วันอังคาร ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569
การที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ลงพื้นที่ไปดูปัญหาการประกอบธุรกิจของคนต่างชาติผ่านนอมินีคนไทยหรือแย่งพื้นที่ทำมาหากินของคนไทย ที่จ.ภูเก็ตและที่จ.สุราษฎร์ธานี นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่อำนาจส่วนกลางให้ความสนใจเข้าไปช่วยกระตุ้นการแก้ไขปัญหาที่เรื้อรังมานานจนส่งกระทบถึงความมั่นคงของชาติ
ส่วนที่หวังว่า ปัญหาจะได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังเป็นรูปธรรมมากน้อยแค่ไหน ยังเป็นเรื่องที่ตอบได้ยากมาก เนื่องจากปัญหาในลักษณะดังกล่าว ต่างรับรู้กันดีว่ามีอยู่เกือบทุกตำแหน่งแห่งหน
ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ โดยมีเครือข่ายซับซ้อน มีอำนาจด้านมืดและด้านสว่างทั้งจากเจ้าหน้าที่รัฐบางคน หรือผู้มีอำนาจคอยช่วยเหลือ โดยไม่ยำเกรงต่อกฎหมาย
ปัญหาต่างชาติยึดเกาะ หรือเข้ามาตั้งรกรากทำธุรกิจธุรกรรมแย่งพื้นที่ทำมาหากินของคนไทยโดยข้อเท็จจริงนั้น เกิดขึ้นมานานมากแล้ว โดยเฉพาะที่เกาะพะงัน-สมุย ที่ผ่านมาชาวบ้านเคยร้องเรียนเป็นระยะ แต่สุดท้ายเรื่องก็เงียบหายเหมือนถูกเป่าคดีจนกระทั่งเกิดกระแสการทวงคืนเกาะพะงัน หลังพบว่ามีชาวอิสราเอลเข้าไปกว้านซื้อที่ ทำธุรกิจ และสร้างชุมชนขึ้นมา
ข้อวิตกถูกกลืนชาติบนเกาะพะงัน ดูจริงจังมากขึ้น หลังจากกองทัพภาคที่ 4 มอบหมายให้กองบังคับการควบคุมการแก้ไขปัญหาภัยคุกคามด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่ และปราบปราม
ภัยแทรกซ้อนในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ เข้าไปจับกุมโรงเรียนเถื่อนที่เปิดสอนเด็กอิสราเอลเกือบร้อยคนบนเกาะพะงัน จึงสั่งขยายผลทันทีเพราะนี่คือปัญหาใหญ่ที่กระทบความมั่นคงระยะยาว
กระแสปากต่อปาก ทำให้ปัญหาต่างๆ ที่หมักหมมอยู่บนเกาะพะงัน เริ่มไหลทะลักออกมาสู่สายตาสาธารณชนต่อเนื่อง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่น่าตกใจแทบทั้งสิ้นว่า เราปล่อยให้เกิดปัญหาแบบนี้ได้อย่างไร ทั้งเรื่องการถือครองที่ดิน การจัดตั้งบริษัท การตั้งชุมชน การสร้างบ้าน การสร้างวิลล่า การบุกรุกพื้นที่ การทำลายทรัพยากรธรรมชาติ แต่ภาษีไม่เสีย
จากข้อมูลตัวเลขบริษัทที่มีชาวต่างชาติลงทุน ณ เกาะพะงัน และเกาะสมุย มีจำนวนถึง 11,426 ราย คิดเป็น 67.97% ของบริษัททั้งหมดของทั้ง 2 เกาะ รวม 16,811 ราย ซึ่งบริษัทที่มีชาวต่างชาติลงทุนดังกล่าวมีทั้งที่ประกอบธุรกิจโดยถูกกฎหมาย และที่หลีกเลี่ยงโดยใช้คนไทยเป็นนอมินี โดยพบว่าชาวต่างชาติที่เข้ามาร่วมลงทุนบน2 เกาะ เป็นนักลงทุนจากกลุ่มประเทศเดียวกัน
เกาะพะงันเป็นเพียงเศษเสี้ยวของปัญหาที่เกิดขึ้น และดูเหมือนว่า สถานการณ์ของปัญหาในลักษณะเดียวกันนี้รุนแรงในหลายพื้นที่หลายสัญชาติเริ่มเข้ามาฝังรากลึกที่ไทย ประกอบธุรกิจโดยมิได้รับอนุญาต โดยมีคนไทยบางกลุ่มที่เห็นแก่ผลประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ ยอมร่วมกระทำความผิดให้ความช่วยเหลือ ส่งผลให้ทำลายระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไปโดยปริยาย
วันนี้ ถึงแม้ว่า นายกรัฐมนตรี ลงไปดูปัญหาด้วยตัวเอง พร้อมกับสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดปฏิบัติการทลายนอมินีบนเกาะพะงัน เกาะสมุยและหาดฟรีด้อม เป็นการเชือดไก่ให้ลิงดูเป็นตัวอย่างก็ตาม ยังต้องติดตามดูกันต่อไปว่า มันจะเป็นเพียงไฟไหม้ฟางหรือไม่ หลังจากคณะของนายกรัฐมนตรีเดินทางกลับถึง กทม.แล้ว
อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านหรือคนในพื้นที่ต้องตื่นรู้ คอยช่วยกันเป็นหูเป็นตา เห็นชาวต่างชาติมีพฤติกรรมแปลกๆ หรือรวมตัวกันทำอะไรที่ไม่ชอบมาพากล หรือเห็นเจ้าหน้าที่รัฐคนไหนสุมหัวกันขายชาติขายแผ่นดิน อย่านิ่งดูดายเพราะที่นี่คือบ้านของเรา ไม่อย่างนั้น วันหนึ่งข้างหน้า
ถ้ายังปล่อยให้เกิดค่านิยมเงินตกใส่ขวานขวานยังบิ่นอยู่แบบนี้ คำว่าถูกกลืนชาติจะยิ่งน่าหวาดผวา

เช็กรายชื่อ! ครม.มีมติแต่งตั้งข้าราชการหลายตำแหน่ง
มดดำ ปล่อยคำใบ้เพิ่ม ปมดาราหนุ่มนอกใจเมียนักร้อง แอบแซ่บนักธุรกิจสาว ชื่อย่อ จ.จาน
YAMAHA Presents THE SCOOTER FEST JOURNEY @ NAKHON PATHOM จัดเต็มความสนุก
ทายาทที่ดินนำแท่นปูนปิดทางเข้า-ออก ขับไล่พระ หวังยึดทำเลทองคืน
นายกฯ เร่งออกกฎหมายใหม่ควบคุมปืนรุนแรงเด็ดขาดขึ้น เล็งเปิดช่องส่งมอบคืนปืนเถื่อน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี