วันศุกร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569
สถานการณ์โลกกลับมาเลวร้ายอีกครั้งหลังจากสหรัฐและอิหร่าน เปิดสงครามรอบใหม่และดูเหมือนว่าการสู้รบรอบนี้จะรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม เพราะทั้งโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกาและโมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ต่างฝ่ายต่างสาดอารมณ์คั่งแค้นเข้าใส่กันชนิดที่เรียกว่า ต้องตายตกกันไปข้างหนึ่ง
สันติภาพที่โลกรอคอย ได้สิ้นสุดลงทันทีหลังทรัมป์ ประกาศฉีกบันทึกข้อตกลงชั่วคราวเพื่อยุติสงครามที่เพิ่งลงนามไปเมื่อวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา พร้อมคำตราหน้าด่าฝ่ายผู้นำอิหร่านว่าพวกขยะ-คนบ้า ขณะที่โมจตาบา คาเมเนอีได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้ให้คำมั่นว่า จะล้างแค้นให้แก่บิดา อดีตผู้นำสูงสุดที่เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯและอิสราเอล
สงครามรอบใหม่ เปิดฉากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คือ นอกจากเน้นโจมตีจุดยุทธศาสตร์พร้อมเร่งขยายวงแนวรบออกไปในอีก 6 ชาติอาหรับที่มีฐานทัพสหรัฐฯอย่างรวดเร็วแล้ว สมรภูมิช่องแคบฮอร์มุซไม่เพียงถูกปิดตายอย่างไม่มีกำหนดเท่านั้น แต่อิหร่านยังขู่ปิดเส้นทางการเดินเรือทั้งหมด รวมทั้งช่องแคบบับ เอล มันเดบ ที่จะออกสู่ทะเลแดง
ส่วนทรัมป์ แม้กลับลำเลิกเก็บค่าผ่านทางฮอร์มุซ 20% แต่ยังไม่ล้มแผนการปิดล้อมทางทะเลของเรือที่จะแล่นเข้า-ออกจากท่าเรืออิหร่าน ซึ่งฝ่ายเตหะรานคงจะไม่ยอมจำนนง่ายๆ นั่นหมายความว่า ช่องแคบฮอร์มุซ ได้กลับมาเป็นชนวนขัดแย้งสำคัญของสงครามรอบใหม่ ที่จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานโลกต่อไป
ที่ผ่านมา น้ำมันโลกหายไปจากระบบอยู่แล้ว20% มารอบใหม่ทำท่าว่าจะหนักหนาสาหัสกว่าเดิมเพราะไม่ว่าการเจรจาจะมีขึ้นหรือไม่ หรือสงครามจะยุติเมื่อไหร่ แนวโน้มช่องแคบ
ฮอร์มุซจะไม่มีวันกลับมาเหมือนเดิม โดยเฉพาะหากเส้นทางพลังงานโลกทั้งฮอร์มุซ และบับ เอล มันเดบ ถูกใช้เป็นเครื่องมือตอบโต้สหรัฐและพันธมิตรแบบคู่ขนานจริง แน่นอนว่าจะยิ่งเลวร้ายหนัก
นี่คือสัญญาณเตือนวิกฤตซ้อนวิกฤตและซ้อนวิกฤต สถานการณ์วันนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องความตื่นตระหนกเพราะทั้งโลกผ่านมันมาแล้ว 3-4 เดือนนับตั้งแต่สงครามเปิดฉากขึ้นเมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่สิ่งที่กำลัง จะเกิดขึ้นจากนี้ไป คือวิกฤตของจริงที่จะโถมกระหน่ำเข้ามาพร้อมๆ กันในสภาพที่แต่ละประเทศยังไร้เรี่ยวแรง และยังไม่ฟื้นตัว
การที่โลกได้หยุดพักหายใจเพียงชั่วขณะหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าวิกฤตต่างๆ จากผลกระทบที่เกิดจากสงครามระลอกแรก จะได้ทันคลี่คลายลง ตรงกันข้ามแรงกระแทกจากพายุใหญ่เพียงแค่เริ่มต้นออกฤทธิ์ต่อเศรษฐกิจทั่วโลก แม้แต่ประเทศไทยเองก็ตาม สถานการณ์เวลานี้ดูเหมือนจะคลี่คลายจากราคาน้ำมันที่เริ่มลดลง แต่เจอความผันผวนรุนแรงขนาดนี้ ต้องดูกันวันต่อวัน
นี่คือโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลไทย ต้องรีบคิดหาวิธีรับแรงกระแทกทั้งจากภายนอกและภายในประเทศอย่างเร่งด่วน อย่าลืมว่าสงครามรอบใหม่นี้ ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าจะมีระดับรุนแรง และยืดเยื้ออีกนานเท่าไหร่ หากเตรียมการรับมือไม่ดีพอ ก็น่าเป็นห่วงว่าทิศทางเศรษฐกิจไทยครึ่งหลังปี 2569 ทั้งปัญหาเรื่องเงินเฟ้อและหนี้เสีย จะฝ่าวิกฤตไปได้แค่ไหน คงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

อนุทิน ปัดสหรัฐฯ ตั้งฐานผลิตโดรนในไทย ยันไม่ใช้เรื่องทหารแลกเจรจาภาษี แยกความมั่นคง-การค้า
‘สุชาติ’บุกเพชรบุรี! ‘เปิดประตูระบายน้ำ’ แก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำเค็มรุกล้ำ 4,000 ไร่
กมธ.ศาสนา จ่อลงพื้นที่ วัดป่าอดุลยาราม ดับไฟขัดแย้งวัด-ฆรวาส หวั่นกระทบศรัทธา
เอ็ดดี้ ผ่าปมร้อน ชัยชนะ ชี้ความเป็นไปได้ค่อนข้างสูง แต่ยังสรุปความผิดไม่ได้
‘ไชยชนก’กางไทม์ไลน์ TH-AI Passport’ เริ่มทดสอบ 19 ส.ค.-เปิดใช้ทางการ 31 ส.ค.นี้

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี