Logo วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / มองอย่างไท
มองอย่างไท

มองอย่างไท

ปิยะ เนตรวิเชียร
วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.
การรุกราน อาจนำมาซึ่งความย่อยยับ

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

หลังจากเหตุการณ์ความวุ่นวายในบ้านเมืองได้สงบลงแล้ว สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ซึ่งเป็นแม่ทัพคนสำคัญยิ่งของสมเด็จพระเจ้าตากสิน ก็ได้ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ต่อมา โดยมีพระนามว่าสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รวมทั้งได้สถาปนาราชวงศ์ใหม่ของอาณาจักรรัตนโกสินทร์คือราชวงศ์จักรี เมื่อวันที่ ๖ เมษายน พ.ศ.๒๓๒๕ ซึ่งวันนี้ต่อมาถูกกําหนดให้เป็น"วันจักรี" ราชวงศ์จักรีนี้ได้ปกครองราชอาณาจักรไทยมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน และถึงแม้ว่าไทยจะเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตย พระมหากษัตริย์ก็ยังทรงดำรงตำแหน่งพระประมุขของชาติ ตามที่รัฐธรรมนูญฯ แห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติไว้

ในปี พ.ศ.๒๓๒๕ อันเป็นปีที่สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์นั้น ก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่พระเจ้าปดุงได้ปราบดาภิเษกขึ้นครองแผ่นดินกรุงอังวะเช่นกัน โดยเป็นพระมหากษัตริย์ลำดับที่ ๖ แห่งราชวงศ์คองบอง ซึ่งเป็นราชวงศ์สุดท้ายของพม่า


พระเจ้าปดุงเป็นพระโอรสลำดับที่ ๕ ใน ๖ พระองค์ของพระเจ้าอลองพญา มี พระนามเมื่อครองราชย์ว่าบะโดนมื่น ซึ่งหมายถึงพระราชาจากเมืองบะโดน พระองค์ได้ย้ายพระราชวังและสร้างเมืองใหม่ชื่อเมืองอมรปุระ ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงอังวะเมืองหลวงของพม่าในเวลานั้นประมาณ ๑๐ กิโลเมตร

พระองค์ได้เริ่มทำสงครามประกาศพระราชอำนาจ โดยการเอาชนะอาณาจักรยะไข่ที่ไม่เคยได้ครอบครองมาก่อนได้สำเร็จ และได้อัญเชิญพระมหามัยมุนี อันเป็นพระพุทธรูปประจำชาติของพม่ามาประดิษฐานไว้ที่นครมัณฑะเล

จากการที่รบเอาชนะอาณาจักรยะไข่หรืออาระกันที่ไม่เคยพ่ายแพ้ใครมาก่อน ทำให้เกิดแรงบันดาลใจที่จะประกาศศักดาให้มากขึ้น โดยประกาศว่าจะทำสงครามเพื่อพิชิตโมกู (อินเดีย) จีน และโยดะยาซึ่งหมายถึงรัตนโกสินทร์ให้ได้

ในปี พ.ศ.๒๓๒๘ พระเจ้าปดุงจึงสั่งเกณฑ์กองทัพมีจำนวนมากกว่า ๑๔๐,๐๐๐ คน ซึ่งเป็นไพร่พลมากที่สุดในประวัติศาสตร์การรบของพม่าในช่วงนั้น จัดเป็น ๙ ทัพ แยกเป็น ๕ เส้นทาง หมายมาตีกรุงรัตนโกสินทร์ให้ย่อยยับ โดยพระองค์ทรงเป็นจอมทัพตั้งฐานบัญชาการที่เมืองเมาะตะมะ แต่เมื่อเสด็จมาถึงกลับพบว่าแม่ทัพไม่สามารถจะเตรียมเสบียงและยุทธปัจจัยสงครามได้ ทำให้พระองค์ทรงพระพิโรธเป็นอย่างมาก ถึงขนาดพุ่งหอกซัดเข้าใส่แม่ทัพใหญ่จนเสียชีวิตกลางที่ประชุม และพระองค์ยังไม่สนใจในข้อด้อยคือความไม่พร้อมของทหารด้วย ซึ่งนั่นคือสัญญาณแห่งหายนะครั้งยิ่งใหญ่ของกองทัพพระเจ้าปดุง

ทัพทั้ง ๙ นั้นประกอบไปด้วย พัพที่ ๑ แม่ทัพคือ แมงยีแบงข่องกยอ กำลังพล ๑๐,๐๐๐ คน ยกไปทางใต้ ตั้งทัพที่มะริด เพื่อให้ตีตั้งแต่ชุมพรลงไป แต่เมื่อแม่ทัพถูกหอกซัดจนตายในที่ประชุม จึงแต่งตั้งเกงหวุ่นแมงยีมหาสีหะสุระ อัครมหาเสนาบดีเป็นแม่ทัพแทน

ทัพที่ ๒ แม่ทัพคืออนอกแฝกคิดหวุ่น กำลังพล ๑๐,๐๐๐ คน ตั้งทัพที่เมืองทวาย โดยเข้ามาทางด่านบ้องตี้ เพื่อให้ตีกวาดหัวเมืองฝ่ายตะวันตก ตั้งแต่ราชบุรีเพชรบุรี ลงไป

ทัพที่ ๓ แม่ทัพคือหวุ่นคยีสะโดะศิริมหาอุจจะนา เจ้าเมืองตองอู กำลังพล ๓๐,๐๐๐ คน ยกมาทางเหนือผ่านเชียงแสน เพื่อให้ตีลงมา นครลำปาง สวรรคโลก สุโขทัย และมาบรรจบกับทัพหลวงที่กรุงเทพฯ

ทัพที่ ๔ แม่ทัพคือเมียนหวุ่นเเมงยีมหาทิมช่อง กำลังพล ๑๐,๐๐๐ คน มาตั้งที่เมาะตะมะเป็นทัพหน้า โดยเข้ามาทางด่านเจดีย์สามองค์

ทัพที่ ๕ แม่ทัพคือเมียนเมหวุ่น กำลังพล ๕๐,๐๐๐ คน มาตั้งที่เมืองเมาะตะมะเป็นทัพหนุนเข้าตีกรุงเทพฯ

ทัพที่ ๖ แม่ทัพคือตะแคงกามะ ศิริธรรมราชา ราชบุตรที่ ๒ กำลังพล ๑๒,๐๐๐ คน ตั้งทัพที่เมาะตะมะ เป็นทัพหน้าที่ ๑ ของทัพหลวง

ทัพที่ ๗ แม่ทัพคือตะแคงจักกุ กำลังพล ๑๑,๐๐๐ คน ตั้งทัพที่เมาะตะมะ เป็นทัพหน้าที่ ๒ ของทัพหลวง

ทัพที่ ๘ เป็นทัพหลวงมีพระเจ้าปดุงเป็นจอมทัพ กำลังพล ๕๐,๐๐๐ คน

ทัพที่ ๙ แม่ทัพคือจอข่องนรธา กำลังพล ๕,๐๐๐ คน เข้ามาทางด่านแม่ละเมา เข้าสู่ตาก กำแพงเพชร เพื่อลงมาบรรจบทัพหลวง

เมื่อทราบข่าวสงคราม สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ จึงโปรดให้ประชุมเสนาบดีและขุนทหารทั้งหลาย แล้วจัดทัพซึ่งมีกำลังพลประมาณ ๗๐,๐๐๐ คน แบ่งกำลังเข้าต่อสู้กับทัพพม่าเป็น ๔ เส้นทาง

ทัพที่ ๑ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงอนุรักษ์เป็นแม่ทัพ กำลังพล ๑๕,๐๐๐ คน ตั้งรับ ที่นครสวรรค์

ทัพที่ ๒ กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทเป็นแม่ทัพ กำลังพล ๓๐,๐๐๐ คน ตั้งรับที่เมืองกาญจนบุรี

ทัพที่ ๓ เจ้าพระยาธรรมาธิกรกับเจ้าพระยายมราชเป็นแม่ทัพ กำลังพล ๕,๐๐๐ คน ตั้งทัพสกัดกองทัพพม่าที่จะขึ้นมาทางเมืองทวาย

ทัพที่ ๔ เป็นทัพหลวง พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ ทรงเป็นแม่ทัพ เตรียมพร้อมที่ชานพระนคร กำลังพล ๒๐,๐๐๐ คนเศษ เพื่อเป็นทัพหนุน

สงคราม ๙ ทัพในครั้งนี้ จอมทัพผู้ที่ต้องถือว่าเป็นผู้พิชิตศึกอย่างแท้จริง คือกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทหรือวังหน้าพระยาเสือ ซึ่งทรงนำทัพเข้าต่อสู้ในสนามรบหลัก ได้แก่บริเวณทุ่งลาดหญ้า

พระองค์ทรงใช้กำลังทัพที่มีอยู่ในการสกัดกั้นทัพใหญ่ของพม่า ไม่ให้ล่วงล้ำ เข้ามาได้จากการที่มีความรู้เรื่องของชัยภูมิมากกว่า โดยการสกัดกั้น จำกัดพื้นที่ให้ทัพพม่าอยู่ในบริเวณช่องเขา แล้วตั้งทัพรูปปีกกาโอบล้อมเข้าด้านข้าง รวมทั้งการรบในรูปแบบกองโจร และการตัดเส้นทางเสบียงโดยใช้ทัพย่อย จนในที่สุดทำให้ทัพของพม่าต้องสูญเสียอย่างมาก ไม่สามารถจะรุกรบเดินหน้าเข้ามาได้ ตลอดจนเสบียงอาหารก็หมดลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งพระเจ้าปดุงต้องยอมถอนทัพหลวงกลับไปยังอาณาจักรอังวะ

ในการรบเพื่อนำไปสู่ชัยชนะนั้น กรมพระราชวังบวรฯจะกล่าวปลุกขวัญทหารว่า "พวกเจ้าเป็นไพร่หลวง ข้าเป็นพระราชวงศ์ แต่เจ้ากับข้าเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือเราเป็นคนไทย เป็นเจ้าของแผ่นดินเหมือนกัน รบวันนี้เราจะแสดงให้ผู้รุกรานเห็นว่า เราหวงแหนแผ่นดินแค่ไหน รบวันนี้เราจะไม่กลับมาค่ายนี้อีก จนกว่าจะขับไล่ศัตรูไปพ้นชายแดน ข้าจะไม่ขอให้พวกเจ้ารบเพื่อใคร นอกจากรบเพื่อแผ่นดินของเจ้าเอง แผ่นดินที่เจ้ามอบให้ลูกหลานของเจ้าได้อยู่อาศัยอย่างเป็นสุขสืบไป"

หลังจากนั้นพระองค์ยกทัพลงใต้เพื่อปราบทัพพม่าทางใต้ทั้งหมด และได้ชัยชนะอย่างเบ็ดเสร็จ

ส่วนทางทิศเหนือนั้น สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ ทรงนำทัพขึ้นไป สามารถรบชนะทัพของพม่าที่เชียงใหม่ ลำปางและอื่นๆ ทั้งหมด ได้เมืองเชียงใหม่กลับคืนมาเป็นของอาณาจักรรัตนโกสินทร์จนถึงทุกวันนี้

หลังจากพ่ายแพ้ในสงครามเก้าทัพ ราชวงศ์คองบองของพระเจ้าปดุงก็เสื่อมถอยลงตามลำดับ จนในที่สุดพม่าต้องตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ

การก่อสงครามของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลที่กระทำต่ออิหร่าน ก็คงไม่ต่างกันนัก จากการที่คิดว่าประเทศตัวเองยิ่งใหญ่ มีความสามารถ ตลอดจนมีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่น่าจะเอาชนะใครก็ได้ทั้งโลก และเมื่อยึดเอาประโยชน์ส่วนตนที่อาจจะได้มาไม่ว่าจะบ่อน้ำมันในประเทศอิหร่าน หรือการล้มล้างการปกครองที่ตัวเองไม่เห็นด้วยและการที่ไม่ยอมสยบกับพวกตน จึงทำให้หลงผิดถึงกับก่อสงครามตะวันออกกลางขึ้น ซึ่งถึงแม้จะผ่านมาเป็นระยะเวลากว่า ๑ เดือนแล้ว ก็ไม่อาจเอาชนะได้ และเชื่อแน่ว่าในที่สุดก็จะต้องถอนกำลังที่มีอยู่ออกทั้งหมด เพราะตัวเองก็สูญเสียทั้งทรัพยากรและอาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมหาศาลไปมากแล้ว แต่ก็ยังอวดอ้างว่าได้ทำลายโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่านจนหมดแล้ว การกล่าวอ้าง จึงเป็นของผู้ที่ต้องถือว่าแพ้แต่ไม่ยอมแพ้ เพราะกลัวเสียหน้านั่นเอง

ต้องขอชมว่ารัฐบาลไทยได้กำหนดบทบาทและวางตัวในสงครามตะวันออกกลางครั้งนี้อย่างดีและเหมาะสมยิ่ง ไม่แสดงให้เห็นว่าไทยเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เป็นการรักษาสัมพันธไมตรีที่มีกับชาติอื่นมาอย่างยาวนานเป็นระยะเวลาหลายร้อยปีให้อยู่ด้วยกันได้ทั้งหมด และเชื่อว่าผลกระทบในระยะยาวที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทยจะได้รับการแก้ไขและผ่อนปรน จนในที่สุดกลับเข้าสู่สภาวะปกติ อันจะทำให้ประชาชนชาวไทยซึ่งถึงแม้ในระยะนี้จะมีความยากลำบากและเดือดร้อนอยู่บ้างแต่ก็ต้องอดทน ได้กลับมามีความสุขในอนาคตอันไม่ไกลนี้อีกครั้งหนึ่ง

ปิยะ เนตรวิเชียร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
21:52 น. อินฟลูฯสาวเดือด บ้านโดนงัด ซัดตำรวจขอค่าเติมน้ำมัน 1,000 ถึงจะไปดูที่เกิดเหตุให้
21:10 น. ชัยชนะ ชง 3 แนวทางให้รัฐบาล แก้ปัญหามันพุ่ง ขอเลิกอ้างสถานการณ์สงครามมากเกินไป
20:58 น. ช่อง3แจงแล้ว! ปมลิฟต์เวทีพลาด คิมเบอร์ลี่-เบลล่า เกือบเกิดอุบัติเหตุ
20:50 น. ภาพแรกมาแล้ว! NASA เผยภาพโลกเต็มใบจากภารกิจ อาร์เตมิส 2
20:35 น. วิกฤตพลังงาน! อินเดียซื้อน้ำมันจากอิหร่านเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี
ดูทั้งหมด
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2569
อนุโมทนาบุญ 'พระโดม'บวชครบ 1 ปี เดินทางกลับจำวัดที่อเมริกา
ชมสด! การออกผลสลากกินแบ่งรัฐบาล ประจำวันที่ 1 เมษายน 2569
มาแล้ว!!! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 1-7 เม.ย.69
มาแล้ว!!! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 4-10 เม.ย.69
ดูทั้งหมด
แก้วิกฤตพลังงานโลก ไม่สร้างวิกฤติอื่นซ้ำซ้อน ต้องเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข
คาดหวังดีกว่าไม่คาดหวัง
ยุทธศาสตร์การจดบันทึกและการรังสรรค์วรรณกรรมแห่งชีวิต (2)
ทรัมป์ถอย?
รัฐมนตรีมืออาชีพ นักการเมืองฝ่ายค้าน กับวิกฤตพลังงานโลก
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อินฟลูฯสาวเดือด บ้านโดนงัด ซัดตำรวจขอค่าเติมน้ำมัน 1,000 ถึงจะไปดูที่เกิดเหตุให้

ชัยชนะ ชง 3 แนวทางให้รัฐบาล แก้ปัญหามันพุ่ง ขอเลิกอ้างสถานการณ์สงครามมากเกินไป

ช่อง3แจงแล้ว! ปมลิฟต์เวทีพลาด คิมเบอร์ลี่-เบลล่า เกือบเกิดอุบัติเหตุ

ภาพแรกมาแล้ว! NASA เผยภาพโลกเต็มใบจากภารกิจ อาร์เตมิส 2

วิกฤตพลังงาน! อินเดียซื้อน้ำมันจากอิหร่านเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี

กระชับมิตรไมตรี! นายกฯ ร่วมพิธีบายศรีสู่ขวัญ ฉลองปีใหม่ลาว ณ สถานทูต สปป.ลาว

  • Breaking News
  • อินฟลูฯสาวเดือด บ้านโดนงัด ซัดตำรวจขอค่าเติมน้ำมัน 1,000 ถึงจะไปดูที่เกิดเหตุให้ อินฟลูฯสาวเดือด บ้านโดนงัด ซัดตำรวจขอค่าเติมน้ำมัน 1,000 ถึงจะไปดูที่เกิดเหตุให้
  • ชัยชนะ ชง 3 แนวทางให้รัฐบาล แก้ปัญหามันพุ่ง ขอเลิกอ้างสถานการณ์สงครามมากเกินไป ชัยชนะ ชง 3 แนวทางให้รัฐบาล แก้ปัญหามันพุ่ง ขอเลิกอ้างสถานการณ์สงครามมากเกินไป
  • ช่อง3แจงแล้ว! ปมลิฟต์เวทีพลาด คิมเบอร์ลี่-เบลล่า เกือบเกิดอุบัติเหตุ ช่อง3แจงแล้ว! ปมลิฟต์เวทีพลาด คิมเบอร์ลี่-เบลล่า เกือบเกิดอุบัติเหตุ
  • ภาพแรกมาแล้ว! NASA เผยภาพโลกเต็มใบจากภารกิจ อาร์เตมิส 2 ภาพแรกมาแล้ว! NASA เผยภาพโลกเต็มใบจากภารกิจ อาร์เตมิส 2
  • วิกฤตพลังงาน! อินเดียซื้อน้ำมันจากอิหร่านเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี วิกฤตพลังงาน! อินเดียซื้อน้ำมันจากอิหร่านเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

การรุกราน อาจนำมาซึ่งความย่อยยับ

การรุกราน อาจนำมาซึ่งความย่อยยับ

6 เม.ย. 2569

สัมพันธภาพไทยกับอิหร่าน

สัมพันธภาพไทยกับอิหร่าน

30 มี.ค. 2569

ในวิกฤตเศรษฐกิจ ทุกคนต้องร่วมด้วยช่วยกัน

ในวิกฤตเศรษฐกิจ ทุกคนต้องร่วมด้วยช่วยกัน

23 มี.ค. 2569

จริยธรรมกับผู้บริหารบ้านเมือง

จริยธรรมกับผู้บริหารบ้านเมือง

16 มี.ค. 2569

คนทรยศหรือไส้ศึก มหันตภัยของชาติ

คนทรยศหรือไส้ศึก มหันตภัยของชาติ

9 มี.ค. 2569

ปฏิบัติการ IO ประโยชน์หรือโทษ

ปฏิบัติการ IO ประโยชน์หรือโทษ

2 มี.ค. 2569

อย่าชะลอโอกาสอันดีของชาติ

อย่าชะลอโอกาสอันดีของชาติ

23 ก.พ. 2569

รู้แพ้รู้ชนะ คือคุณสมบัติของนักการเมืองผู้ดี

รู้แพ้รู้ชนะ คือคุณสมบัติของนักการเมืองผู้ดี

16 ก.พ. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved