วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569
โลกเดือดร้อน เพราะไฟสงครามในตะวันออกกลาง ประเทศไทยของเราก็ได้รับผลกระทบด้วย
การปิดช่องแคบฮอร์มุซ การยิงถล่มโรงน้ำมัน โรงก๊าซรอบอ่าวอาหรับ ทำให้เกิดวิกฤตพลังงานโลกทันที
คนไทยเจอกับตัวแล้ว ก็คือน้ำมันขาดปั๊ม คนแห่เติม รอแถวยาวเหยียด แถมเอาภาชนะมากรอกเติมกันด้วย ทำให้มีปริมาณความต้องการซื้อน้ำมันมาเพิ่มขึ้นกว่าช่วงปกติฉับพลัน ผสมโรงกับรถบรรทุกภาคธรกิจอุตสาหกรรมพากันไปเติมหน้าปั๊มด้วย เพราะปั๊มได้รับอุดหนุนจากกองทุนน้ำมันฯ ทำให้ราคาถูกกว่าที่คลังน้ำมัน ก็ยิ่งทำให้น้ำมันหมดปั๊มเร็วขึ้น ระบบขนส่งน้ำมันจากคลังมาเติมไม่ทัน
หลังจากนี้ จะมีคลื่นผลกระทบแบบใดมาอีกบ้าง?
1. เตรียมรับคลื่นผลกระทบ 5 ลูก
คุณ Gloyta Goi Nathalang ให้มุมมองและคำอธิบายไว้อย่างน่าสนใจ ระบุว่า
“..หลายคนคงมีคำถามในใจว่าสงครามในตะวันออกกลางจะจบเมื่อไหร่ คำตอบคงไม่มีใครตอบได้
แต่สิ่งที่เห็นชัด คือ ผลกระทบที่เริ่มเกิดขึ้นแล้ว ช่วงนี้หลายประเทศต้องใช้มาตรการตรึงราคาพลังงานเพื่อประคองสถานการณ์
ขณะเดียวกัน ในหลายพื้นที่เราก็ได้เห็นภาพคนไปเติมน้ำมันมากกว่าปกติ หรือเริ่มซื้อของเผื่อไว้ล่วงหน้า ซึ่งสะท้อนว่าความกังวลเริ่มเกิดขึ้นจริง
ผลกระทบที่ตามมาจากสถานการณ์ทรัมป์ฟาดงวงฟาดงา เปรียบเสมือนคลื่นสารพัดลูกที่กำลังก่อตัวในมหาสมุทร เท่าที่นึกออกก็มีหลายลูกอยู่
คลื่นลูกที่ 1 คือ เรื่องพลังงาน
ตอนนี้กระทบแล้ว และไม่ได้อยู่แค่เรื่องราคา แต่เป็นเรื่องที่การนำเข้าน้ำมันดิบไม่เป็นตามแผน เรือบางลำยังออกไม่ได้ บางลำต้องจอดรออยู่ในพื้นที่เสี่ยง ทำให้สินค้าไม่มาตามกำหนด
โรงกลั่นที่ต้องใช้น้ำมันดิบเหล่านี้จึงเริ่มมีปัญหา วัตถุดิบเข้ามาไม่ตรงเวลา การวางแผนการผลิตเริ่มสะดุด
ภาพที่เกิดขึ้นคือไม่ใช่ว่าไม่มีน้ำมัน มีน่ะมีอยู่ แต่ระบบเอามาใช้ไม่ได้ตามจังหวะ หรือถ้าเอาจากแหล่งอื่นมาได้ ก็ไม่ตรงกับสเปกการกลั่น
และยิ่งเรือจอดรอนาน ความเสี่ยงก็ยิ่งเพิ่มขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
โดยในช่วงที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ขึ้นไปแตะมากกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2022
ขณะเดียวกัน อุปทานน้ำมันโลกประมาณ 10-15% ยังคงติดค้างอยู่ และมีเรือบรรทุกน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันมากกว่า 100 ลำ ยังคงอยู่ในอ่าว ทำให้โรงกลั่นในหลายประเทศ รวมถึงในเอเชีย ต้องเริ่มปรับลดกำลังการกลั่นลงในช่วงประมาณ 5–15%
คลื่นลูกที่ 2 คือภาคการผลิต
เริ่มได้รับผลกระทบต่อเนื่อง โรงงานจำนวนมากพึ่งพาวัตถุดิบและเชื้อเพลิงจากตะวันออกกลาง เมื่อของเข้ามาไม่ตรงเวลา ก็ต้องชะลอการผลิต หรือเดินเครื่องไม่เต็มกำลัง
ขณะเดียวกัน ภาคเกษตรที่ต้องใช้ปุ๋ยนำเข้า ก็เริ่มได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดด้านการขนส่ง ซึ่งจะไปกระทบต่อปริมาณผลผลิตในระยะถัดไป
ในภาพใหญ่ ภูมิภาคอ่าวไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะน้ำมัน แต่เป็นฐานของวัตถุดิบสำคัญของโลก ไม่ว่าจะเป็นยูเรีย อะลูมิเนียม ฮีเลียม และอื่นๆ อีกมาก รวมถึงเป็นแหล่งวัตถุดิบปิโตรเคมีสำคัญ โดยเฉพาะนาฟทาที่อุตสาหกรรมในเอเชียพึ่งพาในสัดส่วนสูง
เมื่อการส่งออกสะดุด จึงเริ่มเห็นผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังอุตสาหกรรมปลายน้ำ เช่น พลาสติก บรรจุภัณฑ์ สิ่งทอ ไปจนถึงชิ้นส่วนอุตสาหกรรมต่างๆ
และในบางกรณีถึงขั้นไม่สามารถส่งมอบสินค้าได้ตามสัญญา
และที่สำคัญ ภาคการเกษตร อู่ข้าวอู่น้ำ จะได้รับผลกระทบจากการพึ่งพาปุ๋ย
คลื่นลูกที่ 3 คือราคาสินค้า
จะเริ่มขยับตามมา ต้นทุนพลังงาน วัตถุดิบ และการขนส่งที่เพิ่มขึ้น จะค่อยๆ ส่งผ่านไปยังราคาสินค้า
จากที่เคยดูเหมือนยังควบคุมได้ ก็จะเริ่มเห็นการปรับขึ้นทีละส่วน
และหากความกังวลเพิ่มขึ้น ก็มีโอกาสเห็นพฤติกรรมการกักตุนมากขึ้น ซึ่งจะยิ่งทำให้สถานการณ์ตึงตัวเร็วขึ้น
โดยในบางวัตถุดิบเริ่มเห็นสัญญาณแล้ว เช่น ราคาอะลูมิเนียมที่ปรับขึ้นมาอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบหลายปี
.png)
คลื่นลูกที่ 4 คือเงินเฟ้อและค่าครองชีพ
โดยเฉพาะค่าไฟ ซึ่งโยงกับ LNG ที่ต้องนำเข้าจากกาตาร์ หากนำเข้าได้ยากขึ้นหรือมีต้นทุนสูงขึ้น ค่าไฟก็มีแนวโน้มจะปรับขึ้นตาม
แม้ภาครัฐจะพยายามตรึงราคา แต่ก็ไม่สามารถทำได้ตลอด
หากยืดเยื้อ ภาระจะค่อยๆ ถูกส่งต่อไปยังภาคธุรกิจและประชาชนมากขึ้น
คลื่นลูกที่ 5 คือภาคเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับการเดินทาง การค้า และบริการ
เริ่มได้รับผลกระทบตามมา ทั้งภาคการท่องเที่ยว การขนส่ง และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
จากข้อจำกัดด้านน่านฟ้าและความกังวลด้านความปลอดภัย ทำให้เส้นทางการบินบางส่วนต้องปรับหรือยกเลิก
ขณะที่ต้นทุนการเดินทางเพิ่มขึ้นตามราคาพลังงาน ส่งผลให้ความต้องการเดินทางในบางเส้นทางเริ่มชะลอลง
และกระทบต่อธุรกิจที่พึ่งพาการเคลื่อนย้ายของคนและสินค้าในวงกว้าง
รวมถึงภาคโลจิสติกส์และการค้าระหว่างประเทศที่ต้องเผชิญทั้งต้นทุนที่สูงขึ้นและระยะเวลาที่ไม่แน่นอน...”
2. ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า เศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงขยายตัวต่ำกว่า 1.9% จากผลกระทบสงครามอิหร่าน
หากราคาน้ำมันยืนสูงเป็นเวลานาน ความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพราะกระทบต้นทุนโลจิสติกส์ ต้นทุนชีวิต
กรณีที่เป็นไปได้มากที่สุด
หากช่องแคบฮอร์มุซปิดนาน 1-3 เดือน และราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มยืนเหนือระดับ 100 เหรียญสหรัฐ ต่อบาร์เรล ในช่วง 1-3 เดือน
ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเฉลี่ยทั้งปี 2569 อยู่ที่ 75 – 90 เหรียญสหรัฐ ต่อบาร์เรล
มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในกรอบ 0.2-0.7% ต่อ GDP
ในขณะที่เงินเฟ้อยังอยู่ในกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 3.0%
ในกรณีเลวร้าย
หากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยืนเหนือระดับ 130 เหรียญสหรัฐ ต่อบาร์เรลนานเกิน 3 เดือน
เงินเฟ้อทั่วไปคาดว่าจะหลุดกรอบบนของเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 3%
ในขณะที่ GDP ทั้งปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตใกล้เคียง 0%
3. ค่าเงิน เพิ่มแรงกดดันผลกระทบ
นายบุรินทร์ อดุลวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ และ Chief Economist บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ประเมินว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังผลักดันให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง โดยเฉพาะหลังการปิดเส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ ตั้งแต่การขาดแคลนวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ไปจนถึงแรงกดดันต่อราคาอาหารโลกในระยะต่อไป
นอกจากนี้ สถานการณ์ดังกล่าวยังกระทบต่อการค้าและการคมนาคมขนส่งทางอากาศในภูมิภาคอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้จำนวนเที่ยวบินลดลงและต้นทุนการเดินทางเพิ่มสูงขึ้น
ขณะที่ในมิติการเงิน ค่าเงินดอลลาร์ฯ ที่แข็งค่าขึ้นสวนทางกับสกุลเงินเอเชีย โดยเฉพาะไทยซึ่งพึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูง ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดทุนค่าเงินบาท
และส่งผลกระทบกับจีดีพีโลกและของไทย ในขณะที่ อัตราเงินเฟ้อเร่งสูงขึ้นส่งผลให้ความเสี่ยงของการเกิด Stagflation เพิ่มขึ้น
4. ผลกระทบต่อการส่งออกของรถยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ของไทย
ดร.รุจิพันธ์ อัสสะรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ย้ำถึงผลกระทบต่อการส่งออกของรถยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ของไทยที่มีบทบาทสูงต่อการส่งออกรวมทั้งประเทศ โดยตะวันออกกลางเป็นตลาดนำเข้ารถยนต์ที่สำคัญของไทยคิดเป็นราวร้อยละ 20 ของปริมาณส่งออกรถยนต์ไทยทั้งหมด
ผลกระทบส่วนใหญ่จะเป็นรถปิกอัพซึ่งมีสัดส่วนราวร้อยละ 60 และคาดว่าการส่งออกไปตลาดดังกล่าวจะลดลงราว 15,000 คันต่อเดือน
เมื่อรวมผลจากการขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ของเม็กซิโก การแข่งขันกับรถยนต์จากจีนและการยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมของคู่ค้า คาดว่าปริมาณส่งออกรถยนต์ไทยสู่ตลาดโลกในปี 2569 จะหดตัวราวร้อยละ 8.1
นอกจากนี้ สงครามอิหร่านคาดว่าจะทำให้อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไทยเผชิญภาวะต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น
โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบและเคมีภัณฑ์ ซึ่งมีสัดส่วนราว 1 ใน 4 ของต้นทุนทั้งหมด
พร้อมทั้งกดดันค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Spending) ของโลก ให้ขยายตัวลดลงราวร้อยละ 1 เมื่อเทียบกับกรณีไม่มีสงคราม
อย่างไรก็ดี การลงทุนด้าน AI และ Data Center ทั่วโลกยังคงสนับสนุนการส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ของไทย
ส่งผลให้ในปี 2569 คาดว่าจะเติบโตที่ร้อยละ 11.5 ชะลอลงจากที่เติบโตสูงถึงร้อยละ 38.3 ในปีก่อนหน้า
5. ผลกระทบการท่องเที่ยว
นางสาวเกวลิน หวังพิชญสุข รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจำกัด ระบุว่า ประเมินจำนวนนักท่องเที่ยวตลาดระยะไกลจะลดลงกว่า 1 ล้านคนจากคาดการณ์ทั้งปีเดิม
คิดเป็นเม็ดเงินที่สูญเสียไปราว 8 หมื่นล้านบาท สำหรับธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว
นอกจากนี้ ธุรกิจเอสเอ็มอีที่พึ่งพาการใช้พลังงาน การขนส่ง ปุ๋ย พลาสติก ในสัดส่วนสูง ได้แก่ กลุ่มขนส่ง การผลิต ประมง เกษตร ร้านอาหาร เป็นต้น จะได้รับผลกระทบมากจากต้นทุนที่สูงและอัตรากำไรที่ลดลง
สรุป เมื่อโลกเดือดร้อน เพราะไฟสงครามในตะวันออกกลาง ประเทศไทยของเราก็ได้รับผลกระทบด้วย
คนไทยเรา ย่อมได้รับผลกระทบไปด้วย อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หลายประเทศสถานการณ์หนักกว่าประเทศไทย ราคาน้ำมันภายในประเทศพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าไทยมากอย่างเทียบกันไม่ได้
อย่ามัวแต่เล่นการเมือง ดิสเครดิตรัฐบาล หวังผลต่อสู้แย่งชิงทางการเมือง เหมือนไก่จิกตีกันในเข่งรอให้คนเอาไปเชือด ในขณะที่รัฐบาลชุดใหม่กำลังตั้งไข่กันอยู่เลย
สารส้ม

‘เอฟ’เปิดใจหลังคว้าแชมป์! ‘รอนนี่’รับสุดทึ่งฟอร์มสอยคิวไทย
เช็กเลย! พยากรณ์อากาศ 24 ชม.ข้างหน้า ทั่วไทยอากาศร้อน กทม.สูงสุด 36 องศาฯ
สะเทือนวงการเซียนพระ เพจดัง แฉ คนดัง ตัวย่อ บ. ล่วงละเมิดทางเพศเด็กชายวัย 4 ขวบ
ตำรวจไซเบอร์เตือนภัย มิจฉาชีพมามุกปล่อยกู้ไวเว่อร์ทางโซเชียล ใครหลงเชื่อระวังหมดตัว
'เอฟ'สุดยอด! กดแม็กซิมั่มเบรคโค่น'รอนนี่'คว้าแชมป์เวิลด์โอเพ่น

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี