วันพุธ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2569
nn แนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา สื่อครบรสเนื้อหาสาระครอบคลุมการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม บันเทิง ถึงผู้อ่านหลากหลายช่องทางเข้าถึงทุกกลุ่มทุกวัย
...nn ประเทศไทยกำลังเผชิญภาวะอากาศร้อนอบอ้าวทั่วทุกพื้นที่ ก่อนจะเข้าสู่ช่วงแล้งจัดหนักยาวนาน ตั้งแต่กลางปีนี้ไปจนถึงปีหน้า จากปรากฏการณ์ “ซูเปอร์เอลนีโญ” ซึ่ง “พอล ราวน์ดี”ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์บรรยากาศจากมหาวิทยาลัยนิวยอร์กสเตทบอกไว้ว่าครั้งนี้จะเป็นปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรงที่สุดในรอบ 140 ปี
...nn “รักษ์ ปฐวี” ติดค้างเรื่องนี้ไว้ก่อน มาเล่าสู่กันฟังให้ละเอียดในครั้งต่อๆ ไป เพราะปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องเตือนกันไว้ตอนนี้เลย คือ หลังช่วงสงกรานต์ผ่านพ้นไป เราอาจต้องเข้าสู่ภาวะวิกฤตรุนแรงด้านพลังงานอย่างแท้จริง
...nn หลังพ้นเส้นตายที่สหรัฐอเมริกาตั้งเงื่อนไขให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ กองทัพเรือสหรัฐฯ ก็ได้ปฏิบัติการปิดล้อมไม่ให้เรือเข้า-ออกจากท่าเรือ หรือเมืองท่าของอิหร่าน ส่งผลให้สถานการณ์ร้อนระอุขึ้นอีกครั้ง ทั้งจากความกังวลว่าอุปทานน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติจะลดลงไปอีก พร้อมทั้งเกรงว่าหากอิหร่านมีปฏิบัติการตอบโต้ จะทำให้ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดตายอย่างแท้จริง เหมือนเส้นเลือดอุดตัน ยิ่งกว่าปัญหาเส้นเลือดขอดก่อนหน้านี้ รวมทั้งต้องจับตาท่าทีจากจีนที่เป็นลูกค้ารายใหญ่ของอิหร่าน ซึ่งต้องใช้เส้นทางลำเลียงน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซด้วย
...nnปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติคือ ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์อีกครั้ง โดย Brent Crude พุ่งขึ้นประมาณ 7% กลับมาซื้อขายเหนือระดับ 101-102 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วน WTI ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ราว 103 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นักวิเคราะห์ชี้ว่าสาเหตุเป็นเพราะตลาดกังวลเรื่องอุปทานน้ำมันโลกที่หายไปจากการจราจรในช่องแคบฮอร์มุซที่ลดลงจากเดิมวันละ 135 ลำ เหลือเพียงประมาณ 40 ลำต่อวัน รวมถึงความเสี่ยงที่อิหร่านจะตอบโต้ด้วยการโจมตีท่าเรือเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซีย
...nnขณะที่ตลาดหุ้นมีสัญญาณดีเล็กๆ โดยแม้ช่วงแรกตลาดจะร่วงลงตามความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ แต่ภาพรวมยังไม่ถึงขั้นตื่นตระหนกสุดขีด ฝั่งสหรัฐฯ ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ปรับตัวขึ้นได้เล็กน้อย (ประมาณ 1%) หลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาให้ข่าวว่า“อิหร่านยังต้องการทำข้อตกลง” ทำให้มีแรงซื้อคืนเพราะหวังว่าจะมีการเจรจารอบใหม่ ขณะที่ฝั่งเอเชียและยุโรป ตลาดส่วนใหญ่ปิดลบเล็กน้อยหรือทรงตัว เนื่องจากยังกังวลเรื่องต้นทุนพลังงานที่จะกระทบต่อเงินเฟ้อและเศรษฐกิจในระยะยาว
...nn ที่ “รักษ์ ปฐวี” บอกว่าท่ามกลางข่าวร้ายยังมีสัญญาณดีคือ การที่ตลาดหุ้นซึ่งไวกับข่าวสาร ให้ความสำคัญกับข่าวการทำข้อตกลงที่ยังไม่ปิดตายลง แม้การเจรจารอบแรกจะไม่มีอะไรที่เป็นข้อตกลง เนื่องจากติดเงื่อนไขข้อแม้เรื่องที่สหรัฐฯ ต้องการบีบให้อิหร่านยุติการพัฒนานิวเคลียร์โดยสิ้นเชิง แต่การเจรจารอบต่อไปอาจมีอะไรเป็นจุดเริ่มต้นของสันติภาพก็ได้
...nn ดูจากปฏิกิริยาของตลาดหุ้น ร่วมกับท่าทีของชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ ที่ไม่ร่วมปฏิบัติการรวมทั้งยืนยันต้องการเห็นสันติภาพแล้ว เชื่อว่าอย่างไรเสีย สงครามครั้งนี้จะมีข้อยุติในอีกไม่นาน ความกังวลถึงขั้นจะพัฒนากลายเป็นสงครามโลกนั้น ดูจะไกลไปหน่อย
...nn กระนั้น ปัญหาวิกฤตพลังงานแน่นอนว่าคงจะหนักกว่าที่ผ่านมา “รักษ์ ปฐวี” ถึงได้บอกว่านี่คือปัญหาเฉพาะหน้า แม้ก่อนสงกรานต์รัฐบาลจะแก้ปัญหาไปบางเปลาะโดยการลดค่าการกลั่น รวมทั้งได้ตลาดโลกช่วยเสริมในช่วงการเจรจารอบแรก ทำให้ลดดีเซลไปได้ 4-6 บาท พร้อมตรึงราคาไว้ช่วงสงกรานต์ ผนวกกับเร่งออกมาตรการเยียวยาช่วยเหลือรายกลุ่มแต่เมื่อสถานการณ์พลิกกลับ ส่อเค้าทำให้เกิด “อุปทานช็อก” อีกรอบพูดง่ายๆ ว่าเมื่อปัญหามันสู้มือ ก็ต้องจับตาว่ารัฐบาลจะมีไม้เด็ดอะไรออกมาสู้กลับหรือไม่
...nn ในส่วนของประชาชนนั้น รอบนี้น่าจะต้องทำใจว่าอาจต้องยอมรับภาระต่างๆ ด้วย หากรัฐบาลจำเป็นต้องเข็นมาตรการที่ส่งผลกระทบโดยตรงออกมา อาทิ การจำกัดการใช้พลังงาน ไม่ว่าจะภาคสมัครใจ เช่น เวิร์กฟรอมโฮม ทางเดียวไปด้วยกัน หรืออาจหนักถึงขั้นต้องใช้มาตรการบังคับ เช่น ปันส่วนการใช้น้ำมัน หรือจำกัดการใช้รถแบบวันคู่-วันคี่
...nn “รักษ์ ปฐวี” เคยย้ำไปแล้ว และขอย้ำอีกครั้งว่า บทเรียนในช่วง 15 วันแรกของสงคราม บ่งชัดว่ามาตรการเดียวรับมือวิกฤตขนาดใหญ่แบบนี้ไม่ได้ และทุกมาตรการต้องมี “ต้นทุน”
ทั้งสิ้น ที่น่าห่วงและเริ่มมีกระแสติติงออกมาด้วยความเป็นห่วงคือถ้ารัฐจะใช้มาตรการ “กู้มาสู้” คือ ค้ำประกันให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงกู้เงินก้อนใหญ่มาอุดหนุนราคาน้ำมันอีก และสู้จนหมดหน้าตักเหมือนที่เคยสู้ปกป้องค่าเงินบาทในปี 2540 โอกาสจะเกิดวิกฤตซ้ำซ้อนจะสูงยิ่ง อย่างที่ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” เคยพูดไว้เองในการแถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 28 มีนาคม ว่า “หากไม่ลดการอุดหนุน กองทุนน้ำมันจะขาดทุนโดยไม่จำกัด และจะทำให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ซึ่งจะเกิดผลกระทบอย่างรุนแรง ไม่ใช่แค่วิกฤตพลังงาน แต่จะเกิดเหมือนวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 จึงตัดสินใจเลิกอุดหนุนราคาน้ำมัน เพื่อไม่ให้เกิดวิกฤตซ้อนวิกฤต”
...nn นี่คือห้วงเวลาวัดใจ วัดความแข็งแกร่ง วัดวุฒิภาวะ ทั้งของภาครัฐ และภาคประชาชน ที่ต้องร่วมมือสู้ไปด้วยกัน
...nnตบท้ายวันนี้กับตัวเลขที่เห็นกันแล้วน่าจะสะอึกกัน ก็ใครล่ะที่ปล่อยให้โรงกลั่นและจอบเบอร์กำไรดื้อๆยี่สิบกว่าบาทต่อลิตรทั้งๆที่น้ำมันดิบราคาแพงยังมาไม่ถึงโรงกลั่นโดยรีดเงินจากกองทุนน้ำมันและประชาชน.... จากเดิมน้ำมันดีเชลหน้าปั้มลิตรละ30.5หักกำไรค่าการตลาดของปั้ม1.8บาท หัก vat2.1บาท หักกองทุนน้ำมัน6บาท หักภาษีสรรพสามิต6บาท โรงกลั่นรับสุทธิ16บาทต่อลิตร…พอมาตอนระเบิดลงอิหร่านตั้งแต่วันที่28 กุมภาพันธ์ จนถึงวันที่ 10เมษายน ราคาหน้าปั้ม44.5บาท/ลิตร หักกำไรการตลาด1.8บาท หักvat3.1บาท หักภาษีสรรพสามิต6บาท ได้รับชดเชยจากกองทุนน้ำมัน6บาท โรงกลั่นได้รับสุทธิ45บาทต่อลิตร คิดเป็นกำไรคร่าวๆ45-16=29บาทต่อลิตร…สุดยอดจริงๆ!!...nn
รักษ์ ปฐวี

ดักซุ่มข้างทาง ยิง อส.ปะนาเระ บาดเจ็บ ขณะกลับจากละหมาด
ปรากฏการณ์หม่นมืด หมอธีระวัฒน์ เปิดข้อมูลช่วงวิกฤต เสี่ยงอารมณ์ดิ่ง-จบชีวิตตัวเอง
เห็นแล้วใจฟูล! 'บอย - เจี๊ยบ' สานต่อความตั้งใจ'รถกับข้าวบอยเจี๊ยบ'เติมรอยยิ้มให้น้องๆ
'Mrs.Tourism Thailand 2026'เปิดรับสมัครสาวงาม'ตัวแม่ยุคใหม่'พร้อมขับเคลื่อนวัฒนธรรมไทย
สงกรานต์จัดเต็ม'พลพล-อิสร์-โบนัส'สาดความมันส์ เสิร์ฟความสนุกสุดเย็นฉ่ำ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี