรคประชาชน หรือตั้งแต่อดีตคือพรรคอนาคตใหม่ แล้วมาเป็นพรรคก้าวไกล เขาไม่ปลื้มกับการมีทหาร เขาบอกตรงๆ ชัดๆ ว่ามีทหารไทยไปก็เท่านั้นไม่เกิดประโยชน์ รบกับใครก็แพ้
มันนับเป็นความเลวร้ายอย่างที่สุดที่พรรคการเมืองแสดงความโง่เขลาด้วยการถามว่ามีทหารไปทำไม ย้ำว่ามันเป็นความโง่เขลาอย่างที่สุดกับการตั้งคำถามโง่ๆ แบบนี้ การที่นักการเมืองแสดงความโง่แบบนี้ ก็ทำให้ต้องตั้งคำถามต่อไปว่า หากเรามีพรรคการเมืองโง่เสียแล้ว การเมืองของไทยจะดีได้อย่างไร
แน่นอนว่า การมีนักการเมืองทั้งโง่ ทั้งโกงก็ยิ่งทำให้ประเทศไทยพบกับความวิบัติได้ง่ายขึ้น เพราะตัวทำลายประเทศคือนักการเมืองโง่และโกง ส่วนทหารนั้นจำเป็นต้องมี ย้ำว่าจำเป็นต้องมี เพราะหากประเทศไร้ทหาร ก็หมายความว่าเสี่ยงต่อการถูกรุกราน แล้วก็ต้องย้ำว่าไม่มีประเทศไหนบนโลกใบนี้ไม่มีทหาร แต่ก็จะมีคนบางจำพวกอ้างว่าประเทศบางประเทศไม่มีทหาร แต่ก็ต้องบอกว่า เขาก็ใช้ตำรวจทำหน้าที่แทนทหาร แล้วก็มีบางประเทศที่ใช้ทหารของประเทศอื่นดูแลความมั่นคงให้กับตนเอง ส่วนทำไมบางประเทศไม่มีทหารเป็นของตนเอง ก็ต้องไปดูเบื้องหลังกันเป็นกรณีต่อกรณีไป เช่น ญี่ปุ่นอ้างว่าไม่มีทหาร แต่เขามีกองกำลังดูแลป้องกันประเทศ แล้วเขาก็มีกองทัพอเมริกันเป็นผู้ดูแลความมั่นคงให้ เพราะญี่ปุ่นถูกสหรัฐฯ บังคับไว้ว่าห้ามมีทหาร เพราะสหรัฐฯ กลัวว่าญี่ปุ่นจะใช้กองทัพเป็นเครื่องมือในการสร้างสงครามอีก แต่ก็ประหลาดที่สหรัฐฯ ห้ามญี่ปุ่นมีทหาร แต่สหรัฐฯ มีทหารเสียเอง แถมยังทุ่มเงินงบประมาณให้กับกองทัพจำนวนมหาศาล
จีน รัสเซีย อินเดียก็มีทหาร แม้ประเทศเล็กๆ อย่างสิงคโปร์ก็มีทหาร แต่พรรคประชาชนบอกว่าไม่จำเป็นต้องมีทหาร แบบนี้ถ้าไม่เรียกว่าโง่ ก็ไม่รู้จะเรียกอะไรแล้ว และนี่ไม่ใช่โง่ธรรมดา แต่โง่บัดซบ ไม่น่าเชื่อว่าคนที่อุตส่าห์เรียนหนังสือหนังหามาแล้วเข้าไปสังกัดพรรคประชาชนจะโง่เขลาเรื่องนี้ได้ถึงเพียงนี้ โดยเฉพาะแกนนำพรรคประชาชนที่อุตส่าห์ไปเรียนที่อเมริกา แต่ยังกล้าถามว่ามีทหารไปทำไม ก็ต้องย้ำว่าหากไม่โง่ได้ที่ ก็ไม่มีวันถามคำถามโง่ๆ แบบนี้ได้
นับเป็นความวิบัติอันเกิดจากความปากพล่อยของแกนนำพรรคสีส้ม โดยเฉพาะพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคสีส้ม ซึ่งถูกสังคมวิพากษ์ว่าเป็นผู้ที่กระสันจะได้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจนขนลุก ถึงกับกล้าเขียนเรื่องตลก The Almost Prime Minister ซึ่งแปลได้ชัดๆ ว่ายังไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี (แต่ในใจความลึกๆ คือกระสันจะเป็นนายกรัฐมนตรีให้จงได้) อันที่จริง การได้เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ มันมีองค์ประกอบมากมาย ไม่ได้แค่เพียงได้ สส. 151 คน แล้วจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ก็อาจจะเป็นก็ได้ หากสภาผู้แทนราษฎรมี สส. ทั้งสภาเพียง 180 คน แบบนี้ก็ไม่ใครเถียงว่าพิธาจะเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้
แต่ช้าก่อน ใจเย็นก่อน พิธาไม่รู้จริงๆ หรือว่าสภาผู้แทนฯ ไทยมี 500 ที่นั่ง แล้วในเมื่อเธอได้ สส. 151 เสียง เธอเพ้อว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีได้อย่างไร ถ้าย้ำว่าเพ้อเพราะอะไร
ยกตัวอย่างเปรียบเทียบ สมมุติว่าเธอเป็นผู้ชาย แล้วเมื่อถึงวันเธอกระสันอยากมีเมีย แล้วเธอมั่นใจหรือว่าผู้หญิงทุกคนที่เธอหมายปองนั้น เขาอยากเป็นเมียของเธอ เธอจะอ้างว่าฉันเป็นผู้ชายแล้วเธอจะเพ้อว่าเธอจะเอาใครไปเป็นเมียเธอก็ได้อย่างนั้นหรือ come on man! ตั้งสติหน่อย ตั้งสติด้วย
ย้อนกลับไปที่ข้ออ้างได้ สส. 151 เสียง แล้วต้องได้เป็นนายกรัฐมนตรี เรื่องแบบนี้ถ้าไม่โง่บริสุทธิ์ ต้องไม่อ้างเช่นนั้น เพราะต้องไม่ลืมว่าสภาฯ มีจำนวน สส. ทั้งหมด 500 ที่นั่ง เธอได้เพียง 1 ใน 3 ของ สส. ทั้งสภาฯ แล้วเหตุไฉนเธอเพ้อว่าเธอจะต้องเป็นนายกรัฐมนตรี อันที่จริงเธอ เมื่อเธอกระสันถึงเพียงนั้น ก็ประกาศตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยไปโดยลำพังก็แล้วกัน นี่ไงเล่า จึงได้บอกว่าเธอยังละอ่อนเกมการเมืองมากเหลือเกิน เธอไม่รู้หรือว่าการจะตั้งรัฐบาลผสมนั้น ไม่ได้หมายความว่าใครต่อใครเขาต้องการผสมพันธ์ุการเมืองกับพรรคของเธอ ทั้งๆ ที่พรรคของเธอป่าวประกาศว่า ไม่เอามาตรา 112 ซึ่งการไม่เอามาตราดังกล่าวก็เท่ากับเธอประกาศตัวชัดเจนว่าเธอไม่เอาพระมหากษัตริย์ อย่าลืมว่ามาตรา 112 มีไว้เพื่อถวายความดูแลอารักขาพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ แต่เมื่อพรรคการเมืองของเธอจงใจเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ แล้วเธอคิดหรือว่าจะไม่มีใครอยากเข้าร่วมขบวนการเซาะกร่อนบ่อนทำลายร่วมกันกับเธอ เธอน่าจะรู้ว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยยังต้องการสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะคนไทยรู้ดีว่าสถาบันพระมหากษัตริย์มีคุณค่า มีคุณประโยชน์ต่อสังคมไทย และคนไทยมากกว่าพรรคประชาชน และพรรคการเมืองอื่นๆ อีกหลายพรรค และตอนนี้เธอน่าจะสำเหนียกเรื่องนี้ดีขึ้นแล้วใช่ไหม
ย้อนกลับไปอีกที ไปที่เรื่องมีทหารไปทำไม มีไปก็รบกับใครไม่ชนะ ซึ่งก็ต้องบอกว่าเป็นความซวยมหาซวยของพรรคประชาชน เพราะหลังจากกัมพูชาจงใจรุกรานไทย จนทำให้ทหารไทยต้องปกป้องอธิปไตยของชาติ แล้วรุกรบจนได้ชัยชนะเหนือทหารกัมพูชา ก็จึงทำให้คนไทยประจักษ์ว่าทหารไทยมีประโยชน์กว่าพรรคประชาชน แล้วรู้ชัดด้วยว่าพรรคประชาชนจงใจดูหมิ่นเหยียดหยามทหารไทย
แต่ความซวยที่ซ้อนซ้ำที่บังเกิดกับพรรคประชาชนคือ สส. และผู้สมัคร สส. ของพรรคสีส้มถูกออกหมายจับคดีฟอกเงินยาเสพติด และคดีบ่อนพนันออนไลน์ โดยถูกออกหมายจับไปแล้วสองราย และน่าจะถูกออกหมายจับอีกในเร็วๆนี้อีก 2-4 ราย (ตามคำบอกเล่าของคนในพรรคประชาชน และ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์)
เมื่อพรรคสีส้มประกาศตัวแบบโฆษณาชวนเชื่อไว้มาก ยกตนข่มท่านไว้เยอะแยะจนจำไม่หวาดไม่ไหว แล้วเมื่อบังเกิดเรื่องเลวๆ ทรามๆ กับตัวเอง ก็จึงทำให้พรรคต้องประสบปัญหาซวยซ้ำซวยซ้อนไม่รู้จบ ก็ต้องย้ำว่าไม่มีใครทำตัวของเขา แต่เป็นเพราะเขาทำตัวเอง
กลับไปที่ประเด็นสุดท้าย คุณตอบได้หรือยังว่า ทหารไทยมีไว้ทำไม ทหารไทยรบกับใคร ก็แพ้เขาทั้งหมด จริงไหม แล้วก็ต้องถามทิ้งท้ายว่าหากไม่มีทหาร พรรคสีส้มจะมีปัญญารักษาอธิปไตยของไทยไว้หรือไม่ เพราะฉะนั้น คงตอบได้ชัดเจนแล้วว่า พรรคสีส้มกับทหารอะไรดีกับประเทศไทยมากกว่ากัน

(คลิป) แกว่งปาก หาเสี้ยน สหรัฐไม่ใช่พ่อน่ะ รังสิมันต์ โรม
อนุทิน ยันไร้นโยบายประชานิยม พร้อมสานต่อ ‘คนละครึ่งพลัส’ เฟส 2 ลั่นดันแลนด์บริดจ์’เต็มสูบ
หนุ่ม ศรราม ควง น้องวีจิ โชว์ความน่ารัก เคลียร์ประเด็นคลิปลูกไม่ให้ กุ้งพลอย จีบ
FAA ประกาศเตือนสายการบิน ใช้ความระมัดระวังระหว่างบินผ่านอเมริกากลาง-ใต้
รวบชายวัย 39 ปี สังหาร มาดามปัท อดีตท้าวแชร์ ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี