วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ถือเป็นวันแรกในการเปิดให้ประชาชนใช้งานโครงการ“ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ของรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล โดยระบบได้เปิดให้เริ่มใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากทั่วประเทศ ทุกอย่างไปได้สวยพ่อค้าแม่ค้ารับทรัพย์ระรื่น ประชาชนซื้อสินค้าได้ถูกกว่าเดิม
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง พร้อมนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ลงพื้นที่ดูความพร้อมของร้านค้าและการใช้สิทธิ์ของประชาชนโครงการไทยช่วยไทยพลัส ย่านตลาดสดธนบุรี
ได้พูดคุยกับผู้ประกอบการร้านค้า โดยทดลองสแกนใช้จ่ายโครงการ โดยเลือกซื้อมะพร้าวถอดเสื้อราคา 60 บาท โดยสแกนจ่ายในราคา 24 บาท โดยระบุว่า “ใช้ง่ายมากเลย” ก่อนที่จะแนะนำให้ใช้แอปพลิเคชันนกกระซิบ เพื่อวิเคราะห์ยอดขาย เพื่อจะได้รู้ว่าช่วงเวลาใดมีลูกค้าเยอะและช่วงใดที่ลูกค้าน้อยจะได้ทำให้พ่อค้าแม่ค้ามีช่วงเวลาในการพัก ทั้งยังแนะนำว่าสามารถนำยอดขายไปประกอบการยื่นกู้สินเชื่อกับทางธนาคารได้ ซึ่งจะมีการสรุปยอดในทุกวัน นอกจากนี้ยังพูดคุยกับร้านขายข้าวสาร อาหารทะเลแห้ง ร้านขายผักสด และร้านผลไม้ ซึ่งพบว่ามีประชาชนมาใช้บริการตั้งแต่ช่วงเช้าตั้งแต่เริ่มเปิดโครงการ
นายเอกนิติกล่าวว่า วันนี้ได้มาสำรวจตลาด จากการที่เปิดใช้โครงการไทยช่วยไทยพลัสวันแรก ตนเองดีใจที่เห็นคนมาใช้ไทยช่วยไทยพลัส โดยตนเป็นตัวแทนของกระทรวงการคลัง ร่วมกับธนาคารกรุงไทย ที่เป็นคนทำระบบเบื้องหลัง ที่มาดูเพราะอยากคุยกับพ่อค้าแม่ค้า โดยถือว่าโครงการดังกล่าว ช่วยลดค่าครองชีพเขาจริง เพราะทุกรายการที่ซื้อ รัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่าย 40% ช่วยให้ค่าครองชีพถูกลงซึ่งเป็นผลมาจากการเกิดสงคราม ที่เป็นวิกฤตที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทำให้ของเริ่มแพงขึ้น
บทบรรณาธิการนสพ.แนวหน้า ฉบับเมื่อพฤหัสบดีที่ผ่านมา เขียนไว้น่าสนใจ ว่า ที่น่าผิดหวังคือ นักวิชาการที่มีชื่อเสียงบางคน นำเสนอประเด็นตื้นเขินประเภทที่ว่า “โครงการนี้บีบให้ชาวบ้านต้องไปซื้อโทรศัพท์มือถือใหม่เพื่อมารับเงิน 4,000 บาท กลายเป็นการเอื้อประโยชน์ให้บริษัทขายมือถือ” ข้อคิดเห็นลักษณะนี้ไม่เพียงแต่ไร้ซึ่งงานวิจัยหรือหลักสถิติรองรับแต่ยังเป็นการดูถูกวิจารณญาณของประชาชนอย่างรุนแรง และสะท้อนให้เห็นว่า อคติทางการเมืองสามารถทำให้คนที่มีการศึกษาระดับสูง มองข้ามภาพรวมทางเศรษฐกิจและการหมุนเวียนของเงินในระดับฐานรากไปได้อย่างน่าใจหาย
หากปล่อยให้สภาวะเช่นนี้ดำเนินต่อไป สังคมไทยจะตกอยู่ในสภาวะ “อัมพาตทางความคิด” ไม่ว่ารัฐบาลไหน หรือใครจะเข้ามา บริหารประเทศในอนาคต ก็คงจะไม่สามารถขับเคลื่อนนโยบายใดๆ ให้สำเร็จได้เลย เพราะฝ่ายที่ไม่ชอบก็จะตั้งป้อมหาเหตุผลร้อยแปดมาปั่นกระแส บิดเบือนข้อเท็จจริง และสร้างความเข้าใจผิดจนกลายเป็นชนวนความขัดแย้งไม่รู้จบ
ณ เวลานี้โครงการไทยช่วยไทยพลัสกำลังไปได้สวย อย่าทะเลอทะล่า ทำตัวเป็นนักเลงคีย์บอร์ด วิจารณ์แบบมั่วๆ ไร้เดียงสา ภูมิปัญญาต่ำ แต่ควรหาช่องทางชมสักนิด หรือคำแนะนำทางวิชาการใหม่ๆ ให้โครงการเดินไปได้ราบรื่นสะดวกสบายมากกว่าเดิม

ปกรณ์ ลุยปฏิรูประบบรัฐ ยุบหน่วยงานซ้ำซ้อน ประเดิม ก.ย.นี้ ยุบธนาคารที่ดิน ตามด้วย ป.ย.ป.และ 4-5 องค์การมหาชน
ดราม่าเดือด แฟนลูกยางไทยจวกยับ นักตบชายกัมพูชาเช็ดมือที่รองเท้าหลังจับมือทีมชาติไทย ชมคลิป
อ.โอฬาร อ่านคดีที่มา สว. เน้นใช้กดดันทางการเมือง-กระบวนการยุติธรรม เหนือหลักฐานข้อเท็จจริง
เอกภพ ย้ำจุดยืน ปชน. หนุนแก้กฎหมายบัตรทอง เพื่อปฏิรูประบบให้มีประสิทธิภาพ-ยั่งยืน
พลพล เล็ก รัชเมศฐ์ เบียร์ พร้อมพงษ์ จารุพันธ์ รับรางวัล เพชรในเพลง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี