วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ว่ากันตามความเป็นจริง นอกจากท่านสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้วรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการต่างประเทศเป็นนายแบกรับภาระฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ความสัมพันธ์ทางการค้า และความมั่นคงให้รัฐบาลแล้ว ยังไม่เห็นรัฐมนตรีคนไหนมีผลงานเป็นชิ้นเป็นอันในรัฐบาลอนุทิน 2
ใช่!!รัฐบาลได้รับความนิยมสูงมากจากโครงการไทยช่วยไทยพลัส เพราะไม่มีใครไม่ชอบที่ได้รับเงินช่วยเหลือเดือนละหนึ่งพันบาทสี่เดือน อย่างน้อยได้ลดภาระค่าครองชีพในภาวะข้าวของแพงอันเนื่องมาจากน้ำมันขึ้นราคาเพราะสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง
แต่หากใช้สติปัญญาใคร่ครวญจะพบว่า ส่วนหนึ่งที่ราคาพลังงานสูงขึ้น เกิดจากความบกพร่องในการบริหารจัดการ สงครามสหรัฐกับอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เพียงหนึ่งวันหลังจากนั้น
วันที่ 1 มีนาคม 2569 น้ำมันขาดแคลนประชาชนเข้าคิวเติมน้ำมันนานหลายชั่วโมง ทั้งๆ ที่กรมธุรกิจพลังงานแถลงว่า มีน้ำมันสำรองใช้ได้ 101 วัน และเมื่อรัฐบาลประกาศขึงขังไม่ให้น้ำมันขาดแคลนจากสถานีจำหน่ายน้ำมันภายใน 7 วัน
กลางดึกคืนที่ 6 จากที่รัฐบาลประกาศ น้ำมันขึ้นราคาลิตรละ 6 บาท ตั้งแต่นั้นมาน้ำมันไม่เคยขาดแคลนจากสถานีจ่าย นี่เป็นที่ยืนยันว่าประเทศไทยไม่ขาดแคลนน้ำมัน แต่ขาดแคลนคุณธรรมจริยธรรม ขาดแคลนความโปร่งใสในการบริหารจัดการ
ใครขาดแคลนคุณธรรม จริยธรรม ใครสร้างความมั่งคั่งจากความเดือดร้อนของชาวบ้าน ใครได้กำไรประมาณ 19,000 ล้านบาท ที่เป็นต้นเหตุให้รัฐบาลกู้เงินสองแสนล้านบาท มาทำโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส ช่วยเหลือเยียวยาประชาชนและประคองเศรษฐกิจไม่ให้ล่มสลาย เป็นเรื่องที่ฝ่ายค้านและรัฐบาลต้องหาตัวไอ้โม่งตุนน้ำมัน ลักลอบส่งน้ำมันขายประเทศเพื่อนบ้านมาลงโทษให้ได้
ชาวบ้านอย่างเราทำได้เพียงบอกรัฐบาลว่า คนที่ตุนน้ำมันและลักลอบส่งน้ำมันขายประเทศเพื่อนบ้านได้ ต้องเป็นผู้คุ้นเคยกับธุรกิจน้ำมันและมีแท็งก์เก็บน้ำมันเป็นสิบล้านร้อยล้านลิตร
ตั้งแต่ รัฐบาลอนุทิน 2 เข้าบริหารประเทศ น้ำมันเป็นประเด็นรีบด่วนที่ต้องแก้ไข เท่าที่ติดตามการทำงานของรัฐบาลชุดนี้เห็นมีท่านสีหศักดิ์เพียงคนเดียวที่ทำงานเข้าเป้า ทั้งการแก้ปัญหาพลังงาน ฟื้นฟูความสัมพันธ์และการค้า
นายสีหศักดิ์เดินทางไปประเทศโอมาน เจรจากับรัฐบาล ให้ช่วยพูดกับอิหร่านผ่อนผันให้เรือน้ำมันและเรือสินค้าไทยที่ติดค้างอยู่ในอ่าวอาหรับผ่านช่องแคบฮอร์มุซมาได้อย่างน้อยสามลำ
HTV-Global เสนอข่าวว่า ขณะที่มีความตึงเครียดจากอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมัน 20%ของโลก เรือน้ำมันของ จีน ปากีสถาน อินเดีย เรือน้ำมันของไทยล่องผ่านช่องแคบไปได้หลายลำ
HTV-Global รายงานด้วยว่าระหว่างทำภารกิจในตะวันออกกลางนายสีหศักดิ์เจรจากรุยทางซื้อปุ๋ยจากประเทศในอ่าวอาหรับและความเป็นไปได้ส่งสินค้าอุปโภค-บริโภคมาขายในตะวันออกกลาง
กลับมาถึงประเทศไทย นายสีหศักดิ์ เจรจากับ หวัง อี้รัฐมนตรีต่างประเทศจีนที่กำลังมีบทบาทสำคัญในการจัดระเบียบโลกใหม่ นายสีหศักดิ์ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ ในทำนองตัดพ้อว่า สหรัฐฯไม่ได้ช่วยเหลือประเทศไทยในยามลำบาก
เสร็จภารกิจรับรองหวัง อี้ นายสีหศักดิ์บินไปร่วมประชุม “บริกส์” กลุ่มเศรษฐกิจใหม่ในประเทศอินเดีย ที่นั่นเขาได้พบอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ผู้มีบทบาทสำคัญในการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกากับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน
ยังมีผลงานอีกมากมายที่พูดได้ว่า นายสีหศักดิ์เป็นนายแบกรัฐบาลให้มีผลงานเชิดหน้าชูตา โดยไม่ต้องจ้างอินฟลูสร้างกระแสหรือทำไอโอให้
ยกเรื่องนายสีหศักดิ์มาเสนอเพราะเห็นว่า นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลไม่มีผลงานพอๆ กับฝ่ายค้านที่ไม่ได้ตรวจสอบเรื่องสำคัญ มัวถกเถียงกันเรื่องไร้สาระเพื่อสถานะของตัวเอง
พรรคส้ม แกนนำฝ่ายค้าน ที่สร้างฐานการเมืองจากการปั่นกระแส เซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันสูงสุดของชาติ ชนะเลือกตั้งก็เป็นรัฐบาลไม่ได้ ไม่มีสติปัญญาไม่มีประสบการณ์ในการบริหารประเทศ เพราะถูกปลูกฝังมาจากตำราปลุกระดมปั่นกระแสเพื่อให้ได้รับเลือกตั้งเท่านั้น
เมื่อใกล้ถึงวันเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ พรรคส้มจึงสร้างกระแสประเด็นอ่อนไหวให้เป็นที่ถกเถียงกันเพื่อผันให้เป็นคะแนนนิยมชนะเลือกตั้งเหมือนสองครั้งที่ผ่านมา
เลือกตั้งทั่วไปปี 2562 พรรคส้มชนะเลือกตั้งเหนือความคาดหมายได้ สส.เข้าสภา 81 คน เป็น สส.เขต 30 คนสส.บัญชีรายชื่อ 51 คน บ่งชี้ถึงความนิยมคนเมืองใหญ่ ในกรุงเทพฯ ภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคอีสาน ต่อการสืบทอดภารกิจ 2475 ให้ลุล่วงไปได้ในรุ่นเรา
นโยบายเรือธงของพรรคส้มคือ เปลี่ยนแปลงประเทศไทยด้วยการด้อยค่าทหาร เซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันฯ พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบในปี 2563 เปลี่ยนชื่อเป็นก้าวไกลชนะเลือกตั้งปี 2566 ได้สส.เข้าสภา151 คน ผลจากการสืบทอดนโยบายเซาะบ่อนทำลายสถาบัน ถูกศาลรัฐธรรมตัดสินยุบพรรคและ เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นพรรคประชาชน
ตั้งแต่ถูกยุบครั้งที่สอง พรรคส้มพ่ายเกมการเมืองให้พรรคสีน้ำเงินตลอดมา ไม่ว่าจะเลือกตั้งซ่อมสี่ครั้งเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)ทั่วประเทศไทย พรรคส้มได้นายก อบจ.ลำพูน จังหวัดเดียว
เลือกตั้ง สว.ปี 2567 ที่ผ่านมา พรรคส้มจัดตั้งออกหน้าจัดหาผู้สมัคร สว.20 สาขาอาชีพ
ใกล้วันเลือกตั้งนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้นำจิตวิญญาณพรรคส้ม เขียนจดหมายเปิดผนึกถึงผู้สมัครในเครือข่ายให้เสียสละโดยการลงคะแนนให้ผู้สมัครที่มีแนวโน้มจะชนะเลือกตั้ง
ระบบเลือกตั้งแบบเลือกกันเองในหมู่ผู้สมัคร จำเป็นต้องมีผู้เสียสละเทคะแนนให้ผู้ที่มีเป้าหมายได้รับเลือกเป็นตัวแทนอำเภอ จังหวัด และระดับประเทศ
พรรคสีน้ำเงินใช้วิธีการจัดตั้งแบบไหนอย่างไรหรือไม่ ไม่สามารถรู้ได้ มีแต่ข้อกล่าวหาอั๊วเลือกตั้งได้ สว.ในเครือข่าย 168 คน ส่วนพรรคส้มได้ สว.ในเครือข่าย18 คน อย่างไรก็ดี ทั้งพรรคส้มและน้ำเงิน ต่างก็ปฏิเสธว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง สว.
คงเป็นเพราะพรรคส้มรู้ว่า สู้เกมการเมืองสีน้ำเงินไม่ได้ หรือไม่ก็โง่เกินไป เมื่อรัฐบาลพรรคเพื่อไทยถูกศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาให้พ้นจากหน้าที่ ปลายปี 2568 พรรคส้มซึ่งมี สส.151 คน ตัดสินใจยกมือให้พรรคสีน้ำเงินมี สส. 70 คน เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยในสภา มีภารกิจเปิดทางแก้ร่างรัฐธรรมนูญ 60 เพื่อร่างฉบับใหม่ภายใน 120 วัน โดยมีพรรคส้มเป็นฝ่ายค้ำรัฐบาล
พรรคสีน้ำเงินใช้เวลาไม่ถึง 60 วัน ดึงเทคโนแครตมาช่วยสร้างความนิยมในหมู่คนชั้นกลาง และสร้างความนิยมจากชาวบ้าน โดยการสนับสนุนกองทัพแก้ปัญหาความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ซึ่งตัดกับพรรคส้มที่ดูแคลนกองทัพว่า รบกับใครก็ไม่ชนะ “ทหารมีไว้ทำไม”
ด้วยเกมการเมืองเหนือกว่า ดึงบ้านใหญ่ทั่วประเทศไทยมาไว้ในค่ายใช้นโยบายชาตินิยมหาเสียง พรรคสีน้ำเงินชนะเลือกตั้งกุมภาพันธ์ 2569 ถล่มทลายได้ สส. 190 คน ได้เป็น
แกนนำรัฐบาลผสม ส่วนพรรคส้มได้ สส. 140 คนเป็นแกนนำพรรคฝ่ายค้าน
พรรคส้มมีนโยบายเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันสูงสุดของไทยในดีเอ็นเอ แต่ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งห้ามไม่ให้กระทำการเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันฯ
เมื่อการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพฯใกล้เข้ามา พรรคส้มจึงสร้างกระแสโจมตีรัฐบาลกระทบชิ่งสถาบันฯ โจมตีนายอนุทินที่ประชุมร่วมกับองคมนตรีเตรียมแผนงานแก้ปัญหาภัยแล้งที่จะมาถึง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ กล่าวว่า..
“ผมก็มีความคิดเห็นว่าบุคคลที่เป็นนายกรัฐมนตรีนอกจากไม่ควรห้อยหรือโหนฟ้ามาลงต่ำ อีกหนึ่งกรณีเช่นเดียวกันก็คือ พอดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว ต้องใช้อำนาจของตัวเองทุกช่องทางในการดันฟ้าให้ขึ้นสูง..”
คำพูดของหัวหน้าพรรคส้ม ถูกวิจารณ์อย่างกว้างขวางว่า ตำหนิรัฐบาลกระทบชิ่งถึงสถาบันฯ นายปิยบุตรแสงกนกกุล หนึ่งในผู้ก่อตั้งพรรคส้มผู้ฝักใฝ่ปฏิวัติฝรั่งเศสโพสต์เฟซบุ๊กว่า
“ไม่ควรมีองคมนตรีเป็นที่ปรึกษาพระมหากษัตริย์”โดยอ้างว่าในบางประเทศพระมหากษัตริย์ปรึกษาคณะรัฐมนตรีแทนองคมนตรี
และเมื่อพฤติกรรมของนายปิยบุตรกับนายณัฐพงษ์ถูกวิจารณ์อย่างกว้างขวาง ทั้งในโซเชียลและสื่อกระแสหลัก ที่พรรคส้มรู้ดีว่า การโจมตีรัฐบาลกระทบชิ่งถึงสถาบันฯนั้นถูกใจด้อมส้ม จึงเปิดเกมใหม่โจมตีระบอบสีน้ำเงิน ว่า ใช้อิทธิพลครอบงำทุกสถาบัน ครอบงำรัฐบาล รัฐสภา ตลอดถึงองค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ ฯลฯ
คนทั่วไปคลางแคลงใจว่า ระบอบสีน้ำเงินของพรรคส้มหมายถึงใคร? พรรคภูมิใจไทย หรือ สีน้ำเงินบนธงไตรรงค์ซึ่งเป็นแทนพระมหากษัตริย์..ใครตีความอย่างไรก็ได้ที่แน่ๆ ด้อมส้มตีความไปตามความรู้สึกฝังใจและคลั่งไคล้ของพรรคส้ม
เชื่อว่า ยิ่งวิจารณ์มากเท่าไหร่พรรคส้มยิ่งดีใจมากเท่านั้นแม้กระทั่งแจ้งความดำเนินคดี ยิ่งทำให้พรรคส้มได้ใจสาวกมากขึ้น พรรคส้มมีคติว่า ถูกดำเนินคดีมากเท่าไหร่คะแนนเสียงพรรคส้มก็ดีขึ้นมากเป็นเท่าทวีคูณ ดังที่นายแสวงบุญมี เลขาฯคณะกรรมการการเลือกตั้งกล่าวว่า มีเรื่องร้องให้ยุบพรรคส้มอยู่ระหว่างพิจารณาของ กกต. 60 คดี
จึงสรุปได้ว่ารัฐบาลแกร่งบริหารประเทศได้สบายๆ เพราะฝ่ายค้านกลวง
สุทิน วรรณบวร


เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี