วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2569
ล้งมะพร้าวน้ำหอมนอมินีจีน มีจริง และมีส่วนทุบราคารับซื้อมะพร้าวน้ำหอมจากเกษตรไทยจริงๆ
รับซื้อลูกละ 2-5 บาท
ขณะที่สามารถขายที่เมืองจีนได้ลูกละ 35-50 บาท
แต่การปราบล้งนอมินีจีน ยังไม่เพียงพอที่จะสร้างธุรกิจมะพร้าวน้ำหอมไทยให้เติบใหญ่ ยั่งยืน และเป็นเครื่องพิมพ์ธนบัตรให้เกษตรกรไทยไปยาวๆ
1. วันก่อน ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์เปิดปฏิบัติการ “ปอกเปลือกนอมินี” เข้าตรวจค้นเป้าหมายบริษัทรับซื้อมะพร้าวและโรงงานแปรรูป ซึ่งเป็นเครือข่ายล้งมะพร้าวนอมินีข้ามชาติ รวม 8 จุด ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี
จากการตรวจค้น พบว่า 6 ใน 8 บริษัทเข้าข่ายการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ซึ่งเป็นธุรกิจที่สงวนไว้สำหรับคนไทย โดยเบื้องต้นพบผู้ร่วมกระทำผิดเป็นนิติบุคคล 6 ราย, บุคคลสัญชาติไทย 10 ราย และชาวต่างชาติ 7 ราย
สืบเนื่องจากปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำอย่างผิดปกติในพื้นที่ จ.ราชบุรี และจังหวัดใกล้เคียง สร้างความเดือดร้อนให้เกษตรกรอย่างหนัก ทั้งที่ความต้องการในตลาดต่างประเทศยังสูง เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอศ. จึงสืบสวนเชิงลึก พบว่า กลุ่มทุนต่างชาติ (สัญชาติจีน) ได้เข้ามาแทรกแซงกลไกตลาด โดยใช้คนไทยเป็น “นอมินี” ในการจัดตั้งบริษัทและล้งรับซื้อมะพร้าวอำพราง เพื่อควบคุมวงจรการค้าตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
แผนประทุษกรรมของกลุ่มนี้ คือ
การให้คนไทยถือหุ้นในบริษัท 51% ตามกฎหมาย
แต่ผู้ถือหุ้นเหล่านี้เป็นเพียงพนักงานหรือผู้ที่ถูกจ้างมาลงชื่อ โดยไม่มีอำนาจตัดสินใจที่แท้จริง
อำนาจการสั่งการทั้งหมด ทั้งการกำหนดราคา การรับซื้อ และการขนส่ง ถูกควบคุมโดยตรงจากนายทุนจีนในต่างประเทศ
นอกจากนี้ กลุ่มทุนยังขยายอิทธิพลด้วยการเช่าที่ดินทำสวนมะพร้าวเอง (ต้นน้ำ)
ตั้งล้งแปรรูป (กลางน้ำ)
และส่งออกไปยังเครือข่ายของตนเอง (ปลายน้ำ)
ทำให้สามารถผูกขาดตลาดและกดราคารับซื้อจากเกษตรกรไทยให้เหลือเพียงลูกละ 2-5 บาท
ขณะที่ส่งออกในราคาลูกละ 35-50 บาท
กวาดกำไรมหาศาลกลับประเทศ
อีกทั้ง ยังพบความผิดปกติในการรายงานผลประกอบการเป็นตัวเลข “ขาดทุน” มาโดยตลอดเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี
จากการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันตรวจยึดของกลางสำคัญจำนวนมาก ประกอบด้วย เอกสารหลักฐานการซื้อขาย สัญญาเช่าสวนมะพร้าว เอกสารทางบัญชีและภาษีกว่า 10 กล่อง และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีข้อมูลการติดต่อสื่อสารกับนายทุนต่างชาติ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดทั้งหมดต่อไป
2.ล่าสุด พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบ 6 บริษัทเครือข่ายล้งมะพร้าวใน จ.ราชบุรี ต้องสงสัยดำเนินกิจการแทนนายทุนต่างชาติโดยผิดกฎหมาย
ระบุว่า มีผู้ต้องสงสัยชาวไทย 10 ราย และต่างชาติอีก 7 ราย ขณะนี้พนักงานสอบสวนยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา แม้พยานหลักฐานจะชี้ได้ว่ามีพฤติกรรมร่วมกันหรือรู้เห็นกับการเปิดบริษัทให้นายทุนต่างชาติสวมสิทธิคนไทยเข้าครอบงำธุรกิจเกษตรสงวน และบิดเบือนราคารับซื้อจนส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพราคามะพร้าวน้ำหอมทั่วประเทศ
.jpg)
.jpg)
เนื่องจากยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น เอกสารรายละเอียดการจัดตั้งบริษัททุนจดทะเบียน และเส้นทางการเงิน รวมทั้งข้อมูลส่วนตัวของแต่ละบุคคลว่ามีความสามารถในการประกอบธุรกิจดังกล่าวหรือไม่ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์
หลังจากนั้น ทางฝ่ายสืบสวนก็จะได้เป็นผู้เข้าร้องทุกข์กับ พงส. ให้ดำเนินคดี และพิจารณาขอหมายจับและแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดี ทั้งตัวบุคคลและนิติบุคคลต่อไป
3. สอดรับกับที่นำเสนอข้อมูลไปเมื่อวาน ว่ากระทรวงพาณิชย์ ยุคศุภจี ได้ลงพื้นที่ไปก่อนหน้านี้แล้ว (มีรองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมการค้าภายใน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เข้าร่วมประชุม)
กรณีตรวจสอบและปราบปรามกลุ่มทุนต่างชาติที่ใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) เพื่อหลีกเลี่ยงพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยเฉพาะในธุรกิจต้องห้ามตามบัญชีท้ายที่สงวนไว้ให้คนไทย ซึ่งปัจจุบันได้ตรวจพบพฤติการณ์การประกอบธุรกิจมะพร้าวน้ำหอมในพื้นที่ จ.ราชบุรี
พบว่า ชาวต่างชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง 3 ลักษณะ
1) การเช่าสวนมะพร้าวเพื่อปลูกเอง โดยชาวต่างชาติใช้คนไทยในการจัดตั้งบริษัทเข้าซื้อที่ดินหรือทำสัญญาเช่าที่ดินกับเกษตรกรในพื้นที่
2) การแปรรูปและส่งออกเองครบวงจร ทำให้ตัดวงจรการซื้อขายมะพร้าวจากเกษตรกรไทยโดยตรง
และ 3) การกดราคารับซื้อ ส่งผลให้ราคามะพร้าวน้ำหอมในพื้นที่ตกต่ำอย่างผิดปกติ เนื่องจากกลไกตลาดถูกควบคุมโดยกลุ่มทุนต่างชาติ
4. ประเด็นสำคัญที่ต้องเน้นย้ำ คือ
การดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด จะต้องเกิดขึ้น มิให้เป็นเยี่ยงอย่าง
แต่ต้องตระหนักว่า การปราบล้งนอมินีจีน เป็นแค่ส่วนหนึ่งการแก้ปัญหาเท่านั้น
ยังต้องพัฒนา ยกระดับ บริหารจัดการมะพร้าวน้ำหอมทั้งระบบ
อย่าลืมว่า ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมราคาตกต่ำ ส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาเชิงโครงสร้าง
ถ้าไม่มีการบริหารจัดการพื้นที่ปลูก ก็จะแห่ปลูกกันเกินขีดจำกัด ผลผลิตออกพร้อมกัน จะทำให้ผลผลิตล้นตลาด ราคาตกต่ำ
โรงงานแปรรูปก็จะต้องถูกกฎหมาย ได้มาตรฐาน ตรวจสอบย้อนกลับ รับผิดชอบเพื่อยกระดับคุณภาพสินค้า แข่งขันกับสินค้าของประเทศอื่นได้
มะพร้าวน้ำหอมแท้ 100% ก็ต้องตามนั้นจริงๆ
น้ำมะพร้าวปรุงแต่ง ก็ต้องผสมตามสัดส่วนที่ใช้จริงๆ บอกชัดเจน ไม่มั่วไม่ปะปนให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด
จำพวกสินค้าปลอม เช่น เติมน้ำตาล แต่งกลิ่น และ ผสมน้ำมะพร้าวพันธุ์อื่นแต่แจ้งว่าเป็นมะพร้าวน้ำหอม 100% ส่งผลกระทบต่อมะพร้าวน้ำหอมแท้ 100%
ผู้บริโภคเข้าใจผิดรสชาติมะพร้าวไทย ประเทศไทยเสียชื่อเสียง
จะต้องแก้ให้ครบวงจรปัญหา คือ 1) ช่วงผลผลิตขาดตลาด ราคาพุ่งสูง แข่งขันในตลาดไม่ได้ 2) ช่วงผลผลิตล้นตลาด ราคาต่ำ โรงงานเกิดภาวะ Over Stock 3) การแข่งขันต้นทุนต่ำจากทุนต่างชาติ และ 4) สินค้าปลอมปนทำลายคุณภาพและราคามะพร้าวน้ำหอมไทย
5. มะพร้าวน้ำหอม สินค้าพรีเมี่ยม เครื่องพิมพ์ธนบัตรของเกษตรกรไทย
ถ้าจะทำให้ยั่งยืน ยกระดับเป็นอุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอม ต่อยอดจากสินค้าเกษตร
ทำให้เป็นเสมือนเครื่องพิมพ์ธนบัตรให้เกษตรกรไทย
ต้องให้เกษตรกรในพื้นที่มีการ UpSkill และ ReSkill การบริหารจัดการธุรกิจเพื่อให้สามารถปรับตัวและสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง พึ่งพาตนเองได้
เพื่อส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังตลาดต่างประเทศ ยึดตลาดทั่วโลก
กระทรวงพาณิชย์เข้าไปสนับสนุน เช่น
- การจับคู่ธุรกิจ (Business Matching)
- การขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ B2B ผู้ส่งออกและผู้นำเข้าสามารถเชื่อมต่อกันได้โดยตรงผ่านแพลตฟอร์มระดับโลก อาทิ Alibaba ซึ่งมีผู้ผลิตและผู้ส่งออกมะพร้าวจากไทยให้เลือกมากมาย
- การสนับสนุนส่งออกโดยผู้ประกอบการโดยตรง รัฐบาลสนับสนุนและส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยส่งออกด้วยตนเอง เพื่อเพิ่มมูลค่าและต่อยอดทางธุรกิจ
แนวคิด “ล้งกลาง” ที่ รมว.ศุภจีเคยกล่าวไว้ และเตรียมจะขับเคลื่อนร่วมกับภาคเอกชนวงการมะพร้าวน้ำหอม เป็นเรื่องสำคัญ
จะช่วยให้กลไกตลาดทำงานครอบคลุม เป็นประโยชน์แก่เกษตรกรไทยมากขึ้น
ตามที่รัฐมนตรีศุภจีประกาศไว้ “ล้งกลาง” จะเป็น “เครื่องมือ” ของรัฐ ในการสร้างสมดุลอำนาจทางการตลาด
เลิกรับซื้อแบบ “เหมาทะลาย” หันมาซื้อตาม “เกรด” รับซื้อเฉพาะมะพร้าวที่มีคุณภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด
เกษตรกรที่ดูแลสวนดี ได้ผลผลิตคุณภาพ จะขายได้ราคาสูงขึ้น
มีการรับซื้อผลผลิตที่เหลือ (เล็ก/ตำหนิ) เพื่อนำไปแปรรูป เช่น ทำ “มะพร้าวขน”ส่งออกจีน
เกษตรกรขายผลผลิตได้หมดทุกส่วน ไม่มีถูกทิ้ง และเป็นการเพิ่มมูลค่าในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ฯลฯ
ถ้าทำจริงจัง ทุกฝ่ายร่วมมือกัน บริหารโดยคนมีฝีมือค้าขาย เชื่อว่า จะยกระดับอุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอมของไทย
มะพร้าวน้ำหอมไทย สินค้าพรีเมี่ยม จะกลายเป็นเครื่องพิมพ์ธนบัตรของเกษตรกรไทยไปยาวๆ
สารส้ม

อธิบดี สกร.ชูบทบาทเทคโนโลยีดิจิทัล-AI ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
ระทึกช่วงค่ำ! ไฟไหม้ รพ.พังงา จนท.เร่งเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ล่าสุดเพลิงสงบแล้ว
วิกฤตพลังงานเดือด IEA อนุมัติปล่อยน้ำมันสำรองมากสุดที่ในประวัติศาสตร์
'อิหร่าน' ยอมรับ ยิงเรือขนส่งสินค้า 'มยุรี นารี' เหตุเรือเพิกเฉยต่อคำสั่ง
ปากีสถานประกาศรัดเข็มขัดขั้นสูงสุด นายกฯแสดงสปิริตงดรับเงินเดือน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี