วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
การเสียอิสรภาพของชาติครั้งที่ ๒ เมื่อปี พ.ศ.๒๓๑๐ นั้น ต้องยอมรับว่าชาติของเราถูกทำลายอย่างย่อยยับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรุงศรีอยุธยาซึ่งเป็นเมืองหลวงของราชอาณาจักรในช่วงเวลานั้น ปราสาทราชวัง วัดวาอาราม บ้านเรือนราษฎร ถูกเผาทำลาย ไปเกือบจะทั้งหมดโดยเฉพาะในบริเวณที่เรียกว่าเกาะเมือง ร่องรอยของความสูญเสียนั้นยังปรากฏมาจนถึงทุกวันนี้ ถึงแม้จะมีความพยายามในการบูรณะบางส่วนให้กลับคืนมา ก็ยังคงเป็นลักษณะของซากปรักหักพังเท่านั้นเอง
หากขาดเสียซึ่งพระเจ้าตาก ซึ่งได้ปราบดาภิเษกเป็นสมเด็จพระเจ้าตากสิน และต่อมาได้รับสมัญญานามเพิ่มเติมว่ามหาราชเป็นสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ก็ไม่อาจจะแน่ใจได้ว่าชาติสยามจะยืนยงมาจนถึงวันนี้
พม่ายกทัพใหญ่มารุกกรุงศรีอยุธยาในปี พ.ศ.๒๓๐๙ โดยยกมาจากทั้งทางเหนือนำโดยเนเมียวสีหบดี และทางตะวันตกนำโดยมังมหานรธา ทั้งสองคนเป็นแม่ทัพที่มีความสามารถยิ่ง ได้ยกทัพมาบรรจบกันที่กรุงศรีอยุธยาประมาณเดือนตุลาคม และล้อมกรุงศรีอยุธยาอยู่ โดยโจมตีด้วยปืนใหญ่เป็นระยะนานประมาณ ๖ เดือน จนกรุงศรีอยุธยาขาดเสบียงอาหาร ประกอบกับมีไส้ศึกชื่อพระยาพลเทพ ทำให้ในที่สุดไม่อาจจะต้านทานทัพของพม่าได้
พระยาวชิรปราการหรือพระเจ้าตากซึ่งขณะนั้นได้ตั้งค่ายรักษาบ้านเมืองอยู่ที่วัดพิชัย ได้เห็นแล้วว่าการศึกครั้งนี้กรุงศรีอยุธยาจะต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน จึงตัดสินใจนำทหารประมาณ ๕๐๐ นาย โดยส่วนหนึ่งเป็นทหารม้าแหวกค่ายตีกองกำลังของพม่าที่ล้อมกรุงอยู่โดยรอบออกไปจนได้ โดยระหว่างทางถึงแม้จะสู้รบ กับทหารพม่าโดยตลอด แต่ก็รวบรวมผู้คนมาร่วมเป็นกำลังรบได้ส่วนหนึ่ง จนในที่สุดได้ยกกองกำลังไปตั้งอยู่ที่เมืองระยอง และได้วางแผนว่าจะต้องรวบรวมกำลังทหารให้มากขึ้น เพื่อกลับมาตีเอากรุงศรีอยุธยาคืนให้จงได้
พระองค์จึงตัดสินใจยกทัพที่มีกำลังประมาณ ๒,๐๐๐ นายเข้าตีเมืองจันทบุรี โดยพระองค์ทรงช้างพังคีรีบัญชร ยกเข้าตีทลายประตูเมืองจันทบุรี และบุกเข้าไปจนได้ชัยชนะ จึงทรงตั้งทัพอยู่ที่นี่ รวบรวมไพร่พลเพิ่มเติม สร้างอู่ต่อเรือรบ รวมทั้งรวบรวมสำเภาจีนมาเพื่อเป็นกองกำลังทางเรือ ได้เรือประมาณ ๑๐๐ ลำ และทหารอีกประมาณ ๕,๐๐๐ นาย
พระองค์ได้ใช้ช่วงเวลานั้นฝึกทหารจนมีความสามารถในการรบ และรอจนพ้นฤดูมรสุม จึงยกทัพเรือลัดเลาะทางทะเลมาจนถึงปากน้ำเจ้าพระยา แล้วเข้าตีเมืองธนบุรีซึ่งพม่าให้กำลังส่วนหนึ่งเฝ้าอยู่ เอาชนะข้าศึกได้อย่างง่ายดาย หลังจากนั้นจึงยกทัพต่อมุ่งสู่กรุงศรีอยุธยาเพื่อเข้าตีกรุงศรีอยุธยาได้เข้ารบกับกองกำลังทัพของพม่าที่ให้สุกี้พระนายกองเป็นแม่ทัพเฝ้ากรุงศรีอยุธยาอยู่ที่ค่ายโพธิ์สามต้นจนเอาชนะได้อย่างรวดเร็ว โดยสุกี้เสียชีวิตในที่รบ
เมื่อเอาชนะได้อย่างเด็ดขาดแล้ว พระองค์จึงได้ประกาศอิสรภาพให้กับชาติอีกครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๓๑๐ รวมเวลาตั้งแต่กรุงศรีอยุธยาเสียอิสรภาพไปเมื่อวันที่ ๗ เมษายน พ.ศ.๒๓๑๐ เพียงแค่ ๗ เดือนเท่านั้นเอง
พระองค์ได้เสด็จทอดพระเนตรและเห็นความล่มสลายของคุณศรีอยุธยาที่ยากจนเกินกว่าที่จะบูรณะให้กลับคืนมาได้ จึงตัดสินพระทัยยกกองทัพกลับมาที่กรุงธนบุรี และประกาศปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม พ.ศ.๒๓๑๐ และสร้างกรุงธนบุรีให้เป็นเมืองหลวงแห่งใหม่
การกู้ชาติให้กลับมามั่นคงเหมือนเดิมไม่ใช่เป็นเรื่องง่าย เพราะในขณะนั้นยังมีหัวเมืองหลายแห่งที่ต่างก็ตั้งตัวเป็นใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นนครราชสีมา พิษณุโลก นครศรีธรรมราช ทำให้พระองค์ต้องยกทัพไปปราบปรามทั้งหมดให้สำเร็จเสียก่อน
และสิ่งที่เกิดควบคู่กันก็คือภาวะข้าวยากหมากแพง ที่เกิดจากการล่มสลายของอาณาจักร ทำให้แม้แต่ข้าวที่เป็นอาหารหลักก็ขาดแคลน เพราะตลอดช่วงการรบ ไม่มีการทำนา เสบียงที่มีอยู่ก็ถูกใช้ไปหมด เกิดความยากจนทุกหย่อมหญ้า ราษฎรได้รับความลำบากอย่างมาก
พระองค์ต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่ง ในการทำให้วิถีชีวิตที่เป็นปกติของราษฎรกลับคืนมา ยอมเสียสละเงินส่วนพระองค์เพื่อจัดซื้อข้าวจากต่างแดน รวมทั้งการลงทุนเพื่อให้ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ได้กลับมาทำนาทำสวนทำไร่รอบบริเวณกรุงธนบุรี ซึ่งเป็นที่ลุ่มต่ำและมีน้ำอุดมสมบูรณ์ เมื่อเริ่มมีผลผลิตออกมา จึงนำสินค้านั้นไปค้าขายกับต่างชาติโดยเฉพาะกับเรือสำเภาจีน ซึ่งกว่าจะดำเนินการได้ก็ใช้เวลาอยู่นาน เพราะขณะนั้นเมืองจีนยังไม่ยอมรับสถานะกษัตริย์ของพระองค์ แต่ในที่สุดความพยายามของพระองค์ก็ประสบความสำเร็จ
มีบันทึกของชาวต่างชาติจำนวนมากที่ได้เล่าถึงเหตุการณ์ของความยากจนข้นแค้นและความลำบากของราษฎรไทยซึ่งทุกคนต้องเผชิญ แม้แต่ทหารทั้งระดับแม่ทัพนายกองและลูกทัพก็ถูกเกณฑ์มาร่วมทำนา เพื่อสร้างผลผลิตให้กับชาติ จนในที่สุดกรุงธนบุรีก็คงสถานะของความเป็นเมืองหลวงได้
สงครามไม่เคยทำให้เกิดผลดีแต่อย่างใด ถึงแม้จะมีผู้ชนะแต่ก็ประสบหายนะ ไม่ต่างกับผู้แพ้ ซึ่งนอกจากจะต้องเสียกำลังคน ทรัพยากรต่าง ๆ และอาวุธในการสู้รบอย่างมากมาย รวมทั้งอาจจะเสียอิสรภาพด้วย จึงถือว่าเป็นเรื่องที่เลวร้าย
เหตุการณ์สงครามระหว่างสหรัฐอเมริการ่วมกับอิสราเอลที่กระทำต่ออิหร่านนั้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเกิดความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง ทั้งอิสราเอลและอิหร่าน ตลอดจนฐานทัพของสหรัฐอเมริกาในหลายประเทศใกล้เคียง แต่ที่สำคัญยิ่ง ทำให้เส้นทางคมนาคม โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าทางเรือทุกชนิด รวมทั้งน้ำมัน ซึ่งถือว่าเป็นสินค้าที่มีความสำคัญมากเพราะต้องใช้กันทุกประเทศทั่วโลกในแต่ละวันเป็นจำนวนไม่น้อย นอกจากจะใช้เป็นเชื้อเพลิงขับเคลื่อนยานพาหนะแล้ว ยังต้องใช้กับเครื่องจักรเครื่องยนต์อีกมากมายมหาศาล
การที่อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุส อันเป็นทางผ่านที่สำคัญของเรือบรรทุกน้ำมันจากกลุ่มประเทศตะวันออกกลางมายังแถบเอเชียและอื่น ๆ จึงส่งผลกระทบอย่างมากกับหลายประเทศซึ่งรวมทั้งไทยด้วย
ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะยืนยันว่าประเทศไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอที่จะใช้ได้อีกประมาณ ๑๐๐ วัน แต่นั่นก็ไม่ได้การันตีว่าแล้วหากสงครามยังยืดเยื้อ ประเทศไทยจะมีน้ำมันสำรองเพียงพอต่อการใช้และบริโภคในประเทศของเราหรือไม่
โรงกลั่นน้ำมันเริ่มลดปริมาณการส่งน้ำมัน กระบวนการขนส่งน้ำมันเพื่อกระจายไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศเริ่มเกิดผลกระทบ และแน่นอนจากการที่ราคาน้ำมันตลาดโลกแพงขึ้นจากที่เคยอยู่ที่ระดับประมาณ ๖๐ ดอลลาร์/บาร์เรล ขึ้นไปที่ระดับเกินกว่า ๑๐๐ ดอลลาร์ ย่อมส่งผลกระทบอย่างแรงในเรื่องราคา ถึงแม้รัฐบาลจะใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเข้าไปสนับสนุนเพื่อพยุงราคาโดยเฉพาะในส่วนของน้ำมันดีเซลที่ใช้กับรถยนต์ รถบรรทุกขนส่ง และเครื่องจัดรเครี่องกลต่าง ๆ
มีการกักตุนน้ำมันในระดับชาวบ้าน ปั๊ม และอาจจะมีการกักตุนในระดับโรงงานอุตสาหกรรมบางแห่งก็เป็นได้ ทำให้เกิดความวิตกว่าน้ำมันจะขาดตลาด จึงเกิดภาพของรถทุกชนิดที่รอเข้าคิวเติมน้ำมัน ซึ่งมีทั้งที่ได้รับน้ำมันและไม่ได้รับน้ำมัน ด้วยเหตุผลว่าน้ำมันหมด จนเริ่มเป็นความโกลาหลในหลายพื้นที่
ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะพยายามหาซื้อน้ำมันจากแหล่งอื่น ๆ ซึ่งก็ดูเหมือนว่าจะหาได้ในระดับหนึ่งแต่ก็เชื่อแน่ว่าต้องจัดซื้อในราคาที่แพงขึ้นกว่าเดิมเกือบ ๒ เท่า จึงเลี่ยงไม่ได้ที่ราคาน้ำมันจะต้องพุ่งสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ จนกว่าสถานการณ์การสู้รบจะเริ่มดีขึ้นกว่านี้มาก ๆ หรือสงบลง หรือการขนส่งน้ำมันจากแหล่งตะวันออกกลางผ่านช่องแคบฮอร์มุชสามารถจะกลับมาใช้ได้อีกครั้งหนึ่ง
คนไทยจำนวนไม่น้อยติดกับกับนโยบายประชานิยม ทำให้ติดนิสัยการเป็นผู้รับมาเกือบจะตลอดในหลายสิบปีนี้ เมื่อถึงเวลาที่จะต้องยอมเสียสละบางส่วน จึงไม่ยอมเข้าใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและเรียกร้องไปยังรัฐบาลในหลาย ๆ เรื่อง ซึ่งแน่นอนว่าบางส่วนผูกโยงกับเรื่องการเมืองในประเทศ ที่ยังคงมีการแก่งแย่งชิงดีกันอยู่ตลอดเวลา
กระแสการโจมตีรัฐบาลรักษาการซึ่งกำลังจะเป็นรัฐบาลจริงในเร็ว ๆ นี้จึงถูกรุมเร้าเข้ามาจากทุกฝ่ายและทุกด้าน รวมทั้งการกระพือข่าวของสื่อบางสำนัก ที่อาจจะอยู่ตรงข้ามกับฝ่ายรัฐบาล ซึ่งการรับฟังสื่อดังกล่าวหลาย ๆ ครั้งย่อมทำให้เกิดความเชื่อตามหลักจิตวิทยาว่ารัฐบาลไม่ได้พยายามแก้ไขปัญหาแต่อย่างใด
อยากจะเห็นคนไทยมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์และติดตามเรื่องราวต่าง ๆ ด้วยใจที่เป็นกลาง และยอมรับในเหตุการณ์หรือสถานะบางอย่างซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นโดยรัฐบาลไม่ได้เป็นผู้สร้าง และกำลังพยายามแก้ไขอย่างเต็มที่ หากทุกคนร่วมกันคิด ร่วมกันเสียสละ ยอมรับความยากลำบากที่จะเกิดขึ้นบ้าง ก็น่าจะเป็นผลดีต่อประเทศชาติในระยะยาวได้ ซึ่งย่อมดีกว่าการที่จะทำให้ประเทศชาติล่มจมไปพร้อม ๆ กับประชาชน
ปิยะ เนตรวิเชียร

เลขนี้มาแน่! มัดรวมเลขเด็ด 16 พ.ค.69 สถิติวันเสาร์ทำถึงมาก ใครพลาดมีร้อง
ดร.ธนพร เข้าขอโทษ ภูมิธรรม หลังเจอฟ้อง ยกเป็นบทเรียนเตือนสตินักวิพากษ์วิจารณ์
จุดธูปขอเลขสร้างเจดีย์ อึ้งผลลัพธ์ตรงเป๊ะ ทะเบียนรถช่าง-อายุคนตาย!
ทรัมป์ คุยกับ สี จิ้นผิง ปมอิหร่านแค่ย้ำจุดยืน ไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากจีน
ทร.ลุ้นรัฐบาลไฟเขียวแจงงบ ฟริเกตลำที่ 2 ปี 70 ผบ.ทร.ระบุ นายกฯ กำชับให้เลือกสิ่งที่ที่ดีที่สุด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี